วุฒิพงศ์ ฉายแสง หารือเรื่องไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เนื่องจากไม่ฝักใฝ่การปกครองระบอบประชาธิปไตย และระบุว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่เป็นประชาธิปไตย มีการบังคับให้ประชาชนลงประชามติ และมีการบิดเบือนสาระสำคัญ โดยเฉพาะอำนาจที่ใหญ่กว่าประชาชนอยู่ในมือของคณะกรรมการชี้แจงรัฐธรรมนูญ (กกต.)
ผม วุฒิพงศ์ ฉายแสง พรรคเพื่อไทย ส.ส. จังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๒ ปกติแล้วผมเปึนคนที่ไม่ค่อยไปกล่าวหาใคร ไม่ว่าใคร แล้วก็เปึนคนที่ค่อนข้างจะอ่อนน้อมถ่อมตนกับทุกคนนะครับ แต่ประเด็นที่ผมจะต้องพูด ก็เปึนเรื่องสําคัญ เนื่องจากว่าบ้านผมนั้นเปึนบ้านที่ค่อนข้างจะต่อสู้เรื่องประชาธิปไตย ตลอดทั้งบ้าน เห็นอะไรก็ต้องจดจําไว้ในใจนะครับ ผมก็คงต้องพูดเร็วหน่อย เนื่องจากว่า มีผู้อภิปรายต่อจากผมนั้นมากหลายคน
ประเด็นที่ผมไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีก็คือ ไม่ฝักใฝ์การปกครองระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งการพูดอย่างนี้ถ้าหากว่าเปึนนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ก็คงต้องหูผึ่งพอสมควร เพราะว่าพวกเราได้มาเปึนผู้แทนก็เพราะระบอบประชาธิปไตย แล้วระบอบประชาธิปไตยนั้นตอนนี้แทบจะเหลือเถียงระบบเดียวในโลกที่ทําความเจริญ ให้กับทั่วโลก
ประเด็นที่ ๒ ก็คือไม่มีความรู้เรื่องจริยธรรม แล้วก็ไม่มีคุณธรรม เอาตั้งแต่ มาตรา ๗ ที่เมื่อสักครู่คุณเชาวรินได้พูด มาตรา ๗ นั้น ผมก็เปึนอดีตสมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นะครับ เรื่องนี้ผมก็ไม่สบายใจมานานแล้วนะครับ เพราะว่า ต้องเปึนเรื่องที่ไม่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญในกรณีใดนะครับ ให้วินิจฉัยว่ากรณีนั้น ให้ทําไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตย มันต้องเปึนเรื่องของ ประชาธิปไตยแท้ ๆ การไปขอนายกรัฐมนตรีพระราชทาน ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ถ้าไม่มีรัฐบาลแล้วจะทําอย่างไร ก็ตอนนั้นมันยังมีรัฐบาลอยู่ ท่านไปขอผมก็ไม่สบายใจว่า เอ๊ะ ท่านทําไมคิดอย่างนี้ การคิดอย่างนี้ทําให้ผมคิดเปึนห่วง เนื่องจากว่าพรรคท่าน ก็เปึนพรรคเก่าแก่นะครับ ตอนนั้นผมคิดด้วยความสุจริตใจจริง ๆ ว่าพรรคท่านเก่าแก่ แล้วก็ ประชาธิปัตย์ ก็แปลว่า ประชาธิปไตย แล้วทําไมถึงคิดอย่างนี้ ทําให้ผมนั้นรู้สึก อึดอัดใจพอสมควรนะครับ การไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในช่วงที่ท่านเปึนหัวหน้าพรรค ทั้ง ๆ ที่ กกต. ในยุคนั้นนะครับ ก็ยังเปึน กกต. ที่มีการสรรหา แต่มีการกล่าวหาว่า มีการแทรกแซงองค์กรอิสระ แต่ว่าปัจจุบัน กกต. นี้ไม่มีการแทรกแซงจากไหนเลยนะครับ ตั้งโดย คมช. (คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ) เลย พวกเราซึ่งเปึนฝ์ายตรงข้ามกับ คมช. ยังต้องกล้ํากลืนฝ๋นทนลงสมัคร แล้วก็การแบ่งเขตไม่มีความเปึนธรรมเลยกับผู้แทน เต็มไปหมด ผมโทรเช็กกับผู้แทนหลังจากมีการตั้ง กกต. จังหวัด แบ่งเปึนก๋วยเตี๋ยว ยาวเหยียด ของผมนี่ยาวเปึนร้อย ๆ กิโลเมตร ทั้ง ๆ อยู่ใกล้ ๆ นิดเดียวก็ทําได้ แต่แบ่งให้ เปึนร้อย ๆ กิโลเมตร ผมต้องวิ่งไปเขตอื่นก่อนแล้วถึงวิ่งเข้าไปอีกเขต วิ่งไปอีกอําเภอหนึ่ง นี่มันชัดเจนนะครับว่า กกต. นั้นก็ตั้งโดย คมช. มา แล้วพอมีการปฏิวัติรัฐประหาร ตอนแรกก็ไม่พูดถึงรัฐธรรมนูญว่าจะฉีก พอเอาเข้าจริง ๆ ก็ฉีกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ไม่ได้ผิดอะไรเลย แต่ก็มีการฉีกรัฐธรรมนูญนี้ออกไป แล้วก็ท่านในฐานะที่เปึนผู้นําฝ์ายค้าน หัวหน้าพรรคการเมือง ไม่เคยค้านเรื่องนี้เลย สักนิดเดียว เพราะว่าท่านอาจจะเห็นว่าการปฏิวัติรัฐประหารนั้น ท่านได้เอาเสี้ยนหนาม ออกจากอกท่านแล้ว คือคณะปฏิวัติรัฐประหารได้จัดการกับพรรคฝ์ายตรงข้าม ซึ่งท่าน คิดว่าทําอย่างไรก็ชนะไม่ได้ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ว่า การแสดงออกมาจากจิตใจว่าไม่ได้ คํานึงถึงระบอบประชาธิปไตยอันแท้จริง เพราะว่าการปฏิวัติรัฐประหารคราวที่ผ่านมา นําความเดือดร้อนของชาวนา เกษตรกร ผู้นําอุตสาหกรรม เยอะแยะไปหมดนะครับ มาออกทีวี บอกว่าไม่เดือดร้อนหรอก แต่พอป่ดประตูปัูบ คุยกันเองบอก เจ๊งแล้ว ประเทศเรา เจ๊งแล้ว นี่เพื่อนผมอยู่ในเหตุการณ์เลย ออกข่าวออกต่อหน้าสื่อ บอกว่าไม่เปึนไรหรอก ปฏิวัติรัฐประหารไม่มีปัญหา ไม่เดือดร้อนอะไร แต่ป่ดประตูคุยกันเองบอก เฮ๊ย เจ๊งแล้วโว๊ย ประเทศเรา นี่เพื่อนผมอยู่ในเหตุการณ์มาเล่าให้ผมฟัง คือเขาไม่กล้าออกสื่อ กันหมดเลย แต่ท่านเปึนผู้นํา เปึนหัวหน้าพรรคการเมือง ท่านต้องออกมาโต้บ้าง การที่ ไม่ออก ทําให้ผมมีความรู้สึกว่าท่านไม่ฝักใฝ์การปกครองระบอบประชาธิปไตย ความรู้สึก มันเกิดนะครับ
