สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒ เมษายน ๒๕๕๒

อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการผลิตและจำหน่ายลิ้นจี่ พร้อมขอสนับสนุนจากภาครัฐ และหารือเกี่ยวกับการรับจํานํามันสําปะหลัง โดยขอให้ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรไม่เร่งขุดหัวมัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาคอขวด และหารือเรื่องการขยายระยะเวลาการรับจํานําพืชผล โดยขอให้พิจารณาปริมาณที่จะต้องมีการพิจารณาเพิ่มขึ้น

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ กระผมตระหนักดีว่าข้อห่วงใยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่หารือต่อ ท่านประธานเปึนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งเปึนการปฏิบัติหน้าที่ เพราะฉะนั้นเปึนนโยบายของท่าน ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ประสงค์ ที่จะให้คณะรัฐมนตรีเข้ามารับฟังและชี้แจง เพื่อให้เกิดความเข้าใจและความร่วมมือ ระหว่างฝ์ายนิติบัญญัติและฝ์ายบริหาร เพราะฉะนั้นจึงมีประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับความ รับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์ทั้งหมดและบางส่วนดังต่อไปนี้ กรณีการปรึกษาหารือ ของท่าน ส.ส. ประสิทธิ์ วุฒินันชัย จากจังหวัดเชียงใหม่ กรณีของลิ้นจี่นั้น ใคร่ขอ กราบเรียนชี้แจงว่า ในเบื้องต้นโดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อป้ ๒๕๔๗ การดูแลผลไม้ ทั้งระบบ รวมทั้งลิ้นจี่ ลําไย ได้กําหนดให้เปึนความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหาร จัดการผลไม้ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปึนประธาน และมีการ ตราระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีในการบริหารจัดการเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตามกระทรวง พาณิชย์ในฐานะเปึนส่วนหนึ่งที่จะต้องช่วยกันดูแลในเรื่องของปัญหาเรื่องผลผลิตผลไม้ ทุกประเภท จึงได้ดําเนินการในเรื่องนี้ในการเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งลิ้นจี่ นั้น ถึงแม้ว่าจะมีการคาดการณ์ว่าใน ๘ จังหวัด ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกรวมกัน ๑๕๐,๐๐๐ ไร่ โดยประมาณ มีจํานวนเกษตรกร ๓๗,๐๐๐ กว่าราย โดยมีผลผลิตที่ทางสํานักงาน เศรษฐกิจการเกษตรคาดหมายว่าจะมีผลผลิตในป้นี้ประมาณ ๖๐,๐๐๐ ตัน หรือเพิ่มขึ้น ๑๔ เปอร์เซ็นต์นั้น แต่สถานการณ์ล่าสุดเชื่อว่าปริมาณผลผลิตที่คาดว่าจะเพิ่มอาจจะไม่ เปึนไปดังที่คาดหมาย อาจจะเกิดภาวะของการผลิตที่ไม่มีการเพิ่ม ซึ่งจะเปึนผลดีต่อเรื่อง ของการบริหารการตลาด เพราะว่าลิ้นจี่นั้นเราใช้ในการบริโภคสด ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แปรรูป เปึนผลไม้กระปิอง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ และก็ส่งออกเพียง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามใน ส่วนกระทรวงพาณิชย์นั้น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ดําเนินการในการรับมือ ล่วงหน้า ด้วยการประชุมทําความตกลงทั้งในส่วนของโรงงานแปรรูปลิ้นจี่กระปิอง น้ําผลไม้กระปิองไว้ล่วงหน้าในการดูแลร่วมแก้ไขปัญหานี้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๒. ก็คือว่าในการระบายไปสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ทําความตกลง เอ็มโอยู (MOU : Memorandum of Understanding บันทึกลงนามความเข้าใจ) กับ โมเดิร์น เทรด (Modern Trade) เช่น เทสโก้ โลตัส ซึ่งได้ทํา เอ็มโอยู ไปเมื่อ ๒ วันที่ ผ่านมานั้น โดย เทสโก้ โลตัส นั้นมีสาขาอยู่ในกว่า ๑๐ ประเทศ ๓,๐๐๐ กว่าสาขา แล้วก็จะได้มีการเพิ่มปริมาณการรับซื้อผลไม้ไทย ซึ่งรวมทั้งลิ้นจี่ด้วยนะครับ จาก ๑๔๐,๐๐๐ ตัน เปึน ๑๘๐,๐๐๐ ตันในป้นี้ แล้วจะมีการร่วมรณรงค์กับทางกระทรวง พาณิชย์ในตลาดยุโรปซึ่งก็เปึนตลาดหลักตลาดหนึ่ง นอกจากนั้นแล้วก็จะมีเครือข่ายของ คาร์ฟูร์ (Carrefour) บิ๊กซี (Big C) ตลอดจนแม็คโคร (Makro) แล้วก็ห้างสรรพสินค้า ต่าง ๆ ซึ่งมีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศนะครับในการรับปริมาณผลไม้เพื่อเข้าสู่ ช่องทางการจําหน่ายในต่างประเทศโดยผ่านโมเดิร์น เทรดอีกไม่น้อยกว่าอีก ๕๐,๐๐๐ ตัน รวมแล้วก็กว่า ๒๓๐,๐๐๐ ตัน โดยประมาณในเบื้องต้น นอกจากนั้นแล้วก็ได้ เตรียมการในเรื่องของการรณรงค์ให้เปึนป้แห่งผลไม้ไทยในการเพิ่มปริมาณความต้องการ บริโภคผลไม้นะครับ เพราะว่าผลไม้นั้นถือได้ว่าเปึนพืชตามฤดูกาลที่เวลาออกก็ออก ตอนต้นฤดูกาลมาก ดังนั้นก็ต้องร่วมด้วยช่วยกันในการที่จะแบ่งเบาปัญหานี้ และไม่ให้ ราคานั้นตกต่ํานะครับ รวมทั้งตลาดจีนและตลาดในอาเซียนอื่น ๆ ด้วยนะครับ

สําหรับในกรณีของมันสําปะหลังซึ่งเปึนปัญหาร้อนแรงเร่งด่วน เนื่องจากว่าเปึนช่วงโค้งสุดท้ายของโครงการรับจํานําแทรกแซงมันสําปะหลัง ซึ่งเริ่มมา ตามมติรัฐมนตรีวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ และต่อเนื่องมาในรัฐบาลชุดนี้ เราได้เพิ่ม ปริมาณการรับจํานําจาก ๕ ล้านตัน เปึน ๑๐ ล้านตัน เพราะฉะนั้นยังเหลือเวลาของการ รับจํานําจนกระทั่งถึงวันที่ ๓๐ เมษายน โดยราคารับจํานํานั้นเริ่มต้นในเดือนพฤศจิกายน ป้ ๒๕๕๑ ๑ บาท ๘๐ สตางค์ และเพิ่มเปึนขั้นบรรทัด ๕ สตางค์ทุกเดือน และมาถึง เดือนเมษายนนี้ราคารับจํานําหัวมันสดอยู่ที่กิโลกรัมละ ๒ บาท ๕ สตางค์ ซึ่งมีท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผ่องศรี ธาราภูมิ จังหวัดลพบุรี ได้แสดงความห่วงใยปัญหาของ กรณีที่ชาวไร่มันสําปะหลังนั้นได้ขุดมันสดขึ้นมา และอาจจะทําให้ไม่มีจุดรับจํานําที่รองรับ ปริมาณที่ทะลักเข้ามาในช่วงโค้งสุดท้ายได้ รวมไปถึง ส.ส. ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จากจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมี ๒ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ ก็คือ เรื่องของการขอให้เป่ดเงื่อนไขให้สามารถที่จะนํา หัวมันสดที่ชาวไร่ขุดขึ้นมานั้นไปจํานําในโรงมัน โรงแปังมันที่อยู่จังหวัดข้างเคียงได้ ซึ่งผม จะได้เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ ได้สั่งการให้ทางองค์การ คลังสินค้า และก็กรมการค้าภายในได้รับข้อพิจารณาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือ ในส่วนของการขยายระยะเวลาโครงการจากวันที่ ๓๐ เมษายนไป ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า จะอยู่ในความดูแลของคณะกรรมการนโยบาย มันสําปะหลัง และคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร หรือ คชก. นะครับ ขณะนี้ในแนวทางที่ได้มีการหารือระดับเจ้าหน้าที่ เห็นว่าปริมาณการรับจํานํา ๑๐ ล้านตัน ซึ่งเราได้เพิ่มถึงเท่าตัวจากที่เริ่มต้นโครงการเมื่อ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ที่เริ่มต้นด้วย ๕ ล้านตันนั้น ปรากฏว่ารัฐบาลชุดนี้ได้เพิ่มให้อีก ๕ ล้านตัน เปึน ๑๐ ล้านตัน แต่เนื่องจากได้รับทราบข้อมูลจากบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนบน ซึ่งมีแหล่งในการเพาะปลูก มันสําปะหลังจํานวนมากนะครับ ได้ให้ข้อมูลว่ายังมีปริมาณหัวมันสดที่อยู่ใต้ดินอีก จํานวนไม่น้อย และวันนี้ต้องเรียนว่า ปริมาณของการรับจํานํานั้น ๙ ล้านกว่าตันแล้วครับ เวลาที่เหลืออยู่ ๒๘ วันที่เหลืออยู่นั้นก็อาจจะไม่เพียงพอ และขณะเดียวกันวงเงินที่เราใช้ รับจํานําครั้งนี้ในพืชทุกชนิดที่ต้องการให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้นจริง ๆ ครับ ภายใต้ นโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันก็มีอยู่จํากัด เพราะเราได้ใช้วงเงิน ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการช่วยเหลือเกษตรกรครั้งนี้นะครับ ดังนั้นข้อพิจารณาในเรื่องของการขยายเวลาคง ต้องควบคู่ไปกับเรื่องของปริมาณที่จะต้องมีการพิจารณาว่าจะเพิ่มขึ้นอีกมากน้อยเพียงใด ก็จะได้นําเสนอความเห็นไปยัง คชก. (คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือ เกษตรกร) ต่อไปโดยเร็ววันนะครับ

ส่วนกรณีเร่งด่วนของท่าน ส.ส. สุนทรี ชัยวิรัตนะ จังหวัดชัยภูมินะครับ ซึ่งท่านได้กรุณาโทรศัพท์ประสานมาถึงผมบ่อยครั้ง ทุกครั้งที่มีปัญหาเกษตรกรนะครับ ก็ได้แจ้งล่าสุดว่าที่หนองบัวละเหว จังหวัดชัยภูมินั้น มีชาวไร่มัน ๒๐๐ คันรถไปรอที่จะให้ ลานมันรับจํานํา แต่เนื่องจากว่ามีคําสั่งของทางองค์การคลังสินค้าให้มีการเช็กสต็อก มันนะครับ ซึ่งโดยปกติทุกรอบไตรมาสวันที่ ๓๑ มีนาคม ก็จะมีการเช็กสต็อกในระบบของ การจัดทําบัญชี ดังนั้นก็อาจจะทําให้เกิดการชะงักงันวันสองวัน อย่างเมื่อวานนี้ก็แก้กัน ปัญหาเฉพาะหน้า โดยให้ลานมันในอําเภอดังกล่าวนั้นได้รับหัวมันที่ขุดมาแล้วทั้งหมด ครับ และล่าสุดที่มีปัญหาเกิดขึ้นวันนี้อีก ก็ได้ประสานไปกับทางอธิบดีกรมการค้าภายใน เพื่อสั่งการในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยเร่งด่วนนะครับ แล้วก็ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ชัยภูมิซึ่งเปึนประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาพืชผลเกษตรระดับจังหวัดได้ประสาน เพื่อประชุมหารือแก้ไขปัญหาในระดับจังหวัดโดยเร็วภายในบ่ายวันนี้นะครับ จึงเรียน ท่านประธานผ่านไป แล้วก็ขอฝากท่านประธานผ่านท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ในโครงการรับจํานํามันสําปะหลังนั้นใคร่ขอความกรุณาช่วยกันประชาสัมพันธ์ว่า เกษตรกรอย่าเพิ่งเร่งขุดครับ เพราะว่ายังมีเวลาอีก ๒๘ วัน ดังนั้นการเร่งขุดเอา หัวมันขึ้นมา เมื่อประดังขึ้นมา จุดรับจํานําที่มีอยู่ทั่วทั้งประเทศก็อาจจะเกิดปัญหาคอขวด ขึ้นได้ ก็ต้องขอความร่วมมือว่ายังมีเวลา เพราะฉะนั้นก็ทยอยระบายขุด ซึ่งมีไปตาม โควตาและการขึ้นทะเบียนตามคิวอยู่แล้วนะครับ จึงกราบเรียนเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ท่านประธานครับ