มัลลิกา จี้แก้ พ.ร.บ.กระจายอำนาจ-ชี้คำสั่ง มท.ไม่ชัดเจน ก่อความขัดแย้งท้องถิ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒ เมษายน ๒๕๕๒

มัลลิกา จิระพันธุวาณิช หารือปัญหาอุปสรรคการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตาม พ.ร.บ. การกระจายอำนาจ โดยเสนอให้แก้ไขความซ้ำซ้อนในการแบ่งแยกภารกิจระหว่าง อบจ. กับ อปท. พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่าการใช้ดุลยพินิจของผู้อำนวยการจังหวัดในการพิจารณาโครงการที่คาบเกี่ยวเกินศักยภาพ ทำให้เกิดข้อขัดแย้งกับหน่วยงานตรวจสอบงบประมาณ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและเกิดความล่าช้าในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องมาตรฐานการปฏิบัติภารกิจของท้องถิ่น โดยชี้ปัญหาความไม่ชัดเจนในคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ส่งผลให้เกษตรกรโคนมเดือดร้อน และเรียกร้องให้ทบทวนหลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ดิฉันขอเรียนถามเรื่องปัญหาและอุปสรรคที่เกิดจากแนวทาง การปฏิบัติงานตามคําสั่งคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น เนื่องจากว่าในปัจจุบันนี้ การดําเนินการของ อปท. อย่างเช่น อบต. (องค์การ บริหารส่วนตําบล) อบจ. (องค์การบริหารส่วนจังหวัด) ประสบกับปัญหาในการปฏิบัติงาน มากเลยนะคะ เพราะว่าจากพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่ละรูปแบบกําหนดเอาไว้คล้ายคลึง กัน ความชัดเจนในการแบ่งแยกภารกิจเปึนเหตุที่ทําให้เกิดปัญหาความซับซ้อนแล้วก็ สับสนแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาก การพยายามของ กกถ. (คณะกรรมการกระจาย อํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) ก็มีการกําหนดอํานาจและหน้าที่ในการที่จะ จัดระบบบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ขึ้น ทีนี้ความไม่ชัดเจนในการปฏิบัติภารกิจ เพราะว่าต้องกําหนดให้องค์กร บริหารส่วนจังหวัดดําเนินการภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ก็คือ ลักษณะการดําเนินงานของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดในการให้บริการสาธารณะในเขตจังหวัด จะต้องมีลักษณะของ แผนงานหรือโครงการตามหลักเกณฑ์ตามข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ จึงจะถือว่าอยู่ใน อํานาจหน้าที่

ข้อ ๑ ต้องเปึนการดําเนินงานในโครงการที่มีขนาดใหญ่ที่เกินศักยภาพของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในเขตจังหวัด

ข้อ ๒ เปึนการดําเนินงานที่ปรากฏถึงกิจกรรมที่เปึนภาพรรวมขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดที่มุ่งประโยชน์ของท้องถิ่นหรือประชาชนเปึนส่วนรวมและ ไม่เข้าไป และไม่เข้าไปดําเนินงานที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ในจังหวัดสามารถ ดําเนินการได้เอง

ข้อ ๓ ต้องเปึนการเข้าไปดําเนินงานตามแผนงานหรือโครงการในลักษณะ ที่มีความคาบเกี่ยวต่อเนื่อง หรือมีผู้ที่ได้รับประโยชน์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มากกว่า ๑ แห่งขึ้นไป ปัญหาก็คือว่า การดําเนินงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดที่บอก ว่าต้องเปึนโครงการขนาดใหญ่ที่เกินศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น มันเปึน การใช้ดุลยพินิจเปึนกรณี ๆ ไป ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพของเศรษฐกิจสังคมของแต่ละพื้นที่ โดย ที่ว่าให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนผู้วินิจฉัย ดังนั้นก็เลยทําให้เกิดปัญหา ต่อการทํางาน เพราะว่าการใช้ดุลยพินิจและก็ข้อเท็จจริง เวลามีปัญหาเดือดร้อนกับ ประชาชนแล้ว เมื่อทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดจะต้องส่งเรื่องให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้ดุลยพินิจในทุกโครงการ ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที แต่ถ้าหากว่า ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจารณาเอง ก็เกิดปัญหากับหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบ ในการใช้จ่ายงบประมาณก็คือ สตง. (สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) ทักท้วงว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดดําเนินงานซึ่งไม่เข้าข่ายใน ๓ ข้อที่กล่าวเมื่อสักครู่ บอกว่า ไม่อยู่ในอํานาจหน้าที่ แล้วก็ให้นําเงินงบประมาณที่ได้ใช้ไปนั้นส่งคืนคลัง หรือว่ามีการตั้ง กรรมการที่ว่าตรวจสอบวินัยของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเปึนการลดขวัญแล้วก็กําลังใจของเจ้าหน้าที่ มาก เกิดความชักช้าในการแก้ปัญหา จะทําอะไรทีก็ต้องกลัวว่าจะโดนตั้งกรรมการ ตรวจสอบวินัยหรือเปล่า และบางจังหวัดที่ส่งเรื่องให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดวินิจฉัยว่าเปึน โครงการที่เกินศักยภาพ แต่เมื่อหน่วยงานผู้ตรวจสอบมีความเห็นว่าไม่เกิน ก็ต้องตั้ง กรรมการชี้แจงอีก ทั้ง ๆ ที่โครงการที่ทํานั้นเปึนประโยชน์ต่อประชาชน แล้วประชาชนได้ เรียกร้องและขอให้ดําเนินการให้

