ทศพล เพ็งส้ม หารือเรื่องการย้ายหน่วยงานผู้ตรวจการแผ่นดินจากกระทรวงยุติธรรมไปสังกัดสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการร้องเรียนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ได้รับไว้พิจารณา และเรียกร้องให้ปรับปรุงกระบวนการหรือการบริหารราชการแผ่นดินให้ประชาชนนั้นได้รับความเดือดร้อนได้น้อยลง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่จะมี การเริ่มอภิปรายนะครับ รายงานของผู้ตรวจการแผ่นดินประจําป้ ๒๕๕๑ นั้น ผมขอ กราบเรียนท่านประธานไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ในหน้า ๕๗ เกี่ยวกับเรื่องหน่วยงาน หรือแม้กระทั่งตัวอย่างประเด็นที่ร้องเรียนที่พบมากนั้น ในส่วนของหน่วยงานที่ ๑๐ นั้น ตํารวจควรจะไปอยู่กับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ไม่ใช่อยู่กับกระทรวงยุติธรรม บางท่าน อาจจะสงสัยว่าทําไมตํารวจยังไปอยู่กับกระทรวงยุติธรรมอีก ควรจะแก้ไขนะครับ
ประเด็นแรกครับที่อยากจะสอบถามก็คือว่า เนื่องจากในรายงานผล การดําเนินงานในส่วนที่ ๓ นั้นจะเห็นได้ว่า ในหน้าที่ ๔๙ ครับท่านประธาน เรื่องร้องเรียน ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินรับไว้พิจารณา ก็อยากจะสอบถามครับ แล้วเรื่องที่ไม่ได้รับไว้ พิจารณาเท่าไร ป้หนึ่งรับทั้งหมดเท่าไร ไม่รับกี่เรื่อง รับกี่เรื่อง เพราะอย่าลืมว่าท่านระบุไว้ เฉพาะเรื่องที่รับไว้ ๓,๗๗๓ เรื่องเท่านั้น ท่านประธานครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องการประชาสัมพันธ์ของผู้ตรวจการแผ่นดิน เราต้องยอมรับว่า แม้กระทั่งโทรศัพท์นั้นป้หนึ่งมี ๖๐ กว่าสายเท่านั้นเอง ต้องพิจารณาแล้วละครับว่า ทําไมคนหรือผู้ที่เดือดร้อนนั้นไม่ได้ให้ความสําคัญเท่าที่ควร ทําไมแค่เพียงโทรศัพท์นั้น อย่างเรื่องบางเรื่องมีแค่ ๑ สายเท่านั้นเอง ต้องปรับปรุงแล้วครับ และที่สําคัญครับ ท่านประธานครับ เรื่องร้องเรียนที่ดําเนินการแล้วเสร็จ จําแนกตามหน่วยงานที่ร้องเรียนนั้น นะครับ ตั้งแต่ลําดับที่ ๑ ถึงลําดับที่ ๑๐ ปรากฏว่าในหน้าที่ ๕๖ นั้น ท่านกลับระบุว่า ตัวอย่างประเด็นที่ร้องเรียนที่พบมาก มันเปึนจํานวนเดียวกันกับในหน้าที่ ๕๓ แล้วเรื่อง ร้องเรียนที่พบน้อยล่ะครับ อย่าลืมว่าในหน้าที่ ๕๖ นั้น หน่วยงานกระทรวงมหาดไทยก็ดี ควรจะระบุไว้นะครับว่า การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นนั้นมีเรื่องร้องเรียนเท่าไร หรือการบริหารส่วนภูมิภาคนั้นร้องเรียนเท่าไร และโดยเฉพาะถ้าท่านแยกเปึนจังหวัดได้ว่า ๗๖ จังหวัดของประเทศไทยนั้นมีการ ร้องเรียนจังหวัดละเท่าไร เรื่องกี่เรื่อง เหตุผลดังนี้ครับ สามารถดําเนินการปรับปรุง กระบวนการหรือการบริหารราชการแผ่นดินให้ประชาชนนั้นได้รับความเดือดร้อน ได้น้อยลง แต่ปรากฏว่าในรายงานนั้นก็ไม่ใส่จํานวนรายละเอียดนะครับ ที่สําคัญครับ ท่านประธานมาดูที่หน้า ๗๒ เปึนหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจการแผ่นดิน จริงอยู่ครับ อาจจะประชาสัมพันธ์ว่าหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือ ท่านระบุไว้เลยครับ หน่วยงานไหนบ้างที่ไม่ได้ให้ความร่วมมือ จะได้รู้ว่าหน่วยงานของภาครัฐที่ไม่ให้ความ ร่วมมือนั้นมีหน่วยงานใดบ้าง จะได้มีเปอร์เซ็นต์ในการรับผิดชอบต่อหน่วยงานนั้น ๆ เพราะอย่าลืมว่าถ้าในหน้าที่ ๗๒ นั้นในส่วนของกระทรวงยุติธรรมท่านดูนะครับ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้รับความร่วมมือ แต่ปรากฏว่าเรื่องที่ร้องเรียนใน กระทรวงยุติธรรมนั้นมีเฉพาะกรมราชทัณฑ์กับการบังคับคดี ผมถึงบอกว่าถ้าเขาไม่ได้ ร้องเรียนแล้วเขาให้ความร่วมมือในประเด็นไหนบ้าง ประชาชนที่อ่านรายงานของท่านนั้น อาจจะสงสัยว่าความร่วมมือที่ท่านบอกในรายงานเปึนความร่วมมือประเภทไหน เปึน ความร่วมมือด้านการให้ข้อมูล การปรับปรุงการบริการหรือแม้กระทั่งการให้ความสะดวก กับประชาชน ท่านมีอํานาจตามมาตรา ๒๔๔ ของรัฐธรรมนูญ ท่านควรใช้ให้เต็มที่ แต่ปรากฏว่าในรายงานของท่านประจําป้ ๒๕๕๑ นั้นเกี่ยวกับองค์กรอิสระนะครับ ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ดี คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินก็ดี ผมยังไม่มี ระบุในนี้ได้ชัดเจนเลยว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งท่านเข้าไปตรวจสอบ ท่านไม่สามารถ ไปตรวจสอบเฉพาะใน (ค) ของมาตรา ๒๔๔ เท่านั้น ก็คือการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี ของศาล แต่ปรากฏว่าท่านมีอํานาจเต็มนะครับ มีอํานาจในการตรวจสอบองค์กร ในกระบวนการยุติธรรม แต่ปรากฏว่าทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่เปึนเรื่องการบริหารราชการ แผ่นดินเท่านั้นเอง อย่าลืมนะครับ นโยบายของรัฐบาลย้ําโดยเฉพาะการบริหารราชการ แผ่นดินและการอํานวยความยุติธรรมให้กับประชาชน ฉะนั้นท่านต้องเร่งเกี่ยวกับเรื่อง การอํานวยความยุติธรรมให้กับประชาชนครับ ไม่เช่นนั้นแล้วอํานาจตามรัฐธรรมนูญ ที่ท่านได้รับนั้นมันจะไม่เปึนประโยชน์ต่อประชาชนนะครับ ก็ฝากท่านไว้แก้ไขปรับปรุง นะครับ เกี่ยวกับเรื่องการประชาสัมพันธ์ และโดยเฉพาะหน่วยงานทุกหน่วยงานที่ไม่ให้ ความร่วมมือควรจะระบุไว้ในรายงานด้วยครับ ขอบคุณครับ