สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๘ เมษายน ๒๕๕๒

ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี โดยเฉพาะมาตรา ๕ และมาตรา ๔่ โดยเน้นย้ำว่าหากผู้ดำรงตำแหน่งถูกตัดสินว่ามีความผิด และยังรอลงอาญา ก็จะพ้นจากตำแหน่ง และเรียกร้องให้กรรมาธิการชี้แจงว่าการต่อสู้ของบุคคลต่าง ๆ จะต้องได้รับการดูแลในพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน และเรียกร้องการแก้ไขสิทธิของนายกเทศมนตรี และประชาชน

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานครับ ในการแก้ไขกฎหมายซึ่งเปึนพระราชบัญญัติเกี่ยวกับ เรื่องการดํารงตําแหน่งวาระของนายกเทศมนตรีนะครับ ซึ่งเปึนฉบับแรกซึ่งอีกหลายฉบับ ซึ่งในทํานองเดียวกันซึ่งเปึน อบต. แล้วก็ อบจ. นะครับ ซึ่งจะพิจารณาในโอกาสวันนี้ นะครับ อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ในมาตรา ๕ ที่เราพูดถึงกันอยู่นี่ครับ ให้การ ดํารงตําแหน่ง ซึ่งเพิ่มเติมมาผมคงจะไม่พูดรายละเอียด เพราะว่าการดํารงตําแหน่ง เพิ่มเติมว่าอยู่ในหลักการหรือไม่หลักการนี่เพื่อนสมาชิกได้พูดกันไปมากแล้ว ผมก็จะมาพูดถึง ในเรื่องของการพ้นนะครับ มาตรา ๔๘ ปัญจทศ นายกเทศมนตรีพ้นจากตําแหน่งเมื่อ ผมติดใจและข้องใจเปึนอย่างยิ่งนะครับ ใน (๗) ต้องคําพิพากษาให้จําคุกแม้คดีนั้น จะยังไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เปึนกรณีที่คดียังไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอ ลงโทษในความผิดอันได้กระทําโดยประมาทนะครับ ได้กระทําโดยประมาท คือโดยสรุป ก็คือ ถ้าการลงโทษถ้าเปึนความผิดโดยประมาท ถ้ายังรอลงอาญาอยู่มันไม่มีรอลงอาญา นะครับ เพราะว่าถ้ารอลงอาญานี่มันถึงที่สุดแล้ว ใครจะไปในการที่จะไปขอที่จะไปศาลอื่น นะครับ ถ้าสมมุติว่าเปึนศาลชั้นต้นจะไปอุทธรณ์ไปศาลอุทธรณ์ไหม หรือศาลฎีกาไหม ผมเชื่อว่าไม่มี

