ผุสดี ตามไท หารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับเด็กและครอบครัว เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการของรัฐธรรมนูญและสหประชาชาติ และเรียกร้องการตราพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กและครอบครัว พร้อมหารือร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาคดีเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์นะคะ ก่อนอื่นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ค่ะว่า ร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. .... ฉบับนี้เปึนการร่วมมือกันระหว่าง ส.ส. จากหลายพรรคด้วยกัน ทั้งพรรค ประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา แล้วก็ พรรคเพื่อแผ่นดิน ทั้งสิ้น ๓๔ คนด้วยกัน ก็ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดิฉัน ขออนุญาตท่านประธานอ่านเอกสารพูดถึงเรื่องหลักการและเหตุผลนะคะ
หลักการ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๔๐ (๖) กําหนดให้เด็กแล้วก็เยาวชนมีสิทธิได้รับความคุ้มครองในการดําเนินกระบวนพิจารณาคดี อย่างเหมาะสม แล้วก็มาตรา ๕๒ กําหนดให้เด็ก เยาวชน สตรี แล้วก็บุคคลในครอบครัว มีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากรัฐให้ปราศจากการใช้ความรุนแรง แล้วก็การปฏิบัติ อันไม่เปึนธรรม แต่ปรากฏว่าพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและ วิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันนี้ยังให้การ คุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนที่ต้องหาว่ากระทําผิดนั้นยังต่ําไปกว่ากระบวนกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาที่ให้การคุ้มครองผู้กระทําความผิดที่เปึนผู้ใหญ่ ซึ่งก็ต้องถือว่า เปึนการขัดกับเจตนารมณ์ในการคุ้มครองเด็กแล้วก็เยาวชน นอกจากนี้กฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองเด็กและกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ถูกกระทําด้วยความรุนแรง ในครอบครัว ก็กําหนดให้ศาลเยาวชนและครอบครัวมีอํานาจพิจารณาคดีตามกฎหมาย ดังกล่าว นอกจากนั้นสถานพินิจก็ยังได้แยกไปสังกัดกระทรวงยุติธรรม จึงจําเปึนต้อง ปรับปรุงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและ ครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แนวทาง ในปัจจุบัน แล้วก็กฎอันเปึนมาตรฐานขั้นต่ําของสหประชาชาติที่ว่าด้วยเรื่องของ การบริหารงานยุติธรรมเกี่ยวแก่คดีเด็กและเยาวชน หรือที่เรียกกันว่า กฎแห่งกรุงปักกิ่ง ซึ่งประเทศไทยเปึนภาคีแล้วก็เปึนสมาชิก อันจะเปึนการเอื้อประโยชน์สูงสุดของเด็กและ เยาวชน
เหตุผล ท่านประธานคะ ก็เพื่อที่จะให้เด็ก เยาวชน สตรี แล้วก็บุคคล ในครอบครัวมีสิทธิได้รับความคุ้มครองในการดําเนินกระบวนพิจารณาคดีอย่างเหมาะสม แล้วก็มีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากรัฐให้ปราศจากการใช้ความรุนแรงแล้วก็การปฏิบัติ อันไม่เปึนธรรม และรวมทั้งมีสิทธิที่จะได้รับการบําบัดฟุ๋นฟูในกรณีที่มีเหตุดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๔๐ (๖) และ มาตรา ๕๒ วรรคสอง นอกจากนั้นเพื่อให้การคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนซึ่งต้องหาว่า กระทําความผิดสอดคล้องกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน รวมไปถึงมาตรฐานของสหประชาชาติ
แล้วก็ประการสุดท้าย เพื่อให้การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ถูกกระทํา ทารุณกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กและผู้ถูกกระทําด้วยความรุนแรง ในครอบครัวตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ถูกกระทําด้วยความรุนแรงในครอบครัว จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตเน้นอีกนิดเดียวว่า ในสาระที่ ปรากฏอยู่ในร่างพระราชบัญญัติที่ดิฉันและคณะได้นําเสนอนะคะ จะเน้นในเรื่องของ หลักการและวิธีพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ซึ่งอันนี้ต้องให้มี ความแตกต่างจากวิธีการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลธรรมดาที่พิจารณาคดีของผู้ใหญ่ นั่นก็คือฐานความคิดในการพิจารณาร่างฉบับนี้ก็ต้องอยู่ที่เรื่องของการเอื้อประโยชน์ สูงสุดสําหรับเด็กและเยาวชน ซึ่งก็มีอยู่หลายมาตราที่ระบุถึงเรื่องของการดําเนินคดี ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เรื่องของการจับกุม การแจ้งข้อกล่าวหา การสอบปากคํา การปฏิบัติ ต่อเด็กและเยาวชน รวมไปถึงการบําบัดฟุ๋นฟูด้วย และข้อตกลงต่าง ๆ ซึ่งจะเกิดขึ้น แล้วก็ ได้ระบุไว้ในหลายมาตรา เช่น มาตรา ๖๗ มาตรา ๖๙ มาตรา ๗๐ มาตรา ๗๒ มาตรา ๘๒ มาตรา ๘๖ และมาตรา ๘๘ ซึ่งต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนั้นได้ทําการพูดคุย แล้วก็หาวิธีการกันเพื่อจะหันเหกระบวนการบริหารจัดการตรงนี้ให้ออกไปจาก กระบวนการทางศาลที่พิจารณาคดีของผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันและคณะก็หวังใจ เปึนอย่างยิ่งว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นจะให้ความสําคัญแล้วก็ให้ความสนใจ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนพิเศษ ขอบพระคุณค่ะ