กรณ์ จาติกวณิช ระบุว่าไม่ไว้วางใจนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวว่า หากต้องการเพิ่มภาษีหรือกู้ยืมเงิน จะต้องมีการขายทรัพย์สินของประเทศ ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจตกต่ำลง เช่น การขายหุ้น ปตท. ในอดีตที่ราคาต่ำ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ก็ต้องขอเรียนครับ ผมก็ฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวกระผมเองมาร่วม ๔-๕ ชั่วโมงนะครับ ก็ขอเวลาเพื่อความเปึนธรรมให้ผมได้มีโอกาสชี้แจงในหลาย ๆ ประเด็นที่ท่านได้ตั้งคําถามไว้นะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมถามนะครับว่าเปึนนโยบายของท่าน หรือเปล่า ในเมื่อท่านไม่ต้องการที่จะให้เรากู้ยืมมาใช้ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนว่าท่านต้องการที่จะเพิ่มภาระภาษีของพี่น้องประชาชนแทน ถ้าท่านเลือกที่จะเพิ่ม วีเอที (VAT) เมื่อสักครู่นี้ผมเรียนแล้วนะครับ เพื่อที่จะได้ ๔ แสนล้านบาท ท่านต้องเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไปอีก ๖ เปอร์เซ็นต์ หรือถ้าท่านจะเพิ่ม ภาษีนิติบุคคล ก็คือภาษีกําไรบริษัทนะครับ ท่านต้องเพิ่มอีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ จากอัตรา ปัจจุบัน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ถึงจะได้เม็ดเงินเท่ากับที่รัฐบาลนี้มีการ ตัดสินใจว่ามีความจําเปึนจริง ๆ ที่จะต้องกู้ยืม ถ้าท่านปฏิเสธว่าอันนี้ไม่ใช่นโยบาย พรรคของท่าน ผมก็ต้องสมมติเพราะท่านไม่ต้องการเพิ่มภาษี ท่านไม่ต้องการที่จะให้เรา กู้ยืม เพราะนโยบายของท่านที่เหลืออยู่ก็คือการขายทรัพย์สมบัติของประเทศ เช่นเดียวกัน กับที่รัฐบาลในอดีตได้เคยทํามานะครับ โดยเฉพาะการขายทรัพย์สมบัติของประเทศใน เวลานี้ ข้อเท็จจริงก็คือท่านจะต้องขายได้ในราคาต่ําอีกต่างหาก สืบเนื่องมาจากภาวะ เศรษฐกิจที่ตกต่ําก็อาจจะเหมือนกับในอดีตเคยขายหุ้น ปตท. มาราคา ๓๐ บาท ก่อนที่มี การปัืนขึ้นไปเปึนเกือบ ๆ ๒๐๐ บาท แล้วผมคิดว่าพี่น้องประชาชนก็คงไม่อยากที่จะเห็นมี พรรคการเมืองไหนที่จะสนับสนุนนโยบายเช่นนั้นในช่วงสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน และ ท่านต้องพูดให้ชัดครับตอนนี้เราต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมือง การที่ท่านจะ วิพากษ์วิจารณ์อย่างเดียวอย่าทําโน่นอย่าทํานี่ ผมก็นําเสนอให้กับท่านชัดเจนนะครับว่า ถ้าไม่ทําตรงนี้มันก็มีทางเลือกอยู่ตรงนี้กับตรงนี้ ท่านก็ต้องพูดให้ชัดครับประชาชนจะได้ ตัดสินใจได้ว่าประชาชนควรที่จะไว้วางใจผมหรือไว้วางใจท่าน แต่จริง ๆ ผมก็คิดว่า เปึนคนที่ยุติธรรมคนหนึ่งนะครับ ผมก็จะขออนุญาตเรียนว่าผู้ที่เปึนผู้กําหนดนโยบายทาง เศรษฐกิจของท่าน ความจริงก็มีความเข้าใจถึงทางเลือกในทางนโยบายค่อนข้างดี ประเด็นปัญหาก็คือท่านผู้ที่มาอภิปรายไม่ไว้วางใจผมในวันนี้อาจที่จะไม่เข้าใจนโยบาย เศรษฐกิจของพรรคท่านเองเท่านั้นเอง สาเหตุที่ผมเรียนอย่างนี้ก็เพราะว่าข้อเท็จจริงก็คือ เม็ดเงินกู้ทั้งหมด ณ วันนี้ของรัฐบาลชุดนี้เปึนเงินเดียวกันกับข้อเสนอของรัฐบาลของ ท่านเองก่อนหน้านี้ที่จะกู้ยืม งบขาดดุล ป้ ๒๕๕๒ โดยรวมของรัฐบาลนี้นะครับ รัฐบาล ของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์คือ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แรกก็คืองบ ขาดดุล ป้ ๒๕๕๒ ซึ่งเปึนงบขาดดุลที่ได้มีการนําเสนอโดยอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง นายแพทย์สุรพงษ์ ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านไม่เสียหาย ท่านเปึนประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณ ผมเปึนรองประธาน เรานั่งเคาะอยู่ด้วยกัน ส่วนอีก ๑ แสนล้านบาท คืองบขาดดุลกลางป้ ซึ่งผมต้องขออนุญาตเรียนเลยนะครับว่ารัฐบาลเราไม่ใช่เปึนรัฐบาลแรกที่นําเสนอ แนวคิดนี้ ความจริงถ้าผมสามารถที่จะโอ้อวดได้ว่าเราเปึนคนริเริ่มแนวคิดนะครับ ก็อาจจะเปึนประโยชน์ทางการเมืองกับทางพวกกระผม ข้อเท็จจริงครับ ก็คืองบประมาณ กลางป้ ๑ แสนล้านบาทนี่ได้รับการนําเสนอโดยท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสุชาติ ก็เปึนรัฐมนตรีคลังของท่านเอง ผมรู้ครับ เพราะว่าเช้าวันหนึ่งท่านโทรศัพท์มา ปรึกษาผมที่บ้านก่อนที่ท่านจะประกาศนโยบายนี้ในฐานะที่ผมเปึนรัฐมนตรีคลังเงา ถามว่าผมพร้อมที่จะเออออเห็นด้วยหรือไม่ เราได้มีโอกาสได้พูดคุยกันในเชิงปัญหาของ เศรษฐกิจ ณ วันนั้น เราได้มีข้อสรุปตรงกันว่างบขาดดุลประจําป้ไม่เพียงพอต่อการแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ผมก็เรียนกับท่านผ่านทางโทรศัพท์ว่าผมเห็นด้วยใน หลักการ นั่นก็คือ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เราพิจารณาและมีมติไปแล้วในสภาแห่งนี้ ในการที่จะกู้ยืม แล้วก็คือ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านมาอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าทําไม ผมถึงต้องกู้ยืม มันก็เปึนแนวคิดที่ตรงและสืบเนื่องมาจากแนวคิดของผู้บริหารเศรษฐกิจ ของท่านเองทั้งนั้นครับ หรือท่านไม่เข้าใจ หรือแกล้งที่จะไม่เข้าใจ แต่ผมขออย่างเดียวครับ อย่าตั้งใจในการสร้างความสับสนในส่วนของพี่น้องประชาชน เพราะตอนนี้ผมได้เรียนไป เมื่อสักครู่นะครับ มีความจําเปึนจริง ๆ ที่เราต้องร่วมมือกันเพื่อฝ์าฟันแก้ไขปัญหานี้ให้กับ ประเทศชาติโดยรวม แม้แต่เรื่องของการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าก็จะมี การพิจารณากรอบการกู้ยืมจากต่างประเทศตามมาตรา ๑๙๐ ครับ ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้เรียนไปเมื่อสักครู่ ผมเชื่อเลยครับว่าท่านก็คงลุกขึ้นอภิปรายอีกว่าไม่เห็นด้วย มีผลกระทบต่อเสถียรภาพ แต่ผมก็จะขอเรียนนะครับว่า ไม่ว่าจะเปึนการกู้ยืมจากทาง ธนาคารโลก จากธนาคารพัฒนาเอเชียจากองค์การร่วมมือทางเศรษฐกิจของญี่ปุ์น ก็ล้วน แล้วแต่เปึนการริเริ่มโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลของท่านทั้งสิ้น ผมต้อง ขอขอบคุณท่านด้วยซ้ําไป มิฉะนั้นนี่ช่วงเวลาในการดําเนินการของผมจะต้องล่าช้าไปอีก แต่ท่านได้เริ่มเป่ดการเจรจากับทั้ง ๓ สถาบันไว้ตั้งแต่ก่อนผมเข้ามารับตําแหน่ง ในเม็ดเงินเดียวกันเลยครับ กับที่เรากําลังจะนําเสนอคือประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ สหรัฐ เพราะฉะนั้นในส่วนของตรงนี้ ผมก็จะขออนุญาตเรียนนะครับว่า ท่านผู้อภิปรายนี่ ควรจะต้องกลับไปศึกษาทบทวนนโยบายเศรษฐกิจของพรรคท่านเองก่อนที่จะมาอภิปราย ไม่ไว้วางใจกระผม ส่วนในเรื่องของการกู้ยืมนะครับ มันก็ไม่ใช่เพียงแค่ประเด็นว่าใครเคย บอกว่าจะกู้ ใครบอกว่าจะไม่กู้ แต่ผมเรียนเพื่อความสบายใจของทุก ๆท่านในที่นี้และ พี่น้องประชาชนทางบ้าน