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ในเรื่องของความผิดโดยประมาท ถ้าเกิดว่าคดีถึงที่สุด อันนี้หมายความว่า หลุดใช่ไหม คือดํารงตําแหน่งไม่ได้ใช่ไหม ในขณะเดียวกันท่านบอกว่า ท่านมาเขียนไว้ว่า ต้องคําพิพากษาคดีจําคุก วรรคต้นนะครับ ต้องคําพิพากษาจําคุก แม้คดีนั้นยังไม่ถึงที่สุด ก็คือหมายความว่า คดีที่ลงโทษแม้คดียังไม่ถึงที่สุด นายกเทศมนตรีก็ต้องออก แม้เปึนคดีชั้นต้นก็ตามแต่ มันเปึนการจํากัดสิทธิหรือเปล่า เพราะว่าคนจะโดนลงโทษต่อเมื่อได้มีสิทธิในการต่อสู้คดีถึง ๓ ศาล บางคดีก็แล้วแต่ อาจจะ ๒ ศาล แต่ส่วนใหญ่ก็ ๓ ศาล อันนี้ไปกําหนดสิทธิพื้นฐาน เขาไหมที่เขาจะต่อสู้ทางคดี หรือท่านบอกว่าอันนี้ละเปึนคุณสมบัติที่ไปไม่ได้ แม้จะ กําหนดสิทธิก็ตามแต่ ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า มีหลายคดีที่ไม่ใช่เปึนคดีที่เรียกว่า เปึนความผิดที่เขาเรียกว่าอย่างไร ท่านบอกว่าถ้าทําโดยประมาทนี่ก็อีกสาเหตุหนึ่ง ถ้าคดีอาญาถ้าแม้อย่างไรก็ตามแต่ก็ไม่ได้ ผมอยากจะยกคดีสักคดีหนึ่ง สมมุติว่าเปึนคดี บุกรุก นายกเทศมนตรีเวลาทํางาน ทําหน้าที่ จะต้องดูแลพื้นที่ซึ่งเปึนพื้นที่ทางราชการ เพื่อไม่ให้ราษฎรหรือพี่น้องประชาชนมาใช้ที่ในราชการ หรือว่าบางครั้งราชการนี่ นายกเทศมนตรีเข้าไปทํางานก็คิดว่าตรงนี้เปึนพื้นที่ที่เปึนของราชการ แล้วก็เข้าไปทํางาน เอาเครื่องจักรเครื่องมือเข้าไปทํางาน หรืออะไรก็ตามแต่ หรือเอาบุคลากรเข้าไปทํางาน แล้วเกิดถูกฟัองร้องขึ้นมา ศาลสั่งขึ้นมาทําอย่างไร ในเบื้องต้น นายกเทศมนตรีก็หลุดเลย รอลงอาญา ขอประทานอภัย จะไปอุทธรณ์ ฎีกาก็ไม่ได้ ต้องถือว่าสิ้นสุดแล้ว อย่างนี้ ผมคิดว่าไม่เปึนธรรมนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนครับว่า เมื่อเรา จะให้ได้ผลอย่างแท้จริงและเปึนธรรม ผมอยากจะให้กรรมาธิการได้ชี้แจง และผมเองนั้น ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งเลย เพราะว่าการต่อสู้ของบุคคลต่าง ๆ จะต้องได้รับการดูแล ในพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน ก็ขอกราบเรียนท่านประธาน

อีกเรื่องหนึ่งคือในเรื่องของ (๘) นะครับ (๘) เขียนแล้วไม่แน่ใจว่าปฏิบัติได้ หรือไม่ได้ คือราษฎรที่เลือกตั้งในเขตเทศบาลมีจํานวนไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ที่มาออกเสียง ลงคะแนนเลือกตั้ง ยื่นถอดถอน หรือพูดง่าย ๆ ว่าเรียกร้องให้มีการถอดถอน ตรงนี้ อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ๓ ใน ๔ ประมาณ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของผู้มาใช้สิทธิ เลือกตั้ง อยากจะกราบเรียนว่าเราเขียนกฎหมายข้อนี้ ท่านกรรมาธิการคิดว่าจะมีผลทาง ปฏิบัติไหม เขียนตรงนี้ท่านประธานครับ อยากจะกราบเรียนว่าผลปฏิบัตินี่เรียกว่าเปึน ศูนย์เลยทีเดียว การออกกฎหมายนี่เราก็รู้อยู่แล้วว่าการออกกฎหมายต้องบังคับใช้ได้ การออกกฎหมายที่บังคับใช้ไม่ได้นี่เท่ากับไม่ได้ออก ถ้าไม่มีผลการออก เพราะฉะนั้นเรา จะเขียนเอาไว้โก้ ๆ หรู ๆ เอาไว้เฉย ๆ นี่มันไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับว่า ถ้าหากท่านเห็นว่าจะใช้ให้มีผลบังคับ ก็ต้องให้มันมีผลอย่าง การบังคับได้ แต่ไม่ใช่เขียนไว้ ๗๕ เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ ถ้า ๗๕ นี่ไม่ได้เลย คือ ๓ ใน ๔ นี่ เปึนไปไม่ได้เลยในการที่จะมีผลบังคับใช้ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ผมก็ไม่เห็นด้วย แต่สิ่งที่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งก็คือการที่ได้เพิ่ม ในเรื่องของหลักการเข้ามาก็ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อกรรมาธิการเห็นว่า มันสามารถทําได้ ผมเองก็ไม่ขัดข้องในการที่จะเพิ่มเติมในส่วนนี้ แต่ว่าไม่เห็นด้วยกับ ในข้อที่ไปจํากัดสิทธิของนายกต่าง ๆ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็เปึน นายกเทศมนตรี ไปจํากัดสิทธิเขาอย่างนี้ไม่เห็นด้วยครับ เพราะฉะนั้นสิทธิต้องเท่าเทียมกันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน