สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑ เมษายน ๒๕๕๒

วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาคดีอาญาของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะกรณีที่เกินกว่าอายุ 15 ปี และเรียกร้องการพิจารณาให้ครอบครัวและชุมชนมีส่วนในการดูแลเด็กและเยาวชน วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือเรื่องระบบที่ไม่ดีของสถานพินิจที่ไม่สามารถควบคุมเยาวชนได้ และขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานี้โดยการเพิ่มงบประมาณและปรับปรุงระบบการดูแลเยาวชน นอกจากนี้ วิชาญยังหารือเรื่องเยาวชนติดคุกฟรี 1 ปี โดยถามว่าทำไมถึงต้องจับเยาวชนไว้และไม่มีการพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเยาวชนคนนั้นควรต้องขังหรือไม่ และขอให้มีการดำเนินการเพื่อให้เกิดความมั่นใจกับเยาวชนและครอบครัว

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

เข้าใจครับ แต่ฉบับนี้ผมคิดว่า มีเรื่องสําคัญ บางทีอาจจะต้องหยิบยกประเด็นซึ่งเปึนกรณีต่าง ๆ ซึ่งบางครั้งในส่วนของ ผู้ร่างกฎหมายเองนั้นอาจจะไม่ได้สัมผัสหรืออาจจะไม่พบเจอ อย่างท่านรัฐมนตรี ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านเองก็เปึนอดีตผู้พิพากษาศาลเก่านะครับ แล้วก็ยังอยู่ในสภา แต่บางครั้งท่านเองก็อาจจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ณ วันนี้มันเปึนอย่างไร ผมขออนุญาต นะครับว่าในเรื่องดังกล่าว หลักการและเหตุผลเห็นด้วยครับ การดูแลฟุ๋นฟูจําเปึนอย่างยิ่ง เพราะในกฎหมายฉบับนี้นั้นเปึนการที่จะให้โอกาสเด็กแยกจากในเรื่องของการพิจารณา คดีอาญาโดยทั่วไป โดยเฉพาะในอดีตนั้นการที่มีการจับกุมเยาวชนหรือเด็ก เด็กก็คืออายุ ๑๕ ป้ลงไป เยาวชนอายุ ๑๘ ป้ลงไปนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นในกฎหมายฉบับนี้ถ้าบอกไปแล้ว เปึนการแยกแล้วเปึนการดูแล ซึ่งในอดีตมันขึ้นโดยตรงกับทางศาล แต่วันนี้ส่วนหนึ่ง แบ่งให้กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนไปดู แล้วก็แบ่งให้กับทางกระทรวงที่จะต้อง เข้าไปดูแลดําเนินการ แต่สิ่งหนึ่งถ้าพอเกิดเหตุการณ์ขึ้นมา ถ้าเปึนกรณีอาญาก็จะแยก การพิจารณาว่ามีความชัดเจนระดับไหน มีความชัดเจนในเรื่องของการดําเนินการนะครับว่า อุกฉกรรจ์หรือเปล่า กรณีพิพากษาถ้าเกินกว่าอายุที่ทางศาลจะพิจารณาว่ามีความผิดเกินกว่า ๕ ป้ ก็จะไปอยู่ใน ลักษณะของการพิพากษาในการดูแลว่าโทษมันหนักนะครับ แต่วันนี้ถ้าต่ํากว่าเกณฑ์ ในส่วนของการพิพากษาใน ๕ ป้ ก็จะดูในลักษณะว่าเด็กเหล่านี้หรือเยาวชนเหล่านี้นั้น จะไปอยู่ตรงไหน โดยเฉพาะในหมวด ๘ เขาได้มีการเพิ่มเติมหรือพูดคุยกันนะครับว่า ในส่วนขององค์คณะการดูแลพิพากษานั้นก็ต้องให้ประโยชน์กับเยาวชนหรือเด็ก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องยืนอยู่ในส่วนของความถูกต้อง โดยเฉพาะจะต้องให้ครอบครัว ก็คือ พ่อแม่เข้ามามีส่วน หรือชุมชนเข้าไปมีส่วนในการที่จะพิจารณา เพราะเด็กโดยเฉพาะ ในขณะนี้สังคมมันเปลี่ยนครับท่านประธาน สังคมมันเปลี่ยนเนื่องจากว่าเรารับสภาวะ ต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นนั้นแล้วก็ไม่ได้เข้าไปควบคุมดูแลเด็กให้เต็มที่ เด็กก็เลยรับสิ่งต่าง ๆ เข้ามา จะไปหวังพึ่งครอบครัวอย่างเดียวก็ไม่ได้ หวังพึ่งโรงเรียนอย่างเดียวก็ไม่ได้ มันก็ต้องพึ่งพาในส่วนของระบบต่าง ๆ แต่สิ่งหนึ่งนะครับ ถ้าบอกไปแล้วว่าถ้าเกิดเหตุ ขึ้นมาสังคมจะยอมรับไหม เด็กไปทําร้ายร่างกาย เด็กไปตีกัน เด็กไปสร้างปัญหา สื่อมวลชนข่าวต่าง ๆ ลงตีประโคมข่าวเกิดปัญหาทันทีครับ ถึงแม้ว่าเด็กเหล่านั้นจะมี ความตั้งใจหรือไม่มีเจตนา พรรคพวกพาไป หรือเหตุการณ์ชุลมุนนี่ ปรากฏว่าสังคม ลงโทษแล้วครับ แล้วก็จะอยู่ในส่วนของสถาบันต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

ทีนี้ประเด็นที่ผมหยิบยกก็คือ หมายถึงว่า กรณีการที่เอาเด็กหรือเยาวชน เข้าไปในสถานพินิจ วันนี้ไปรวมกลุ่มกันอีกครับ มีบางกลุ่มบางคนที่มีนิสัยโดยนิสัย โดยสันดานติดยึดมาแล้วก็ไปเข้าเปึนกลุ่มพวก พอเข้าไปอยู่ในสถานพินิจแล้วจะเกิด เหตุการณ์ ส่วนหนึ่งต้องโทษครับ ต้องโทษระบบของการควบคุมไม่ดี ไม่มีการผ่อนปรน ไม่มีการดูแลระเบียบวินัยต่าง ๆ ในส่วนของการต้องขังนะครับ มันก็เลยเปึนปัญหาว่า เด็กส่วนหนึ่งซึ่งมีนิสัยก้าวร้าวกําลังเอาไปดูแล เอาไปอยู่ในสถานพินิจ เอาไปบําบัดในสิ่ง ต่าง ๆ แต่กลับไปเพิ่มกฎระเบียบ บางครั้งก็ต้องมองครับว่าคน ๆ นี้ติดยาเสพติด คนคนนี้ มีการทะเลาะเบาะแว้ง คนคนนี้มีจําพวกและประเภท พอไปขังรวมกันในกลุ่มเดียวกัน คนที่เข้าไปใหม่ก็จะเกิดปัญหาตามมา แล้วคนที่เปึนกลุ่มที่ต้องขังที่มีความรู้ ความสามารถ คือเข้าออกอยู่ประจํา หรือถูกภาคทัณฑ์อยู่เสมอ บางครั้งก็จะไปสอน การไปสอนหรือการไปบอกนี่สร้างปัญหาครับ เพราะเด็กที่ต้องขังหรือถูกควบคุม ใช้คําว่า ควบคุม เมื่อออกมาแล้วจะรับอารยธรรมต่าง ๆ ออกมา แล้วก็จะมีกลุ่มเพื่อนคอย สนับสนุนคอยบอกกล่าว ผมถามประเด็นนี้ครับว่ารัฐบาลเองจะมีการแก้ไขอย่างไร กระทั่ง วันนี้ครับผมมีโอกาสไปเยี่ยมในเรือนจําพิเศษมีนบุรี อันนี้ยกตัวอย่างท่านประธานเลย เข้าไปนะครับมีการรายงานตัว พวกติดยาเสพติดหรือผู้ที่กระทําความผิดบางส่วนตอนนี้ แน่นคุกแล้วครับ แน่นเรือนจําเข้าแถวกัน นั่งกัน ซึ่งก็โทษเรือนจําไม่ได้ เพราะงบประมาณ ท่านให้ไว้น้อย ในลักษณะการใช้งบประมาณบางทีก็ไปดูในเรื่องของถนนหนทาง ไปดูในเรื่องของสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มากเกินควรหรือเปล่า แต่ปรากฏว่าลืมมองว่าในที่ต้องขัง เรือนจําท่านได้ดูแลเต็มที่หรือเปล่า นั่งกันอยู่บนพื้นลานแน่นไปหมดครับ คนจํานวนมาก มารายงานตัว ญาติเอามาส่งใช้เวลาตั้งแต่เช้ายัยเย็น กว่าจะมาดูในเรื่องรายละเอียดใช้ เวลาพอสมควร แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือปัญหา คนก็ลืมเบื่อการรายงานตัว สิ่งต่าง ๆ ที่คิดว่า เปึนการที่จะต้องไปทําคุณประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหา มันติดยึดตรงนี้ มันก็ต้อง มาดูครับว่าจะมีงบประมาณบางส่วนลงไปได้หรือเปล่า ท่านเพิ่มกฎหมาย แก้กฎหมาย แต่ละฉบับ แต่ท่านไม่ได้ดูในรายละเอียดเนื้อหาสาระว่า สิ่งที่ท่านเพิ่มหรือแก้ไขกฎหมาย เพิ่มอํานาจหน้าที่ เพิ่มวิธีการปฏิบัตินะครับ ท่านมีงบประมาณเสริมลงไปเลยหรือเปล่า เปึนเรื่องสําคัญครับ กฎหมายบางฉบับโดยเฉพาะการจัดตั้งศาลมีหลายฉบับ ๓ ป้ ๔ ป้ ก็ยังไม่สามารถจัดตั้งศาลได้ ในสภาแห่งนี้ก็มีหลายฉบับ แล้วก็เปึนศาลที่จะต้องไปจัดตั้งตามจังหวัดต่าง ๆ อันนี้ก็เปึน ปัญหาในเรื่องของงบประมาณ แต่วันนี้เปึนเรื่องของคน เปึนเรื่องของวิธีการ ท่านมีความพร้อม หรือเปล่าครับถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกมา มีการจัดตั้งคณะต่าง ๆ เพื่อที่จะมีมาตรการ พิเศษในการทดแทนนะครับ การลงโทษในกรณีต่าง ๆ หรือการพูดคุยกันในลักษณะว่า เด็กเหล่านี้หรือเยาวชนเหล่านี้จะกลับไปสู่สถานะเดิม เข้าสู่สังคมได้หรือเปล่า และสังคม จะยอมรับหรือเปล่า โดยเฉพาะในเรื่องขององค์ประกอบทางครอบครัว จะให้ความร่วมมือ หรือเปล่า แม้กระทั่งในส่วนของชุมชนที่เปึนคณะกรรมการที่จะต้องมีส่วนร่วม จะมีโอกาส เข้าไปพูดคุยได้เต็มที่หรือเปล่า ในส่วนหนึ่งต้องกลับไปดูครับ วันนี้มันจะคล้ายกับกรณี ศาลที่ไปตั้งนะครับ ผู้พิพากษาศาลสมทบหรือเปล่าที่มีปัญหา มีการตรวจสอบหรือเปล่าว่า ประวัติของแต่ละคนที่ไปตั้งมีปัญหาหรือเปล่า บางทีก็เอาผู้ค้ายา บางทีเอาผู้มีอิทธิพลไปตั้ง มีอยู่มากมายครับ แล้วท้ายที่สุดก็จะเกิดปัญหา ผมกลัวว่าในเรื่องของวิธีการ สิ่งต่าง ๆ ดีหมด แต่โดยวิธีการจะดําเนินการอย่างไร เพราะวันนี้ทราบมาว่าที่ศาลนนทบุรีได้ทําแล้ว เปึนตัวอย่างนะครับ ทําเปึนตัวอย่างแล้ว แล้วได้ผล ในแต่ละพื้นที่ที่มีปัญหาจะสามารถ จัดระบบได้เต็มที่อย่างที่ท่านกําลังพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้หรือเปล่านะครับ ในส่วนหนึ่งนั้นต้องยอมรับว่ากฎหมายแต่ละฉบับเราลอกเขามา วันนี้เราลอกเลียนจาก ต่างประเทศมา แต่เราจะมาปรับใช้กับประเทศไทย ซึ่งมีลักษณะของขนบธรรมเนียม ประเพณีที่ต่างกัน เราจะทําอย่างไรครับท่านประธาน ผมเองมีข้อสงสัยหลายประเด็น แล้วก็เปึนข้อสงสัยที่ท่านรัฐมนตรีเอง หรือท่านตุลาการเองนะครับ ในวิธีการพิจารณาว่า หลักเกณฑ์จะมองอย่างไรว่า