ทีนี้มาหลังจาก คมช. ฉีกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ออกรัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งเปึนกฎหมายที่ใช้บังคับแทนรัฐธรรมนูญ แล้วก็ออกมาหลาย ๆ ฉบับ มากําหนด เกี่ยวกับเรื่องว่ากรรมการบริหารพรรคการเมือง ถ้าทําผิดกฎหมายพรรคการเมือง ต้องถูก ลงโทษยุบพรรค แล้วก็กรรมการบริหารทุกคนถูกตัดสิทธิทางการเมือง เรื่องนี้ท่านเปึน นักการเมืองด้วยกัน แล้วก็เปึนพรรคที่อยู่ฝ์ายตรงกันข้าม จริง ๆ แล้วท่านต้องออกมา พูดว่าเปึนเรื่องที่ไม่ชอบธรรม เพราะว่าคนที่ได้รับความเสียหายนั้นคือกรรมการบริหาร พรรคที่ไม่รู้เรื่องเลย มีเต็มไปหมด ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะอะไร เรามาดูตัวอย่างว่าคน ในสังคมประกอบด้วยคนกี่จําพวกกัน ท่านเคยเห็นคนที่เมาเปึนแอลกอฮอลิสซึ่ม (Alcoholism) ไหม อยู่ตามถนนหนทาง ไปตําบลไหนก็จะมีอยู่ ตามแต่ละตําบลเขาจะมี ของเขาอยู่ พวกนี้ไม่โดนตัดสิทธิทางการเมืองนะ ลงสมัครอะไรก็ได้ ลงคะแนนให้ใครก็ได้ แต่คนเก่ง ๆ ของประเทศเราโดนแบบนี้เต็มไปหมดแล้ว ท่านต้องพูดบ้าง ในฐานะที่ท่าน เปึนหัวหน้าพรรคการเมือง แล้วเปึนพรรคประชาธิปัตย์ ที่แปลว่า ประชาธิปไตย การที่พวก เราพูดกันเสมอนะครับว่า มันไม่เปึนธรรมอย่างโน้นอย่างนี้ ก็หาว่าแก้ตัว แต่พวกท่าน เปึนกลาง ถือว่าเปึนคนนอก ถ้าพูดบ้างมันก็มีน้ําหนัก ทําให้คนมีความรู้สึกว่าท่านยังมี ความรักในระบอบประชาธิปไตย เรามาดูต่อไปนะครับว่าการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้เขาทํากันอย่างไร ก่อนลงประชามติที่บ้านผม มีทหารลงพื้นที่เต็มไปหมด ทุกอําเภอ ไปพูดทุกอําเภอบอกว่า ต้องรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ใครไม่รับถือไม่จงรักภักดี มีนักวิชาการซึ่งปัจจุบันก็อยู่ในสถาบันพระปกเกล้า รู้จักกับผมดีเพราะว่าเปึนคนร่าง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ด้วยกัน ออกมาบิดเบือนรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ ซึ่งมาตรา ๒๖๖ นั้นเกี่ยวกับเรื่องสําคัญมาก เพราะว่าเปึนหน้าที่ของผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับเรื่องที่จะไป ทําอะไรก็แล้วแต่ที่มันไปกระทบ เปึนการก้าวก่ายข้าราชการเพื่อประโยชน์ของตนเอง ผู้อื่น หรือพรรคการเมือง แต่นักวิชาการคนนี้ออกโทรทัศน์ ๒ รอบ ที่ผมได้ดูโทรทัศน์ ด้วยตาของผม เขาก็บอกว่าเพื่อตนเองและพรรคการเมือง ไม่ใช้คําว่า ผู้อื่น เพราะว่า ผู้อื่น นั่นคือราษฎรนั่นเอง ผู้แทนทุกวันนี้ปอดเรื่องนี้กันหมดเลย แต่หลังจากที่ผมหลุดออกจากเปึนรัฐมนตรีแล้ว ผมก็อยากจะลองดีกับมาตรานี้อยู่ว่าถ้าผมทําแล้วข้าราชการคนไหนมาร้องผม ในฐานะที่ผมเปึนผู้แทนราษฎรและช่วยประชาชน ผมก็ยินดีจะหลุดจากผู้แทนราษฎร เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านไม่เคยออกมาค้านเลย โนโหวต (No vote) นี่พวกผมเดินกัน เสียงแหบเสียงแห้ง พรรคท่านไม่เคยออกมาเลยนะครับ พอมาดูเวลาใกล้ลงประชามติ ใกล้ลงประชามตินี่มีทหารลงพื้นที่ใส่ชุดทหารถือป๋นอยู่ตามหมู่บ้าน อยู่ตามวัด มาตั้งแคมปี (Camp) ตามวัด ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนนะครับ ในจังหวัดผมมีเต็มไปหมด วันลงประชามติ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน บางคนนะครับยัดใส่เพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ปู๊งละเปึนร้อยฉบับเพื่อให้รับร่าง กํานันคนนี้ยังพูดว่าให้ผมไปพูดที่ไหนก็กล้าพูด แล้วเรื่อง แบบนี้พวกเราก็มาพูดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ลงประชามติแล้วจะแก้ก็แก้ไม่ได้ เดี๋ยวจะต้อง มาดูเนื้อหาภายในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าไม่เปึนประชาธิปไตยอย่างไร แล้วท่านเพิกเฉย อย่างไรต่อไป อย่างนี้ถือว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่อัปยศมาก เพราะว่าไปบังคับให้ คนลงประชามติไปบอกว่าถ้าไม่ลงไม่จงรักภักดี แล้วก็ไปบังคับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้หยอดใส่ทีละร้อยฉบับเพื่อให้รับร่างรัฐธรรมนูญ พอมาดูเนื้อหาของรัฐธรรมนูญนะครับ ผมขออนุญาตหน่อยครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นก็ลอกเอามาจากป้ ๒๕๔๐ แต่ก็บิดเบือนสาระสําคัญโดยเฉพาะอํานาจที่ใหญ่กว่าประชาชนอยู่ในมือของ คมช. หมด ท่านจะเห็นว่าตอนป้ ๒๕๓๕ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๕ กกต. ยังอยู่ในอํานาจของ กระทรวงมหาดไทย ปปง. (คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน) ก็ยังอยู่ ในอํานาจของนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันจับแยกออกไป จาก ๒๕๔๐ จับแยกออกไปเกิด กกต. ขึ้น ซึ่งเปึนองค์กรอิสระ ปปง. ก็เปึน ป.ป.ช. แยกออกมา แต่ป้ ๒๕๔๐ นั่นก็เพิ่มอีก หลายเรื่อง โดยเฉพาะ ส.ว. สรรหา ไม่มี มี ส.ว. เลือกตั้ง ส.ว. เลือกตั้งนั้นทําไมถึงเลือกตั้ง แล้วทําไมถึงให้อํานาจถอดถอน เรื่องนี้ผมรู้ดี เพราะผมไปใส่เรื่องถอดถอน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของป้ ๒๕๔๐ คือผมเปึนคนร่างเอง เพราะอะไร เพราะเนื่องจากว่าเราต้อง ยอมรับว่าอํานาจของประชาชนต้องเปึนอํานาจสูงสุด ส.