สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒ เมษายน ๒๕๕๒

จุติ ไกรฤกษ์ หารือเรื่องความทุกข์ของประชาชนในชนบทที่ต้องร้องเรียนสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และเรียกร้องให้สํานักงานนั้นได้ตื่นตัวและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างรวดเร็ว โดยระบุว่าหน่วยงานของรัฐไม่ได้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ และขอให้ประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานใหม่ 3 หน่วยงานที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมเปึนผู้หนึ่งซึ่งติดตาม ผลงานของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินมาตลอด แล้วเปึนคนที่มีความเชื่อว่าสํานักงาน แห่งนี้นะครับจะเปึนตัวที่พึ่งให้กับประชาชนในยามที่มีทุกข์ได้ เพราะว่าประชาชนนั้น มีโอกาสหนีร้อนมาพึ่งเย็นมาแสวงหาความยุติธรรมที่ไม่ต้องใช้ต้นทุนสูงคือ ไม่ต้องใช้ เวลาแล้วก็ไม่ต้องใช้ทุนทรัพย์แล้วก็ไม่ต้องไปศาล และผมมีความเชื่อว่าทุกหน่วยงานที่ตั้ง ขึ้นมาครับท่านประธานครับ ด้วยภาษีประชาชนนั้นหลักก็คือบริการประชาชนกับ แก้ปัญหาให้ประชาชน และผมคิดว่าในรายงานของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ป้ ๒๕๕๑ นั้น ก็คงไม่ผิดไปจากความหวังแล้วก็ปณิธานอันนี้ ในรายงานหน้า ๗๘ ของ สํานักงานครับท่านประธานครับ ได้ระบุว่าภารกิจหลักของสํานักงานคือการรับเรื่อง ร้องเรียน ผมมีความกังวลครับ มีความกังวลกับอนาคตของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่าท่านจะอยู่ในสถานะใดของสังคมจากนี้ไป หลังจากที่มีการแต่งตั้งมาตามรัฐธรรมนูญ เมื่อป้ ๒๕๔๓ ที่ผมกล่าวเช่นนี้ไม่ใช่เปึนการตําหนิหรือไม่ได้เปึนการกล่าวดูหมิ่น แต่ว่าอยากจะให้ สํานักงานนี้ประสบความสําเร็จและได้รับความเชื่อถือจากประชาชน คือประชาชนที่เสียภาษี ผมดูครับท่านประธานว่าเรื่องร้องเรียนของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ป้ ๒๕๔๓ เริ่มต้น จะมีผู้มาร้องทุกข์มากครับท่านประธาน ป้ ๒๕๔๘ ๓,๗๒๐ เรื่อง แล้วจะขึ้นมาถึง จุดสูงสุดคือเมื่อป้ ๒๕๔๙ ๖,๕๖๕ เรื่อง แล้วพอป้ ๒๕๕๐ จํานวนเรื่องร้องเรียนก็ลดลง มาเหลือเพียง ๕,๑๖๗ เรื่อง และที่น่าตกอกตกใจคือป้ ๒๕๕๑ นั้น เรื่องร้องเรียนลดลง เหลือ ๓,๗๗๓ เรื่อง เท่ากับระดับป้ ๒๕๔๘ ผมขอตั้งข้อสังเกตต่อท่านผู้ตรวจการแผ่นดิน อย่างนี้ครับว่า จํานวนผู้ที่ร้องเรียนนั้นมีความทุกข์จริง แล้วก็มีความหวังว่าสํานักงานนั้น จะสามารถแก้ไขปัญหาให้เขาได้ มีความศรัทธา ตั้งความหวังไว้สูง เมื่อเกิดความล่าช้า ในการดําเนินงานให้อํานวยความยุติธรรมกับประชาชนเขา ผมคิดว่าเขาอ่อนแรง อ่อนล้า และอาจจะเสียศรัทธาสํานักงานท่านไปบ้าง ผมอยากจะให้เห็นตรงนี้ครับว่า หน่วยงานที่ ถูกร้องเรียนมากที่สุดในรายงานของท่านในป้ ๒๕๕๑ นั้น คือกระทรวงมหาดไทย ๖๒๙ เรื่อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๔๓๔ เรื่อง ซึ่งเปึนเรื่องทุกข์ใกล้ชิดประชาชน