อีกกรณีหนึ่ง คือ การดําเนินงานที่มีความคาบเกี่ยวต่อเนื่องมากกว่า ๑ แห่งขึ้นไป ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือการทํางานที่จะต้องให้พื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างตําบลต่อ ตําบล อย่างเช่น ยกตัวอย่างนะคะ ถนนสายหนึ่งสามารถที่จะสัญจรไปมาระหว่างตําบล ต่อตําบล แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับถนนเปึนแค่เพียงบางช่วง แล้วก็บางจุด ไม่ตลอด สายเมื่อมีการเข้าไปซ่อมแซม ทาง สตง. ก็ติติงว่าโครงการนี้ไม่ได้อยู่ในอํานาจหน้าที่ เพราะว่าไม่ได้ทําในพื้นที่ต่อเชื่อมระหว่างตําบล แต่ว่าบางจังหวัดเองทางเจ้าหน้าที่ สตง. ซึ่งเปึนคนละชุดกันไปตรวจสอบก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร บอกว่าถึงแม้ว่าจะทําในพื้นที่ ตําบลเดียว แต่ถนนทั้งเส้นสามารถใช้ประโยชน์ได้มากกว่า ๑ ตําบล ก็จึงเกิดปัญหาการ ตีความว่า ตกลงแล้วทําได้หรือไม่กันแน่

อีกกรณีหนึ่ง อย่างเช่น การปฏิบัติภารกิจในภาพรวมต่าง ๆ การที่จะไปทํา ลานกีฬาภายในโรงเรียนก็ดี หรือว่าในพื้นที่ส่วนราชการอื่นซึ่งมีการร้องขอขึ้นมา ถ้าเกิด ตีความตามตัวอักษรโดยเคร่งครัดเลยก็จะทําไม่ได้ ดังนั้นถ้าเกิดให้เปึนมาตรฐานในทาง เดียวกันนะคะ อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้ช่วยชี้แจง เพราะว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัด ใดถ้ากลัวก็ไม่ทํานะคะ ส่วนถ้าเกิดจังหวัดใดไม่กลัวก็ทํา อย่างล่าสุดเหตุการณ์ที่ปัญหา ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมประสบกับปัญหาน้ํานมดิบล้นตลาด ไม่มีที่ส่ง จริง ๆ เลยไม่ว่า จะเปึน อบต. หรือ อบจ. เปึนหน่วยงานที่ใกล้ที่สุด สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ทันท่วงที ทั้ง ๆ ที่มติ ครม. (คณะรัฐมนตรี) เองก็มีออกไปแล้วนะคะ แต่ว่าโดยคําสั่งของทาง กระทรวงมหาดไทยยังไม่มีลงไป เพราะฉะนั้นที่เราเห็นกันว่าน้ํานมดิบก็เอาไปเททิ้งกัน คําสั่งที่จะออกไปทําเมื่อล่าช้าหรือว่ามันไม่ชัดเจน ทาง อปท. เองก็ไม่กล้าทํา เพราะฉะนั้น หลาย ๆ อย่างที่ส่งผลที่ทําให้ท้องถิ่นเสียหาย ประชาชนเดือดร้อน รวมทั้งโครงการที่ว่า เกี่ยวกับการปัองกันแล้วก็ควบคุมโรคติดต่อนะคะ ซึ่งเปึนนโยบาย บางครั้งเปึนนโยบาย ของกระทรวงสาธารณสุขเอง แต่เมื่อมีการที่จะต้องมาซื้อวัสดุ ครุภัณฑ์ เพื่อที่จะช่วยเหลือประชาชน ทางองค์การ บริหารส่วนจังหวัดเห็นว่าเปึนการดําเนินการในภาพรวม แต่ก็มีข้อกังวลที่จะต้องชี้แจงกับ สตง. อีกว่าโครงการนี้เปึนอํานาจหน้าที่อย่างไร ทําได้หรือเปล่า ดังนั้นถ้าเกิดว่ามีการ ทบทวนหลักเกณฑ์ เช่น ขอให้ขยายคําว่า เกินศักยภาพ หรือคําว่า โครงการขนาดใหญ่ ให้พิจารณาจากตรงไหน จากงบประมาณ หรือจากขนาด หรือจากอะไรที่ให้เปึนเกณฑ์ เพื่อที่จะเปึนมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งหลักเกณฑ์พวกนี้จะทําให้เปึนการส่งเสริม แล้วก็สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งในการบริหารงาน แล้วก็ ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ดังนั้นดิฉันจึงขอให้ท่านรัฐมนตรี แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กรุณาดําเนินการแก้ไข แล้วก็มีคําสั่งให้ชัดเจน อีกทั้ง การวินิจฉัยโครงการที่หารือ