เยาวชนที่หนัก ๆ บอกว่าพิจารณา ๕ ป้ หรือเกินกว่า คดีอาญา ๕ ป้ ท่านจะเอาเขาไปไว้ตรงไหน ต่ํากว่า ๕ ป้ ท่านมาเข้าใช้บริการในลักษณะ ที่จะเกิดขึ้น แล้วอีกส่วนหนึ่ง และสถานพินิจจะรองรับได้หรือเปล่า เพราะวันนี้สถานพินิจ เกิดเหตุกันประจําเสมอ โดยวิธีการดําเนินการ ท่านมีสิ่งอํานวยประโยชน์อย่างไร ผมอยากจะทราบในเรื่องรายละเอียดเหล่านี้ แล้วผมเองก็ขออนุญาตนะครับว่าสิ่งที่ทาง รัฐบาลเอง ทางตุลาการเอง หรือทางเพื่อนสมาชิกในสภาเล็งเห็นประโยชน์ในเรื่องดังกล่าว เปึนเรื่องที่ดี ผมยกตัวอย่างอีกประเด็นเดียวครับท่านประธานครับ วิธีการ มีคดีอันหนึ่งผม ไม่เอ่ยชื่อนะครับ เพราะเปึนเรื่องเยาวชน เขาถูกกล่าวหาว่ายิงคนตาย อยู่ในตลาดแถว มีนบุรีนะครับ ยิงคนตาย ตํารวจไปดําเนินการจับกุม โดยคนที่ไปชี้เบาะแสกล่าวหาว่าคน ที่ถูกยิงตาย มีนาย ก ไปยิง ผู้หญิงที่ไปชี้เบาะแส ท้ายที่สุดเปึนผู้ค้ายาเสพติด แต่ตํารวจไป ล้อมจับครับ เขาใช้คําว่า ในสํานวนความ ผมไปถามตํารวจเขาบอกต้องใช้คําว่า ล้อมจับ แล้วสันนิษฐานว่าจะมีอาวุธป๋น เพราะไปกล่าวหาว่าเขายิงคนตาย เด็กคนนั้นทํางานอยู่ที่ โรงงานวันที่ยิงคนตาย แต่ไปจับอีกวันหนึ่งเขานอนอยู่บ้านเปึนวันหยุด ท่านประธาน เชื่อไหมครับ ตํารวจใส่รายละเอียดบอกว่าไปล้อมจับจํานวน ๑๐ กว่าคน เขาบอกว่า มันเปึนสร้อยสํานวนของตํารวจต้องใส่ไว้ให้มันครบ เพราะเดี๋ยวหาว่าคนนั้นไปจับแค่ ๓ คน ๒ คน ดูแล้วมันน้อยไปหน่อย มันก็เลยเปึนสํานวนที่รัดผู้ต้องหาเสียแน่นเลย

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเขาไม่ได้สอบถาม เอาตัวมากักขังอยู่ในเรือนจํา ขังเขาไป ๑ ป้เต็ม ๆ แม่เขาต่อสู้ ผมก็ถามอัยการบอกว่า ท่านอัยการแล้วกรณีอย่างนี้อย่างไร ก็บอก ว่าต้องไปดู ขนาดผู้จัดการโรงงานต่าง ๆ รวมถึงตัวบุคคลมายืนยันว่าไม่ใช่ ในวันเกิดเหตุ อยู่ตรงนั้น สู้จนกระทั่งทาง ส.ว. ไปดําเนินการให้ ยกครับ คดียก แต่ติดคุกฟรีไป ๑ ป้ เยาวชนติดคุกฟรีไป ๑ ป้ ท่านประธาน ผมถึงบอกว่าในการที่จะดูรายละเอียดทั้งศาล ทั้งอัยการ ทั้งเจ้าหน้าที่ตํารวจ หรือรวมไปถึงทางเรือนจําจะมีวิธีการดูแลอย่างไร ถ้าไม่อย่างนั้นเด็ก หรือเยาวชนที่โดนข้อหาต้องขังดังกล่าวนะครับ โดยคนที่ชี้ท้ายที่สุดกลายเปึนบุคคลที่ ค้ายาเสพติดเอามาเปึนพยานได้อย่างไร ท่านประธานครับ นี่คือตัวอย่าง ผมอยากจะ ทราบว่าถ้าเกิดองค์กรใน ๓ ระดับ ๔ ระดับ รวมถึงทางเรือนจํามีการพิจารณาใน รายละเอียดอย่างไรว่าบุคคลหรือเยาวชนคนนี้ต้องขังหรืออยู่ในการพินิจต่าง ๆ ท่านจะมี วิธีการดําเนินการโดยวิธีการอย่างไรที่จะทําให้เกิดความมั่นใจกับเยาวชน รวมถึง ผู้ปกครองหรือครอบครัวต่าง ๆ ที่เขาเกิดปัญหาขึ้นในกฎหมายฉบับนี้ครับ ส่วนตัวเห็น ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