ทั้งนั้น แล้วส่วนใหญ่จะเปึนประชาชนในชนบทเกือบทั้งสิ้น เรื่องร้องเรียนจากสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ ๔๑๑ เรื่อง แล้วถัดมาคือกระทรวงศึกษาธิการ ๑๔๓ เรื่อง ฉะนั้นถ้าเผื่อ ทําเปึนหมวดหมู่เรื่องของความทุกข์ของประชาชนนั้นคือ เรื่องการปกครองประชาชนที่อยู่ใน เขตชนบทเปึนหลัก ฉะนั้นเมื่อเปึนเช่นนี้ครับ ผมอยากจะให้ทางสํานักงานนั้นได้ตื่นตัว เหมือนกับว่าผมในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึนตัวแทนประชาชน เปึน กระจกส่องท่านอย่างไม่สอพลอ ไม่เอาใจ แต่อยากจะให้เปึนกระจกที่ตรงไปตรงมา ผมอยากจะเรียนถามอย่างนี้ครับว่า ในภารกิจของท่านที่ท่านทํานี่นะครับ เรื่องร้องเรียนที่ ดําเนินการที่ท่านรายงานต่อสภาท่านบอกว่ามีเรื่องร้องเรียนที่ดําเนินการแล้วเสร็จใช้เวลา เกิน ๑ ป้ คือเกิน ๓๖๕ วัน มากถึง ๓๒ เปอร์เซ็นต์ของเรื่องทั้งหมดนะครับ แล้วก็ระหว่างที่ เรื่องที่ท่านแก้ปัญหาให้ประชาชนใช้เวลาระหว่าง ๖ เดือนถึง ๑ ป้ ๒๐.๖๕ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นถ้าเผื่อบอกว่าเรื่องที่ประชาชนร้องเรียนท่านกว่าครึ่งคือ ๕๒.๖๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านใช้ เวลาแก้ไขเกิน ๖ เดือน ซึ่งถ้าเผื่อตามมาตรฐานประชาชนผมเชื่อว่านานไป แล้วความ เดือดร้อนเขาอาจจะเลยไปแล้ว ไม่มีความสําคัญต่อชีวิตเขาอีกต่อไปแล้ว คดีเขาจบไปแล้ว เขาถูกบังคับตามกฎหมายไปแล้ว ถูกคําสั่งบังคับทางปกครองไปแล้ว ท่านไม่สามารถให้ ความเปึนธรรมกับเขาได้ มีเพียง ๒๔.๘๕ เปอร์เซ็นต์ที่เสร็จภายใน ๙๐ วัน ก็ต้องขอชม ตรงนี้ว่าเสร็จภายใน ๙๐ วัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในรายงานก็ระบุนะครับ ระบุบอกว่าสํานักงาน ไม่สามารถตัดสินเหมือนกับศาลเองได้ ผมก็ต้องให้ความเปึนธรรมกับสํานักงานตรงนี้ว่า สํานักงานบอกว่า หากมีเรื่องสอบสวน ผลสอบสวนมีการกระทําผิดจริงตามคําร้อง ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอํานาจลงโทษเอง ถูกต้อง แล้วอยากจะให้รัฐสภาเข้าใจตรงนี้ด้วย ว่าท่านไม่มีอํานาจลงโทษเอง แต่เสนอความเห็นไปยังหน่วยงานที่ถูกร้องเรียน ทีนี้ประเด็น มีอย่างนี้ครับว่า เมื่อท่านเสนอเรื่องไปยังหน่วยงานที่ถูกร้องเรียน หากพนักงานของรัฐ ท่านว่าไว้ว่าไม่ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินในเวลาอัน สมควร สํานักงานอาจส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีที่ควบคุมดูแลกํากับหน่วยงานนั้น ๆ ผมอยากจะทราบจากท่านนะครับว่ามีกี่เรื่องที่ท่านส่งไปรัฐมนตรีแล้ว แล้วรัฐมนตรีนั้น มีการตอบหรือปฏิบัติกี่เรื่อง แล้วอยากจะให้ยกตัวอย่างเรื่องสําคัญ ๆ นั้นมีอะไรบ้าง ส่งคืนสภามาในเวลาอันควรไม่น่าจะเกิน ๑๔ วันนะครับ ผ่านท่านประธานสภามาให้ สมาชิก และนอกจากนั้นอีกบอกว่า หากรัฐมนตรีเพิกเฉย ก็จะส่งเรื่องนั้นถึงนายกรัฐมนตรี ก็อยากจะทราบว่ามีสักกี่เรื่องครับที่แม้กระทั่งรัฐมนตรียังเพิกเฉยไม่ปฏิบัติ แล้วท่านต้อง