ว. ที่มาจากเลือกตั้งต้องมีอํานาจ ในการถอดถอนนายกรัฐมนตรี คือ ฝ์ายบริหาร ฝ์ายนิติบัญญัติ แล้วก็ฝ์ายตุลาการด้วย อันนี้ผมพูดตั้งแต่ผมเปึน สสร. (สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ) วันแรกก็โดนศาลโทรศัพท์มา ว่าที่บ้านผมเกือบ ๑๐ รายในเรื่องนี้ แล้วลงท้ายก็อยู่ในป้ ๒๕๔๐ จนได้ แต่พอมา รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ดันมี ส.ว. สรรหาถึง ๗๔ คนใน ๑๕๐ คน เกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ไปแล้วเปึน ส.ว. สรรหา ซึ่ง ส.ว. สรรหานี่พอไปเช็กดูปัจจุบันก็มาจากทีมของ คมช. ทั้งหมดอีกเหมือนกัน เรื่องอย่างนี้ถือว่าเปึนเรื่องสําคัญของประเทศ ท่านต้องค้านไว้บ้าง แต่ท่านก็ไม่ค้านเลย ผมก็ยิ่งไม่สบายใจเข้าไปใหญ่ กกต. ป.ป.ช. ในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน นั้นอยู่ในมาตรา ๒๙๙ วรรคสอง ที่ให้ กกต. และ ป.ป.ช. ที่ปฏิบัติอยู่ขณะประกาศ รัฐธรรมนูญเปึน กกต. และ ป.ป.ช. ต่อไปรวมทั้งตุลาการ คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวให้เปึนศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๓๐๐ ของรัฐธรรมนูญ อันนี้ก็เห็นชัดว่า ๓ องค์กรหลักคือ กกต. ป.ป.ช. แล้วก็ศาลรัฐธรรมนูญเปึนคนของ คมช. ทั้งหมด แล้วให้อยู่ต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าครบอายุ มันนานแสนนาน พอมาถึงวันนี้เกิดอะไรขึ้น ประชาชนเลือกตั้งเข้ามา เลือกพรรคพลังประชาชนเข้ามา กกต. ก็สอบแหลกเลยเฉพาะพรรคพลังประชาชน ป.ป.ช. ก็จะสอบแต่เฉพาะทีมของ พรรคพลังประชาชนทั้งหลาย แล้วศาลรัฐธรรมนูญก็ยุบพรรคพลังประชาชนไป มันเห็น ชัดเจนว่าอํานาจที่มันใหญ่กว่าอํานาจประชาชนยังอยู่ แต่ท่านก็ไม่เคยค้านเลย ซึ่งไป ๆ มา ๆ ก็กลายเปึนว่าอํานาจประชาชนปัจจุบันนั้นเล็กกว่าอํานาจของ คมช. ซึ่งเปึนอํานาจแฝง คมช. ก่อนจะเลิกจากกันทํามาจับมือทําหน้าหงอยออกเวทีว่าล้มเหลว แต่ทุกวันนี้แอบ กินเหล้าและหัวเราะกันอยู่นะครับว่าอํานาจยังอยู่ในมือเขา เรามาดูเรื่องบันได ๔ ขั้นเขาอีก ก็เห็นชัดว่าเขามีการวางแผนแบบเปึนระบบแล้วก็ซุกไว้อยู่ในรัฐธรรมนูญ แล้วยังอยู่ใน มาตรา ๓๐๙ ซึ่งรับรองการกระทําไม่ว่าจะผิดหรือถูกของ คมช. ที่เกี่ยวเนื่องไม่ว่าก่อนหรือ หลังใช้รัฐธรรมนูญ เปึนอันว่าชอบด้วยกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ หมด ก็คือทํา อะไรที่มันผิดต่อเนื่องบันได ๔ ขั้น ๕ ขั้น ๖ ขั้นแล้วที่เขาได้คิดกันนะครับ ทําอย่างไรให้ พรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาลได้ เขาบอกว่าพรรคฝ์ายค้านในขณะนั้นให้เปึนรัฐบาลก็มี อยู่พรรคเดียว ซึ่งการรับรองก็รับรองตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันเห็นชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญที่ไม่เปึนประชาธิปไตยเลย แต่ท่านไม่เคยค้านเลย ค้านก็นิด ๆ หน่อย ๆ ในสาระสําคัญที่ผมพูดเอาเถอะครับ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ท่านไม่พูด ถึงแล้วเปึนสาระสําคัญใหญ่เสียด้วย คราวนี้มาพูดถึงเรื่องจริยธรรมนะครับ เกี่ยวกับเรื่อง สังคมแตกแยก สังคมแตกแยกมันเริ่มตั้งแต่ประท้วงของพันธมิตรในช่วงแรก ๆ ป้ ๒๕๔๙ แล้ว มีการเอามือตบมาตบไล่ท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ซึ่งเปึนวัฒนธรรมที่เลวร้ายมาก สําหรับสังคมไทย เพราะว่าสังคมไทยนั้นเขาเรียกว่า สยามเมืองยิ้ม ไม่ใช่เจอหน้าเอา สิ่งไม่ดีมาใส่กัน ท่านเปึนคนกลางท่านไม่เคยพูดอีก ไม่เคยพูดเรื่องแบบนี้ให้คนในชาติ ได้รู้ว่าเรื่องนี้มันไม่ชอบ พวกผมไปพูดก็พูดเพื่อปัองกันประโยชน์ตน คนเขาก็มีความรู้สึก ว่าพูดเพื่อปัองกันประโยชน์ ท่านต้องรู้จักเรื่องแบบนี้ด้วยนะครับ เวลาพันธมิตรไปชุมนุม ที่ไหน จนกระทั่งช่วงหลังสุดผมก็สังเกตตลอดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องไหมพรรคประชาธิปัตย์ ปรากฏว่ามีอยู่วันหนึ่งช่อง ๙ ไปซูม (Zoom) ซูมรูปคนหนึ่งใส่หมวกคาวบอย ซึ่งแต่งตัว ไม่เหมือนชาวบ้านเขาซูมมาในโทรทัศน์ตอนชุมนุมกับพันธมิตร ปรากฏว่าเปึนผู้สมัคร พรรคประชาธิปัตย์ในเขต ๑ ซึ่งเพิ่งแพ้ท่านอิทธิไปในเขตนั้น ผมก็เลยไปพูดในพรรคว่า คนนี้ไปชุมนุมกับพันธมิตร ปรากฏว่า ส.ส. ที่อยู่รอบกรุงเทพมหานครของพรรคของผม พูดกันเต็มไปหมดว่าที่แพ้ผมก็มา ที่แพ้ผมก็มา แบบนี้มันก็ไม่ไหวเหมือนกัน ผมก็มี ความรู้สึกไม่ดีเลยว่าทําไมท่านถึงปล่อยอย่างนี้ มันถึงเห็นภาพชัดว่ามันแยกกันไม่ออก ระหว่างพันธมิตรกับพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงที่มาเดินขบวนเรียกร้อง คราวนี้มาพูดถึง การยึดทําเนียบรัฐบาลกับสนามบิน หัวหน้าการ์ด (Guard) พันธมิตรที่สนามบิน ผมจะ เล่าให้ฟังสักนิดหนึ่ง ตัวผมหลังจากป่ดสนามบินก็ไม่พอใจไม่สบายใจมาก เพราะว่าไปป่ด อย่างนี้เดี๋ยวก็อายชาวโลกเขาหมด แล้วใครจะขึ้นลงสนามบินจะทําอย่างไรกัน ก็ไปพูดกับ ท่านโกวิทว่า ท่านโกวิทต้องรีบดําเนินการจับกุมเขาปล่อยอย่างนี้ได้อย่างไรเดี๋ยวบ้านเมือง พังหมด ท่านโกวิทบอกไม่เปึนไร เดี๋ยววันนี้ผมจะจัดการให้ เอาเข้าจริง ๆ เจอกันถึง ครม. อีกครั้งหนึ่งท่านยังไม่จับเลย ผมก็เข้าไปว่าท่านบอกท่านทําอย่างนี้ได้อย่างไรบ้านเมือง