สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒ เมษายน ๒๕๕๒

บรรพต ต้นธีรวงศ์ หารือเรื่องบทบาทและวิธีการที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีบทบาทในการแก้ไขความขัดแย้งในทางสังคม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการไกล่เกลี่ย ประนีประนอม และการเจรจาเพื่อสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบรรจุคนเข้าทำงานใหม่ โดยกำหนดคุณสมบัติเฉพาะตัว เช่น ปริญญาโท สาขาการจัดการความขัดแย้ง และเรียกร้องให้แสดงผลงานที่โดดเด่นขององค์กรในการประชุม

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เขต ๗ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมตั้งความหวังไว้ กับหน่วยงานนี้ค่อนข้างจะมากครับ คือคําว่า ผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็คือตรวจทั้งแผ่นดิน นะครับ แต่เนื่องจากว่าวิสัยทัศน์หรือบทบาทหน้าที่ที่ท่านทําอยู่ รวมทั้งวัตรปฏิบัติที่ท่าน กําลังทําอยู่มันยังไปไม่ถึงในความคาดหวังที่ผมตั้งความหวังไว้นะครับ เพราะว่าท่านเปึน ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วก็แต่งตั้งโดยรัฐสภา เพราะฉะนั้นปัญหาความเดือดร้อนใน แผ่นดินนี้ ผมคิดว่าท่านน่าจะมีบทบาทมากกว่าที่เปึนอยู่ในปัจจุบัน อันนี้คือเปึนประเด็นที่ ๑ นะครับ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า บทบาทและวิธีการที่ท่านทําอยู่ในปัจจุบัน มันเปึน บทบาทในลักษณะที่เน้นในการที่ใช้ให้ความยุติธรรมในเชิงข้อกฎหมาย พูดง่าย ๆ ว่า ใช้กฎหมายเปึนหลัก ในความจริงท่านเองก็ทราบอยู่แล้วว่า เวลาท่านไปชี้ถูกชี้ผิดโดยใช้ ข้อกฎหมายเปึนหลัก ท้ายที่สุดแล้วเมื่อท่านวินิจฉัยไป ท่านก็ไม่สามารถที่จะบังคับให้เขา ปฏิบัติตามที่ท่านวินิจฉัยได้ ซึ่งอันนี้ก็เปึนที่รู้กัน เพราะว่าท่านไม่ใช่ศาล เพราะฉะนั้น หลาย ๆ ปัญหาที่ค้างคาอยู่ที่ไม่สามารถที่จะดําเนินการให้แล้วเสร็จในเวลาหรือปัญหา บางปัญหายังความไม่พอใจกับคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็เกิดจากความขัดแย้ง สิ่งที่เขาร้องเรียน มานี้ก็คือเรื่องของความขัดแย้งด้วยกันทั้งสิ้นนะครับ ฉะนั้นจะเห็นว่าท่านสมาชิกบางท่าน ถึงกับไม่พอใจ ขออภัยที่ขอเอ่ยชื่อท่านนะครับ ท่านสุวโรช พะลัง เปึนต้นนะครับ ก็เพราะว่าท่านไม่ได้ใช้วิธีการทํางานอีกวิธีการหนึ่ง ซึ่งเขาเรียกว่าการให้ความยุติธรรมเชิง สังคมนะครับ อาจจะเปึนเพราะว่าบทบาทหน้าที่ของท่าน ท่านเน้นไปในเรื่องของการใช้ ข้อกฎหมายชี้ถูกชี้ผิดเปึนหลัก