ส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรี อยากจะทราบว่ามีกี่เรื่อง แล้วก็อะไรบ้าง ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ เพราะว่าผลบวกหรือลบต่อการดําเนินการนี้ส่งผลต่อ ศรัทธาสํานักงานโดยตรงครับ ถามว่าทําไม เพราะว่าความล่าช้าในการอํานวยความ ยุติธรรมนั้นมันจะสั่นคลอนความน่าเชื่อถือของท่าน แล้วผมคิดว่าสถิติเปึนตัวฟัอง ผมเชื่อ ว่าเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนป้ ๒๕๕๑ ไม่แตกต่างจากเรื่องร้องทุกข์ป้ ๒๕๕๐ คือ สูงเหมือนกัน ไม่แตกต่างจากป้ที่สูงสุด คือป้ ๒๕๔๙ แต่เขาบอกว่าร้องไปแล้วหมดหวัง เงียบ ไม่มีคําตอบจากสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับคดีนี้ ทั้ง ๆ ที่เขา ขาดความเข้าใจครับท่าน ว่าท่านไปสั่งหน่วยงานนั้นโดยตรงไม่ได้หรอก ท่านต้องไปให้ หน่วยงานนั้นแก้ไข แต่ถ้าเผื่อหน่วยงานนั้นไม่แก้ไขแล้ว ท่านก็ทําอะไรไม่ได้ ไม่สามารถ ลงโทษเขาเองได้ แต่ประชาชนจะถามกลับว่าแล้วจะมีหน่วยงานท่านไปทําไมถ้าทําไม่ได้ ฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชนด้วย

ผมคิดว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดวันนี้ ผมคิดว่ามีความจําเปึนท่านจะต้องมี เหมือนกับตัวแทนโดยไม่มีการจ่ายค่าตอบแทนของผู้ตรวจการแผ่นดินให้ความรู้ในระดับ หมู่บ้าน ในระดับตําบลครับ เพื่อให้เขาสามารถรู้สิทธิเขา ผมยกตัวอย่างครับว่า เมื่อป้ที่แล้ว ผมเคยอภิปรายในเรื่องนี้กับท่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ท่านปราโมทย์อยู่ที่นี่ ผมเคยบอกว่า พนักงานน้อย เจ้าหน้าที่น้อยก็จ้างเพิ่มขึ้น ท่านก็บอกว่าท่านก็จะย้ายสํานักงานใหม่ และ จะมีพนักงานเพิ่มขึ้น ผมว่าวันนี้ยังไม่พอครับ ยังไม่พอเพราะว่าดูจากความล่าช้าว่างานที่ เสร็จช้ากว่า ๖ เดือน ๑๘๐ วันมีมากถึง ๕๒ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าต้องปรับปรุง ถามว่าเปึนไปได้ไหมว่าจะมีเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้น ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ไอที (IT) มากขึ้น วิธีการบริหารที่เร่งรัดมากกว่านี้ได้ไหม ผมยกตัวอย่างว่า สมมุติถ้าผมเปึนประชาชน ไปร้องทุกข์กับท่านที่สํานักงาน จะส่วนไหนก็ตามของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะมี รหัสคอมพิวเตอร์ผมไหมครับว่า เรื่องของผม เรื่อง ที่ ก ๑๑๕๖ แล้วถึงเวลามาท่านก็จะมี ระบบกระบวนการท่านว่าภายใน ๑๔ วัน ผมสามารถไปกดดูจากคอมพิวเตอร์ท่านได้ว่า สํานักงานท่านมีการสอบสวนเรื่องนี้แล้วอย่างไรบ้าง ส่งจดหมายไปกระทรวงมหาดไทย ส่งไปสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผู้รับวันที่เท่าไร วันที่เท่าไร ตอบมาหรือยังไม่ตอบ ผมจะได้ ทราบความคืบหน้าเรื่องของผมเองว่าสํานักงานเอาใจใส่เรื่องของผมนะ เรื่องของผมยัง ไม่ได้ล้มหายตายจากไปจากความทรงจํา ไปจากความสนใจของสํานักงานผู้ตรวจการ แผ่นดินนะ ผมว่าถ้าเผื่อทําระบบนี้ท่านต้องไปดูที่ประเทศเยอรมันครับ ท่านต้องไปดู ประเทศในกลุ่มแถบสแกนดิเนเวียครับ ประชาชนเขาใช้สิทธิของเขาอย่างมากตรงนี้ เขาสามารถกดรหัสเคาะของเขาไปได้ รหัสส่วนตัวซึ่งคนอื่นเข้าไปไม่ได้ แล้วก็จะมีเรื่อง ของเขาโดยเฉพาะ แล้วเขาจะสามารถรู้เลยว่าสถานะปัจจุบันนี้ที่เขาร้องเรียนเกี่ยวกับ สํานักงานตํารวจแห่งชาติเรื่องไปถึงไหนแล้ว จะได้รับความเปึนธรรมไหม แล้วผมก็คิดว่า ถ้าเกิดทําอย่างนี้ได้สํานักงานท่านก็จะพ้นจากข้อครหาเรื่องของความล่าช้า เรื่องของ ความไม่เอาใจใส่ต่อกระบวนการตรงนี้ ผมคิดว่าไอทีนี้มีส่วนเข้ามาช่วย และอีกอย่างหนึ่ง ผมแทบจะขอร้องแกมบังคับกราบกรานเลยว่า อยากจะให้ท่านรายงานต่อรัฐสภาในครั้งหน้า ป้ ๒๕๕๒ ว่ามีหน่วยงานราชการไหนบ้าง องค์กรอิสระอันไหนบ้างที่ได้รับการร้องเรียน แล้วเพิกเฉย หรือตอบท่านใช้เวลานานกว่า ๓๐ วันในการตอบ รายงานไว้ในบันทึกนี้เลย ครับ ในกลุ่มนี้เลยครับ แยกเปึนกรมเลยครับ อย่าแยกเปึนกระทรวง แยกเปึนกรมเลยครับ ว่ามีกี่เรื่องที่ร้องไปแล้วใช้เวลานานเกิน ๓๐ วันกว่าจะให้คําตอบกับสํานักงานผู้ตรวจการ แผ่นดิน เพราะผมคิดว่าท่านก็จะสามารถบอกได้ว่านี่อย่างไรความล่าช้าอยู่ที่ไหนเราจับ ตรงนั้นได้ และเราก็จะไปดูครับว่าถ้าเปึนอย่างนั้นแล้วกระบวนการที่รัฐสภาอนุมัติ งบประมาณ มีโบนัสให้กับข้าราชการว่าปฏิบัติงานดี เอาตรงนี้ไปจับสิครับ คุณทํางานดี ไม่ได้หรอกถ้าเผื่อเรื่องของชาวบ้านยังไม่ได้รับการแก้ไข คุณยังใช้ความล่าช้าอยู่ในการ แก้ไขชาวบ้านไม่ทันใจ คุณไม่สมควรได้รับโบนัสหรอกทั้งกรม อย่างนี้เปึนต้น ผู้บริหาร ไม่ควรได้รับโบนัสหรอก ถ้าคุณไม่สามารถแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ ผมคิดว่าเปึนสิ่งจําเปึน แล้วเราลองมาดูเปรียบเทียบได้ไหมครับว่าป้หน้าในรายงานของท่านจะบอกได้ไหมครับ ว่า หน่วยงานที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุดในรอบ ๕ ป้เปลี่ยนแปลงไหมว่าหน่วยงานไหน ถูกร้องเรียนมากที่สุด สูงที่สุด ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนสิ่งที่สําคัญที่สมาชิกรัฐสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจําเปึน จะต้องรู้ จําเปึนจะต้องทราบ เพื่อเรานั้นจะได้ใช้กระบวนการทางนิติบัญญัติของเราในการ อนุมัติงบประมาณหรือไม่อนุมัติงบประมาณและดําเนินการให้คุณ ให้โทษกับ หน่วยราชการต่าง ๆ ตามแผนงานต่าง ๆ ที่เขาทําเอาไว้

อีกเรื่องหนึ่งครับอยากจะขอเสนอเปึนข้อเสนอแนะให้กับสํานักงาน ผมเห็นตัวอย่างที่ท่านส่งมาให้ในหน้าที่ ๗๔ หน้าที่ ๗๕ เปึนของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทําแจ้งเรื่องไปยังหน่วยงานของเขา อันนี้ ก็เปึนตัวอย่างครับ แต่ผมเชื่อว่าตรงนี้จะเปึนจุดที่ท่านเห็นครับว่าการดําเนินการใด ๆ ถ้าไม่มีวันกําหนดวันสิ้นสุดของการดําเนินงานทุกคนก็จะเห็นว่าเปึนเรื่องธุระไม่ใช่ ถึงแม้ จะไม่มีความผิดทางวินัย ไม่มีความผิดทางอาญา แต่อย่างน้อยครับ มาตรฐานคุณธรรม จริยธรรมที่ท่านให้ความสนใจทั้ง ๆ ที่ท่านเปึนข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าราชการทุกคนรับเงินเดือนจากภาษีของประชาชนต้องมีจิตสํานึกตามมาตรการที่ท่าน บอกว่านี่คือมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรมที่ท่านคิดว่าคอร์ แวลู (Core value) หรือสิ่งที่ ท่านพึงประสงค์ที่จะให้เห็นจะต้องเกิดขึ้น ฉะนั้นผมเสนอว่าตรงนี้ครับ นอกจากนั้นแล้ว ท่านประเมินหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือของท่านแล้ว ผมคิดว่าประเมินภายในของท่าน เองครับสามารถบอกได้ไหมว่าเจ้าหน้าที่ของท่านแต่ละท่านที่รับเรื่องราวร้องทุกข์ แล้วก็ สอบสวน สืบสวน แต่ละคนวัดได้ด้วยคุณภาพได้ไหมว่ากี่เรื่องที่รับ กี่เรื่องที่เสร็จ แล้วผมคิดว่ากระบวนการที่ให้เสนอว่าในรายงานนี้ว่าการวัดความพึงพอใจของ ผู้ใช้บริการ ผมว่าเปึนการวัดที่ไม่น่าเชื่อถือมากที่สุดของหน่วยราชการทุกหน่วยงาน ไม่ใช่เฉพาะของท่านนะครับ ทุกหน่วยงาน เพราะคนไทยมีองค์ประกอบของความเกรงใจ อยู่ในตัว แล้วก็ความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่ในตัวเขาจะไม่พูดในสิ่งที่เปึนลบกับ ผู้ที่กําลังขอความช่วยเหลือ ฉะนั้นจะมาบอกว่าไม่พึงพอใจทําตรงไปตรงมาเหมือนกับ คนต่างประเทศที่เขาแสดงความเห็น เพราะว่าเขาทวงสิทธิภาษีเขา ผมเชื่อว่าคนไทย ไม่กล้าทํา ฉะนั้นผมว่าการวัดด้วยวิธีนี้ไม่ได้ผลนะครับ ฉะนั้นนี่คือสิ่งที่อยากจะขอ นําเสนอของหน่วยงานของท่าน แล้วนอกจากนั้นแล้วท่านก็ยังมีตั้งหน่วยงานใหม่รองรับ ตามรัฐธรรมนูญอีก ๓ สํานักนะครับ ซึ่ง ๓ สํานักนี้ก็อยากจะเห็นครับ อยากจะเห็นจริง ๆ ว่าได้มีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของทั้ง ๓ หน่วยงานนี้อย่างไรบ้างในป้หน้า ฉะนั้นผมหวังว่าในรายงานป้หน้าน่าจะต้องมีนะครับให้รัฐสภาได้รับรู้รับทราบว่า หน่วยงานใดบ้างที่ท่านไม่ได้รับความร่วมมือจากที่ท่านร้องขอไป แล้วก็อย่าลืมนะครับว่า เอกสารที่ขอความกรุณาสํานักงานส่งให้กับสภาผู้แทนราษฎรก็จะวัดผลงานท่าน เหมือนกันว่าใน ๑๔ วันนั้นท่านจะทําได้ไหมว่าเรื่องที่ท่านเสนอไปที่รัฐมนตรีแล้วมีกี่เรื่อง อะไรบ้าง แล้วกี่เรื่องที่ได้รับการตอบสนอง กี่เรื่องที่ได้รับการเพิกเฉย แล้วก็สิ่งที่รัฐมนตรีนั้น เพิกเฉยท่านได้ทําเรื่องถึงนายกรัฐมนตรีไปกี่เรื่อง แล้วก็มีเรื่องอะไรบ้าง เราไม่ต้องจําแนก ครับ เพราะผมคิดว่าป้นี้เปึนป้ ๒๕๕๒ แล้ว ก็จะเปึนป้ของรัฐบาลพวกผมแล้วครับ ที่จะต้องถูกประเมิน ฉะนั้นผมคิดว่าทุกคนช่วยกันขันน๊อตเท่าไร ประเทศมีวิกฤติและต้อง ให้ทุกคนรู้ว่าเราต้องทํางานในภาวะวิกฤติประชาชนนั้นจะได้พ้นทุกข์พ้นยากไปให้มาก ที่สุดเท่าที่จะมากได้ ฉะนั้นผมหวังว่าความฝันของผม ความเชื่อมั่นของผมต่อสํานักงานนี้ จะไม่ลดน้อยถอยลงเหมือนกับที่ประชาชนเขาลดน้อยถอยลง แล้วผมให้กําลังใจท่าน แต่อยากจะให้ท่านนั้นปรับปรุงหน่วยงานนี้ให้เปึนที่พึ่งของประชาชนที่หนีร้อนมาพึงเย็นได้ อย่างเต็มที่แล้วก็เปึนไปตามความเปึนจริงมากที่สุดครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