เสียหาย ท่านก็บอกแล้วจะให้ผมทําอย่างไร ผมจะเข้าไปจับมันได้อย่างไรมันทหารทั้งนั้น ผมก็โมโหเหมือนกัน แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่า มันเปึนทหาร เขาบอกอ้ายพวกโพกหน้า มันออกไปไล่กระทืบคนข้างนอกสนามบิน ปรากฏเอาตํารวจไปจับ ไปค้นบัตรข้างหลัง ท่านยังทําท่าผมยังจําได้ ทําท่าดึงบัตรออกมา ดึงบัตรออกมาในราชการ ไปกระทืบ ๒ คน ๒ ชุดนะครับ ทั้ง ๒ ชุดอยู่ในราชการทหารทั้งคู่ ทหารจึงไม่ยอมมาจับ เพราะว่าเขาส่งไปอยู่ในนั้นแล้ว คราวนี้ป่ดทําเนียบรัฐบาลเปึน เรื่องที่ผมไม่สบายใจมาก เนื่องจากว่าตัวผมนั้นก็ชอบอ่านหนังสือธรรมะ อ่านมา ๒๐ กว่าป้แล้ว ๒๐ กว่าป้ก็นานพอสมควรก็อ่านแทบทุกวัน เห็นพระซึ่งจริง ๆ ต้องเรียกว่า แต่งตัวคล้ายพระไปอยู่ในทําเนียบรัฐบาลแล้วรู้สึกไม่สบายใจว่า เอ๊ะ ทําไมตํารวจหรือ ทหารที่รับผิดชอบตอนประกาศกฎอัยการศึก ทําไมไม่เข้าไปจับอ้ายคนแต่งตัวคล้ายพระ อย่างนี้ เหมือนกับว่าคนไทยนั้นขาดความรู้ทางพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า ถ้าท่านไม่อยู่นี่ให้นับถือพระธรรม ผมเลยต้องมีหนังสือพจนานุกรมฉบับประมวลธรรม อ่านมาตั้งแต่ป้ ๒๕๒๗ ตั้งแต่เริ่มพิมพ์ใหม่ ๆ ทุกวันนี้ก็ติดตัวผมตลอด ฉบับประมวลธรรม เพราะว่านึกอะไรไม่ออกอ่านอันนี้เดี๋ยวก็รู้แล้วว่าจะต้องทําอย่างไร การที่มีคนแต่งตัว คล้ายพระไปอยู่ในนั้น ที่นั่นเขาทําอะไรกัน ที่นั่นเขามีการเบียดเบียนผู้อื่นตามหลัก กุศลกรรม บท ๑๐ ซึ่งบอกว่า เปึนทางแห่งกุศล ทางแห่งทําความดี คนที่ดีเขาไม่ไปอยู่กัน ในนั้นหรอก เพราะว่าไปเบียดเบียนผู้อื่น คนที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการเขาทํางานไม่ได้ คนที่เขาเดือดร้อนมาร้องไม่ได้ ข้อที่ ๒ ของกุศลกรรม บท ๑๐ ก็คือ เคารพในกรรมสิทธิ์ ผู้อื่น นั่นมันเปึนทรัพย์ของหลวง ไปทําลายทรัพย์ของหลวงหมดเลย นั่นก็ไม่ใช่พระ แน่นอนแล้ว แล้วในนั้นบนเวทียิ่งแล้วใหญ่ พอเวลาเราประชุม ครม. ผมไม่เคยเปึน รัฐมนตรีมาก่อน และไม่เคยคิดจะเปึน แต่ก็ต้องมาได้เปึน แต่ก็ตรงเปัาเพราะว่าผมก็ เชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งป้นี้ผมก็ได้เปึนนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นของประเทศ หนึ่งในสิบของประเทศ เพิ่งประกาศเมื่อไม่นานมานี้ ก็ตั้งก็ตรงอยู่นะครับ แต่ผมก็ไม่เคย คิดจะเปึน แต่คราวนี้ตรงนั้นนี่นะครับ คนที่แต่งตัวคล้ายพระก็ต้องรู้ว่าไม่ใช่ของจริง บนเวทีนั้น ผมนี่เปึน ครม. เวลาประชุม ครม. เสร็จปุ็บ ที่บ้านผมพ่อผมชอบเป่ดเอเอสทีวี (ASTV) ผมก็ดูกับท่านแทบทุกวันที่กลับไปเหมือนกัน ดูทุกวัน ปรากฏว่ามติ ครม. ของผมนี่ โดนบิดเบือนบนเวทีทุกวันเลย ไม่เคยตรงกับที่เราประชุมสักที ก็คือพูดเท็จนั่นเอง แล้วมี การพูดกล่าวส่อเสียด พูดคําหยาบ มีการคิดไม่ดีต่อกัน นี่คือกุศลกรรม บท ๑๐ ทั้งนั้น คือมันผิดทั้งนั้น เมื่อผิดทั้งนั้นเจ้าหน้าที่ต้องไปจับ คราวนี้คนที่อยู่อย่างนี้ วันที่ท่านมาเปึน นายกรัฐมนตรีใหม่ ๆ ท่านเฉลิมถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านจะปฏิบัติกับคนที่ยึด สนามบินกับยึดทําเนียบอย่างไร ท่านก็ไม่ออกความเห็น ท่านก็บอกว่า ให้ทางราชการ ดําเนินคดีเพื่อความเปึนกลาง ท่านคิดอย่างนี้ไม่ได้ คนผิดศีลเยอะขนาดนี้มันไม่ไหวแล้ว มันเยอะเกินไป ท่านต้องฟันธงว่ามันผิดแน่นอน เพราะกฎหมายก็มีอยู่แล้วเต็มไปหมด กฎหมายอาญาอะไรพวกนี้เต็มไปหมด ผมไม่อยากจะพูด เอาพูดเรื่องศีลธรรมกันก่อน นะครับ
แล้วอีกเรื่องหนึ่ง การจ่ายเงิน ๒,๐๐๐ บาท ของท่านกับคนที่มี ประกันสังคม มันผิดอย่างแรง เพราะว่าในจักรวรรดิวัตรซึ่งเปึนธรรมะที่เปึนหน้าที่ของ นักปกครองผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายที่ต้องทํา เขาบอกไว้ว่า ต้องปันทรัพย์เฉลี่ยให้แก่ชน ผู้ไร้ทรัพย์ มิให้มีความขัดสนยากไร้ในแว่นแคว้น คนจนเต็มไปหมดเขาก็ใช้เงินเปึนครับ แล้วสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้แน่นอน พวกที่ ไปให้นั้นบางคนก็มีฐานะลําบาก ผมก็รู้ว่ามี แต่พวกนั้นยังพอเอาตัวรอดได้ เพราะมี เงินเดือน แต่ท่านก็กลับให้แบบนี้ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลามผมก็เช็กดู ศาสนาคริสต์เขาก็ให้กับผู้ยากไร้เหมือนกันหมด อันนี้แสดงถึงความที่ท่านไม่รู้เรื่อง หลักศาสนา ยิ่งประเทศไทยต้องรู้เรื่องศาสนาพุทธเยอะหน่อย เพราะว่าศาสนาพุทธนั้น เปึนรากฐานของวัฒนธรรมของชาติเรา ซึ่งผมไม่อยากจะพูดจริง ๆ แต่ก็ต้องพูด เพราะเนื่องจากว่าไม่ใช่ว่าท่านจะเหมาะสม ไม่เหมาะสมการเปึนนายกรัฐมนตรี อย่างเดียว การเปึนคนไทยผมว่าท่านยังไม่เหมาะสมที่จะเปึนเลย ในความรู้สึกของผม แบบนี้ ในประเทศประชาธิปไตยแล้วเมืองพุทธแบบนี้ท่านไม่เหมาะสม ผมก็คงกล่าว อภิปรายท่านเพียงสั้น ๆ เท่านี้ หวังว่าท่านถ้าหากว่ารู้อะไรที่มันไม่ถูกไม่ต้อง ท่านก็ ปรับปรุงแก้ไข เพราะมนุษย์เรานั้นไม่มีใครทําดีได้หมดและทําชั่วได้หมด รู้แล้วก็ต้องแก้ แก้แล้วมันจะเปึนบุญกับตัวท่านเอง ผมก็เลยขอไม่ไว้วางใจท่านในการอภิปรายครั้งนี้ครับ