และท่านก็ไม่มีอํานาจที่จะบังคับตามคําวินิจฉัยของท่าน อาจจะเปึนเพราะว่าบุคลากรในหน่วยงานนี้พื้นฐานเปึนนักกฎหมายเสียส่วนใหญ่ ผมไม่ได้บอกว่าความเปึนนักกฎหมายนี้ผิดนะครับ แต่เนื่องจากว่าท่านเปึนองค์กรที่ คล้าย ๆ ว่าเปึนด่านหน้าของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ ท่านมีโอกาสอย่างมาก เลยครับในการที่จะให้ความยุติธรรมเชิงสังคมด้วยนะครับ เช่น เรื่องของการไกล่เกลี่ย ประนีประนอม การเจรจาทําให้เกิดความปรองดอง สมานฉันท์ ท่านไม่ค่อยได้ทําบทบาทนี้ แล้วรู้สึกว่าจะเอ่ยบทบาทนี้ด้วยความเคอะเขินหรือเหนียมอายเสียด้วยซ้ํา เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าวิสัยทัศน์ตรงนี้คงต้องเปลี่ยนครับ แล้วหน่วยงานใหม่ ๓ หน่วยงานที่ท่านตั้ง ขึ้นมาผมไม่เห็นมีเลยครับ ที่ว่าจะมีสํานักงานไกล่เกลี่ยขึ้นมาในผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่มีครับ ซึ่งเปึนหน่วยงานที่สําคัญมาก แม้แต่ในศาลยุติธรรมตอนนี้ก็ยังมีครับ สํานักระงับข้อพิพาท ศาลทุกศาลก็ยังมีศูนย์ไกล่เกลี่ย ประนีประนอม แต่ท่านไม่มี เปึนการเสียดายโอกาสอย่างยิ่งนะครับ และท่านก็ไปพูดถึง เรื่องของการเกี่ยวข้องกับเรื่องของจริยธรรมของข้าราชการ ทั้งข้าราชการประจําและ ข้าราชการการเมือง ผมเห็นว่าอะไรที่เกิดขึ้นในชุมชนนะครับ ผมคิดว่า อย่างเช่นว่า ในเรื่องของชุมชนของสมาชิกรัฐสภา ถ้าขัดแย้งกัน ใช้คําพูดที่รุนแรง หรืออาจจะใช้กําลังเข้า คล้าย ๆ ว่าทําร้ายกัน กรณีเหล่านี้นะครับในปัจจุบันนี้พึ่งศาลยุติธรรม ผมมองว่าองค์กร ของท่านเปึนองค์กรที่ก่อนที่จะไปถึงศาลยุติธรรมครับ ที่ท่านน่าจะมีบทบาทตรงนี้เป่ด ช่องทางมาสิครับ ให้สามารถที่จะใช้องค์กรของท่านมีบทบาทในการที่จะระงับความ ขัดแย้งตรงนี้ เป่ดช่องทางขึ้นมา เพราะคําว่า ผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือที่ฝรั่ง ขออนุญาต ที่เอ่ยเปึนภาษาอังกฤษนะครับ ออมบุดส์แมน (Ombudsman) ตรงนี้นะครับเขาไม่ได้ทํา เฉพาะเรื่องการตรวจสอบวินิจฉัย สอบสวนสืบสวนแล้วก็วินิจฉัยเพื่อชี้ว่าใครถูกใครผิด เท่านั้น ผมก็คิดว่าท่านก็ไปดูงานในหลาย ๆ ประเทศนะครับ ไม่ว่าจะเปึนประเทศ นิวซีแลนด์ ไม่ว่าจะเปึนประเทศอิหร่าน ไม่ว่าจะเปึนอะไรตามรายงานของท่านนี่นะครับ เขามีบทบาทมากกว่านี้ รวมทั้งบทบาทในการเปึนพี่เลี้ยงหรือเปึนที่ปรึกษาให้กับคู่กรณี ที่เขาขัดแย้งกันเสียด้วยซ้ําทั้งในเชิงกฎหมายและเชิงสังคม เพราะฉะนั้นผมคิดว่าบทบาท ตรงนี้ท่านจะต้องมีวิสัยทัศน์ที่เพิ่มเติมครับ ทําเถอะครับ และไม่ต้องเหนียม ไม่ต้อง เคอะเขินครับ เพราะว่าอันนี้จะช่วยได้เยอะทีเดียว ถึงแม้ในปัจจุบันสภาพปัญหา ในปัจจุบันนี้การประท้วงอะไรต่าง ๆ ก็ดี ซึ่งก็เปึนสิทธิตามรัฐธรรมนูญนะครับ ถ้าท่านได้ ทําบทบาทตรงนี้ถึงแม้ว่าตอนนี้กฎหมายท่านอาจจะยังทําไม่ได้ ผมเชื่อว่าท่านจะเปึน คนกลางที่ได้รับการยอมรับในอนาคต ตอนนี้ประเทศไทยเราขาดคนกลางครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็บอก พร้อมที่จะเจรจา แต่ปรากฏว่า หาคนกลางไม่ได้ ฉะนั้นจึงอยากให้องค์กรของท่านนี่ครับพัฒนาครับ จนท่านสามารถจะ เปึนคนกลางที่เปึนที่ยอมรับของผืนแผ่นดินนี้ เพราะเราขาดแคลนคนกลางที่เปึนที่ยอมรับ อันนี้คือประเด็นสําคัญที่ผมอยากจะฝากท่านไว้

ประเด็นที่ ๒ ครับ เรื่องบุคลากรที่ท่านจะบรรจุเข้ามาใหม่จะเปึนกี่ตําแหน่ง ก็ตามนะครับ ผมอยากจะเรียนข้อมูลอย่างนี้นะครับ ท่านกรุณาอย่ากําหนดคุณสมบัติ ของผู้ที่จะเข้ามาสู่ตําแหน่งตรงนี้นะครับ เปึนด้านกฎหมายเท่านั้น หรือด้านรัฐศาสตร์ หรือ ด้านอื่น ๆ เท่านั้นนะครับ อยากจะให้กําหนดคุณสมบัติเฉพาะตําแหน่งนี้นะครับให้เปึนผู้ที่จบ เช่นว่า เรื่องปริญญาโท มหาบัณฑิต สาขาการจัดการความขัดแย้ง ซึ่งในหลาย ๆ มหาวิทยาลัยเขาผลิตมาแล้ว มหาวิทยาลัยราชภัฏวลัยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปึนแหล่งแรกที่ผลิตครับ ตอนนี้ก็มีทั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ก็ผลิตครับ เขาเรียกว่า ปริญญาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการจัดการความขัดแย้งแบบบูรณาการ ท่านเป่ดสเปกให้เขาเหล่านี้เข้ามาสิครับ แล้วท่านจะได้มุมมองบทบาทใหม่ที่เขาเหล่านั้นชํานิชํานาญและมีทักษะในการที่จะเป่ด บทบาทใหม่ของท่านนะครับ อยากจะฝากตรงนี้ไว้นะครับ เพราะว่ามันเปึนความหวังว่า เราจะได้มุ่งไปสู่ในเรื่องของการว่าเปึนด่านหน้าในการที่จะระงับความขัดแย้งไม่ให้มัน บานปลาย ท้ายที่สุดแล้วต้องให้ศาลตัดสิน แล้วก็แน่นอนครับ เมื่อศาลตัดสินก็เปึนเรื่อง ธรรมดาทั่วไปนะครับ คนผิดก็บอกว่าไม่ผิด คนถูกก็มีศัตรูเพิ่ม ก็อยากจะฝากประเด็น เหล่านี้เพื่อให้ท่านได้พิจารณา แล้วในการประชุมที่จะเปึนเจ้าภาพในป้นี้นะครับ ผมอยากให้ท่านรวบรวมสิ่งเหล่านี้ว่าผลงานขององค์กรนี้มีอะไรบ้างที่เปึนจุดเด่นที่จะอวด เขาได้ ไม่ใช่ที่กําหนดไป ๓-๔ ประเด็น เพราะมันก็เปึนเรื่องธรรมดาทั่วไปนะครับ อยากจะให้ เอาผลงานที่เปึนที่ประจักษ์และโดดเด่นนะครับ เพื่อจะให้สมาชิกขององค์กรอย่างนี้ ในประเทศอื่น ๆ ที่เขามาร่วมประชุม เขาจะได้เห็นว่าศักยภาพของเรามีไม่น้อยหน้าคนอื่น ขอบคุณครับ