กรณี จาติกวณิช แสดงความกังวลเรื่องความยุติธรรม และยืนยันว่า 2 ประเด็นที่จะนำเสนอของเขามีความจำเป็นจริง โดยอภิปรายเรื่องการกู้ยืมจากไอเอ็มเอฟ และการวิเคราะห์ผลกระทบของนโยบายประกันราคาพืชผลของรัฐบาล นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้สิน โดยกล่าวถึงการดำเนินการของกองทุนฟู้ฟั่นฟู และการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร
ท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช นะครับ ผมขอเรียนท่านประธานว่าผมมีอีกแค่ ๒ ประเด็น แล้วจะ ไม่ใช้เวลานานเกินไป แต่เพื่อความยุติธรรมนะครับ ๒ ประเด็นนี้มีความจําเปึนจริง ๆ ที่จะต้องนําเสนอ เมื่อสักครู่ผมเตรียมแผ่น เตรียมชาร์ทอะไรไว้เยอะแยะเลยครับ แต่ผมจะ ไม่ใช้เวลาของสภาในการนําเสนอเลยนะครับ ผมจะขอเรียน ๒ ประเด็นสุดท้าย
ประเด็นแรก ก็มีการพูดถึงบุคคลที่อยู่นอกสภากันโดยทุก ๆ ท่านนะครับ แล้วก็มีการพูดถึงเรื่องของการกู้ยืมจากไอเอ็มเอฟ เพราะฉะนั้นผมก็จะขออนุญาตสิทธิ ในการที่จะเอาความเปึนจริงมาพูดในสภาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองเรื่องเช่นเดียวกัน บุคคลที่อยู่นอกสภา ผมขอเอ่ยชื่อเลยครับ คือคุณทักษิณ ทุก ๆ ท่านที่ลุกขึ้นอภิปรายผม เปรียบนโยบายของทางรัฐบาลของเรากับนโยบายของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ท่านชื่นชม และท่านก็อภิปรายนะครับว่าการกู้ยืมนั้นเปึนเรื่องที่ ถ้าเปึนคุณทักษิณคงไม่ทํา ผมจะขอ อนุญาตเรียนนะครับ แล้วผมอ่านแค่นี้ผมจะไม่วิพากษ์วิจารณ์มากกว่านี้ไปเลย เพราะว่า ผมคิดว่ามันมีความชัดเจนในตัวของมันเอง ในการปาฐกถาของคุณทักษิณที่ท่านชื่นชมนะครับ เมื่อป้ ๒๕๔๙ ในงานสุนทรพจน์โอกาสก้าวสู่ป้ที่ ๔ ของสํานักงานบริหาร การแปลงสินทรัพย์เปึนทุน ซึ่งเปึนองค์การมหาชน คุณทักษิณได้พูดไว้สั้น ๆ นะครับ ถ้าอยากมีฐานะต้องใจถึง ต้องกู้เงิน มัวแต่ประหยัด อดออมไม่ทันกิน นี่ไม่ใช่คําพูดของผมนะครับ เปึนคําพูดของคุณทักษิณเองที่ท่านบอกว่า เปึนผู้เสนอแนวความคิดในการอภิปรายว่ารัฐบาลนี้ควรที่จะปฏิเสธการกู้ยืม นอกจากนั้น ในงานเดียวกันคุณทักษิณได้พูดไว้คนที่ไม่เคยกู้เพราะกลัวว่าจะเปึนหนี้ถ้าประหยัดและ อดออม แต่โตไม่ทันแน่นอน การกู้ไม่ใช่เรื่องที่น่ารังเกียจ หรือเสียหายอะไร แต่ต้องถามว่า กู้ไปทําอะไร การกู้ไม่ใช่เรื่องที่น่ารังเกียจ นี่คือคุณทักษิณพูดครับ นาน ๆ ทีผมมีเรื่องที่จะ เห็นด้วยกับท่านที ผมก็จะขออนุญาตเรียนนะครับ สภาวะเศรษฐกิจปกติถามว่ามี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังคนไหนอยากที่จะเข้ามา