จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ พาดพิงถึงเขา โดยชี้แจงว่าเขาให้ความสำคัญกับกิจการลูกเสืออย่างมาก และมีหลายโครงการที่จัดให้กับลูกเสือ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เสนอแนวทางในการแต่งตั้งองคมนตรี และเสนอแนวทางการแต่งตั้งเพิ่มเติมในอนาคต โดยมีเลขาธิการคณะองคมนตรีเป็นผู้กลั่นกรอง และคณะองคมนตรีเป็นผู้วินิจฉัยก่อนนำความขึ้นกราบบังคมทูล
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมมี ๒ ประเด็นครับที่จะตอบข้อข้องใจของท่านเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ นะครับ ซึ่งได้กล่าว พาดพิงถึงผม
ประเด็นแรกก็คือ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับกิจการลูกเสือ ซึ่งท่านเปึนห่วงว่า ผมจะไม่ให้ความสําคัญ เพราะว่าลูกเสือนั้นมีความสําคัญต่อการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมของเด็กและเยาวชน ขออนุญาตเรียนว่าเรื่องนี้ผมให้ความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง
ประการแรกก็คือว่า ผมได้ทําหน้าที่เปึนผู้กํากับดูแลกิจการลูกเสือด้วย ตัวเองไม่ได้มอบให้รัฐมนตรีช่วยว่าการดําเนินการนะครับ
ประการที่สอง ที่เปึนตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเราให้ความสําคัญกับกิจการของ ลูกเสือก็คือว่า ในโครงการเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งรัฐบาลจัดให้ฟรีใน ๕ เรื่อง คือ เรื่องที่ ๑ ค่าเล่าเรียน ๒. ตําราเรียน แล้วก็ ๓. ในเรื่องอุปกรณ์การเรียน ๔. ชุดนักเรียน ก็มีหมวดที่ ๕ ที่จัดให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย นั่นก็คือกิจกรรมพัฒนาคุณภาพ ผู้เรียน ซึ่งในจํานวนนั้นก็จะมีประกอบด้วย ๔ โครงการด้วยกัน
๑. ก็คือโครงการทางด้านกิจกรรมด้านวิชาการ
๒. กิจกรรมด้านการทัศนศึกษา
๓. จะจัดให้มีชั่วโมงเรียนคอมพิวเตอร์เปึนพิเศษ ๔๐ ชั่วโมงต่อคนต่อป้
แล้วก็ประการที่ ๔ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการลูกเสือก็คือว่า ได้ระบุให้เปึน โครงการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม เช่น ค่ายลูกเสือ ค่ายเนตรนารี ยุวกาชาด เปึนต้น เพราะฉะนั้นขอเรียนว่ากระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสําคัญกับกิจการลูกเสือเปึน อย่างยิ่งนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านเชาวรินได้พูดถึงซึ่งเปึนเรื่องที่ผมคิดว่าจําเปึนจะต้อง ชี้แจงทําความเข้าใจก็คือ เรื่องที่ท่านพูดถึงพระราชบัญญัติลูกเสือฉบับใหม่ ป้พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับนี้ ซึ่งท่านได้พูดถึงมาตรา ๑๑ ที่ระบุไว้ว่า ให้มีสภาลูกเสือไทย ประกอบด้วย (๑) นายกรัฐมนตรีเปึนสภานายก แล้วก็ (๔) ให้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวนไม่เกินแปดสิบคน ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย ตรงนี้ครับที่ท่านเปึนห่วง ตรงคําว่า ตามพระราชอัธยาศัย ท่านก็ตั้งคําถามว่า ถ้าตาม พระราชอัธยาศัยแล้วทําไมผมจึงได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหากรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือไทย ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า ที่ได้ลงนามแต่งตั้งนั้น ก็เปึนไปตามกระบวนการดําเนินการตามขั้นตอน นั่นก็คือว่า ท่านเลขาธิการสํานักงาน ลูกเสือแห่งชาติได้ทําหนังสือถึงท่านปลัดกระทรวงโดยระบุว่า เพื่อให้การดําเนินการ กิจการลูกเสือตามความในมาตรา ๑๑ (๔) แห่งพระราชบัญญัติลูกเสือ พุทธศักราช ๒๕๕๑ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนไม่เกินแปดสิบคน ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัยให้เปึนไปด้วยความเรียบร้อยบังเกิดผลดีแก่คณะลูกเสือ แห่งชาติ ในการนี้จึงเห็นควรนําเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธาน กรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ สภาลูกเสือไทยขึ้นคณะหนึ่งตามที่เลขาธิการคณะองคมนตรีได้ให้แนวทาง จึงเรียนมา เพื่อโปรดพิจารณานําเรียนรัฐมนตรีว่าการได้ลงนามแต่งตั้ง แล้วก็ปลัดกระทรวงในฐานะ รองประธานก็ได้ทําหนังสือถึงผมให้ลงนามแต่งตั้ง ผมก็ได้ลงนามแต่งตั้งไปตามที่ เลขาธิการคณะองคมนตรีได้ให้แนวทางไว้นะครับ แนวทางที่เลขาธิการองคมนตรี คือ ท่านอินทร์จันทร์ บุราพันธ์ เลขาธิการคณะองคมนตรี ซึ่งต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เปึน รองราชเลขาธิการนะครับ ได้ให้แนวทางไว้ก็คือว่า ๑. ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ สรรหาโดยพิจารณาจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติอันเหมาะสม แล้วก็ต่อมาก็คือได้ระบุว่า การเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งไม่ควรครบตามบทบัญญัติ (แปดสิบคน) ส่วนจะจํานวน เท่าใดกรรมการสรรหาต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม เพราะอาจจะมีพระราชวินิจฉัย แต่งตั้งเพิ่มเติมตามพระราชอัธยาศัย
ประการที่ ๔ ราชเลขาธิการจะเปึนผู้กลั่นกรองในเบื้องต้น และ คณะองคมนตรีจะเปึนผู้วินิจฉัยก่อนนําความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
ประการที่ ๕ เพื่อประโยชน์ของคณะลูกเสือแห่งชาติ เมื่อการบริหาร กิจการลูกเสือดําเนินไปในเวลาอันควร อาจจะเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเพิ่มเติมตาม ความเหมาะสม ทั้งหมดนี้จึงเปึนการลงนามตามแนวทางที่เลขาธิการคณะองคมนตรี ได้ให้แนวทางไว้ จึงเรียนมาเพื่อทราบและเพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน ขอบคุณครับ