แล้วจําเปึนที่จะต้องกู้เงิน ผมเรียน ได้เลยครับว่าไม่มี ผมเปึนคนที่เพื่อน ๆ ผมประณามโดยมาตลอดว่าผมเปึนคนขี้เหนียว ประหยัด มัธยัสถ์แต่เมื่อผมเห็นสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ และผลที่จะเกิดอย่างปฏิเสธไม่ได้ กับพี่น้องประชาชนที่นับวันทุกวันเปึนห่วงเปึนใยต่อสถานะภาพของตนเองในฐานะผู้มี งานทํารัฐบาลเรามีความจําเปึนที่จะต้องดําเนินการครับ จะต้องเพิ่มบทบาทของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และแนววิธีเดียวที่สามารถที่จะทําได้ก็คือการใช้เงิน งบประมาณ และการใช้เงินงบประมาณก็หมายถึงการขาดดุล ขาดดุลหมายถึง ความจําเปึนในการที่จะกู้ยืม แต่ผมก็จะขออนุญาตเรียนภาพที่ผมไม่เอาเข้ามานําเสนอนี่ ก็คือ เสถียรภาพของทางการเงินเรายังมีครับ ระดับหนี้สาธารณะของเราเมื่อเทียบกับ ประเทศอื่น ๆ ยังถือว่าค่อนข้างต่ํา ถึงต่ํามาก เพราะฉะนั้นผมมีความระมัดระวังกฎหมาย กฎ กติกามี กรอบจํากัดการกระทําของผมมีครบถ้วน ไม่มีผลกระทบต่อเสถียรภาพ
ประเด็นสุดท้ายครับ ท่านประธาน ผมจะขออนุญาตเรียน เพราะมีการ อภิปรายวิพากษ์วิจารณ์ไม่ว่าจะผ่านนโยบาย ๒,๐๐๐ บาท นะครับ หรือนโยบายอื่น ๆ ว่า พวกกระผมได้คิดถึงพี่น้องเกษตรกรหรือไม่ ผมจะขออนุญาตเรียนว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ในคณะรัฐมนตรีของเรานั้นมีความเปึนห่วงเปึนใย เสนอมาตรการเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกรให้กับคณะรัฐมนตรีได้พิจารณา ทุกอาทิตย์ ในส่วนของผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังส่วนไหนที่ผมมีส่วน ร่วมที่จะช่วยได้ ผมก็ยินดี ผมก็จะขออนุญาตเรียนนะครับว่า หนึ่งในบทบาทของผม ในฐานะรัฐมนตรีคลังคือประธานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธ.ก.ส. ซึ่งเรา ก็มีมาตรการนโยบายมากมาย ในช่วง ๒ เดือน ๓ เดือนที่ผ่านมานะครับ ที่จะเข้ามา ช่วยเหลือเยียวยาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร เรื่องของมาตรการประกันราคาพืชผล ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดไปแล้ว แต่ผมจะขออนุญาตอย่างนี้ครับ ผมก็เลยอดไม่ได้ครับ กลับไปคํานวณดูว่า ราคาประกันที่สูงกว่าราคาตลาด ตามนโยบายของรัฐบาล เปรียบเทียบกับปริมาณจํานวนเกษตรกรที่เข้ามาร่วมโครงการไม่ว่าจะเปึนข้าวเปลือกนาป้ ไม่ว่าจะเปึนมันสําปะหลัง ข้าวโพด กุ้งขาว อ้อยนะครับหรือในอนาคตจะมีน้ํามันปาล์ม ยางพารานั้น ถ้าคํานวณออกมาแล้ว มันเท่ากับประโยชน์คิดเปึนเงินบาทต่อเกษตรกร เท่าไร มันน้อยกว่า ๒,๐๐๐ บาท ที่มนุษย์เงินเดือนได้หรือไม่ ผมตกใจครับ เมื่อเห็น คําตอบ เพราะว่าหลังจากการคํานวณว่านโยบายนี้ของรัฐบาลส่งผลต่อพี่น้องเกษตรกร เท่าไร ผมขอเรียนนะครับว่าคิดออกมาโดยเฉลี่ยแล้วสูงถึงเกือบ ๑ แสนบาทต่อคน มีผู้เข้ามาร่วมโครงการทั้งหมดนี้ที่ผมได้อ่านไปเมื่อสักครู่จํานวนรวม ๗ แสนเกษตรกร คิดประโยชน์ออกมาแล้ว ได้ประโยชน์ไปท่านละ ๑ แสนบาท ๗ แสนบาท คือจํานวน เกษตรกรนะครับ กลับไปแต่ละท่านก็มีสมาชิกครอบครัว ๔ คน ๕ คน ได้ร่วมแชร์ ในประโยชน์ส่วนนี้ เพราะฉะนั้นผมก็มีความมั่นใจว่านโยบายนี้เพียงนโยบายเดียว มอบประโยชน์ให้กับพี่น้องเกษตรกรได้มากเพียงใดแล้ว มากกว่ามาตรการ ๒,๐๐๐ บาท แล้วก็เปึนมาตรการที่หลาย ๆ รัฐบาลดําเนินการต่อเนื่องให้กับพี่น้องเกษตรกร มาโดยตลอดในขณะที่นโยบาย ๒,๐๐๐ บาท นั้นเขารับครั้งแรกและครั้งเดียว
ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับผู้ที่ยากไร้ที่สุดก็คือ ผู้ที่มีหนี้และขึ้นทะเบียนอยู่ที่ กองทุนฟุ๋นฟู ผมก็จะขอเรียนนะครับว่ากองทุนฟุ๋นฟูหนี้ของเกษตรกรนั้น มีการจัดตั้ง ขึ้นมาประมาณ ๑๐ กว่าป้ ไม่มีรัฐบาลไหนก่อนหน้านี้เลยนะครับ ดําเนินการในการแก้ไข ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน มีภาระหนี้สินด้วยความตั้งใจเทียบเท่ากับรัฐบาลชุด ปัจจุบัน พอเราเข้ามาปุ็บเราก็มีการอนุมัติงบประมาณในการแก้ไขปัญหาหนี้ให้กับพี่น้อง ที่ขึ้นทะเบียนเลยนะครับ ผมจะไม่ลงในรายละเอียด แต่ผมก็จะขอเรียนนะครับว่าเมื่อมี การร้องเรียนในส่วนของเกษตรกรกลุ่มแรกที่มีปัญหา ถูกบังคับขายที่ดินทํามาหากินเราก็ จัดงบกลางป้ให้ทันที ๖๐๐ กว่าล้านบาท หลังจากนั้นเมื่อมีเวลาในการพิจารณาเพิ่มเติม เราก็จัดงบประมาณในป้ ๒๕๕๓ อีก ๒,๖๐๐ ล้านบาท ที่จะโอนหนี้ส่วนนี้จาก สถาบันการเงินเข้ามาอยู่ที่กองทุนฟุ๋นฟู พร้อมมีงบประมาณเพื่อฟุ๋นฟูอาชีพให้กับ เกษตรกรอีกต่างหาก ๑,๔๐๐ ล้านบาท และก็มีการยืนยันว่าเกิดจะมีการดําเนินการ การแก้ไขปัญหาหนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่มีปัญหาเรื่องหนี้สินต่อเนื่องไปอีก ๗ ป้ จํานวน เม็ดเงินต่อป้ประมาณ ๑,๕๐-๒,๐๐๐ ล้านบาท นี่ก็เปึนเพียงแค่ตัวอย่าง ในส่วนของบทบาทของผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีกระทรวง อื่น ๆ มีบทบาทในการช่วยพี่น้องประชาชนในภาคหมวดอื่น ๆ อีกมากมายนะครับ แต่ด้วยเวลาที่จํากัดผมก็ขออนุญาตยุติการชี้แจงของผมแต่เพียงแค่นี้นะครับ ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้เวลาของผมในระดับที่มีตามสมควร ขอบคุณครับ