กรณี จาติกวณิช พูดถึงการเตรียมพร้อมในการตอบคำถามและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผลงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยอภิปรายเรื่องการผลิตเช็คของธนาคารกรุงเทพ และการเพิ่มกำลังซื้อของผู้ประกอบการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการลงทุนของตนเอง การเปิดเผยทรัพย์สิน และการบินไทย โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้แทรกแซงในการบริหารจัดการของบริษัท และเรียกร้องการความร่วมมือจากองค์กรต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านประธานครับ ในเมื่อ ผมได้ทราบข่าวว่าจะมีการเสนอญัตติเป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ผมต้องเรียนท่านประธานตามตรงนะครับว่า ผมก็มีความรู้สึกดีใจว่าจะ ได้มีโอกาสในการที่จะทําความเข้าใจกับสมาชิกของสภาของเรา พร้อมกันกับการชี้แจง และทําความเข้าใจในเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจทั้งหมดกับพี่น้องประชาชนที่ติดตามการ อภิปรายของเราอยู่ วันนี้ก็ได้รับฟังคําถามและข้อเสนอแนะซึ่งมีไม่มากนัก แต่ส่วนใหญ่ก็ จะเปึนประเด็นในเรื่องของคําถามที่เพื่อนสมาชิกได้มีต่อการทํางานของผมในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมจะขออนุญาตตอบในบางประเด็นก่อนนะครับ
ก่อนอื่นเลยผมจะขออนุญาตใช้เวลาของสภาในการที่จะตอบคําถามที่มี ในเรื่องของเช็คช่วยชาตินะครับ เช็ค ๒,๐๐๐ บาทที่มีข้อกล่าวหาและมีคําถามว่า ผมได้ ปฏิบัติในวิธีที่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่อย่างไร ผมขอสรุปรวม ๆ นะครับว่า ในกรณีของ เช็คนั้น ผมมิได้ปฏิบัติผิดต่อข้อกฎหมาย หรือกติกาใด ๆ ของทางกระทรวง สาเหตุที่มา ของการที่ทางกรมบัญชีกลางได้มีแผนที่จะใช้ธนาคารกรุงเทพเปึนผู้ผลิตเช็คนั้น ก็สืบเนื่องมาจากกระบวนการการคัดสรรธนาคารที่ให้ประโยชน์กับทางรัฐมากที่สุด ทางกระทรวงการคลังโดยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พฤฒิชัย ดํารงรัตน์ และทางกรมบัญชีกลางก็ได้ดําเนินการในการที่จะสอบถามในส่วนของข้อเสนอของ ธนาคารทุก ๆ แห่งนะครับ ที่มีความสนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการการจําหน่าย เช็คให้กับพี่น้องประชาชนที่จะได้รับสิทธิตามนโยบายของทางรัฐบาล เดิมทีก็ปรากฏเปึน ข่าวนะครับว่าธนาคารที่จะได้รับมอบหมายจากทางกระทรวงการคลังให้ดําเนินการ ในเรื่องนี้ก็คือ ธนาคารกรุงไทย ท่านประธานอาจจะจําได้นะครับว่า ได้มีการ ตั้งงบประมาณในส่วนของค่าใช้จ่ายที่จะต้องใช้ในการดําเนินการในเรื่องการจําหน่ายเช็ค ไว้ในงบประมาณกลางป้ประมาณ ๔๐ กว่าล้านบาท ซึ่งมีสมมุติฐานว่าค่าพิมพ์เช็คนั้น จะต้องอยู่ที่ประมาณ ๕ บาทต่อใบ ก็มีข้อเสนอของธนาคารกรุงไทยเข้ามาที่กรมบัญชีกลาง และที่สํานักงานประกันสังคม รวมไปถึงทางกระทรวงแรงงานเสนอที่จะให้บริการด้วยราคาประมาณ ๓.๕๐ บาท แต่หลังจากนั้นหลังจากที่เราได้รับคําตอบจากธนาคารอื่น ๆ ที่ได้รับการติดต่อไปโดย กรมบัญชีกลาง ก็ปรากฏว่ามีอีกหลายธนาคารที่เสนอเงื่อนไขที่รัฐปฏิเสธไม่ได้ เนื่องจาก เปึนเงื่อนไขที่ทําให้รัฐสามารถที่จะประหยัดเงินงบประมาณของรัฐได้ ท่านถามนะครับว่า ก็มีอยู่หลายธนาคารที่เสนอเข้ามาในราคาเดียวกันกับธนาคารกรุงเทพ ก็คือใบละ ๒ บาท คําตอบก็คือ ข้อมูลท่านไม่ผิดครับ แต่ไม่ครบถ้วน มีธนาคารอยู่ธนาคารหนึ่ง ธนาคารทหารไทย ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ไม่มีอะไรเสียหาย เสนอเข้ามาที่ใบละ ๒ บาท แต่มีข้อจํากัดว่า สามารถที่จะเข้ามาร่วมโครงการด้วยการผลิตเช็คได้เพียงแค่ ๑ ล้านใบ ส่วนธนาคารไทยพาณิชย์ เช่นเดียวกันนะครับ ก็มีข้อเสนอเข้ามาที่ ๒ บาทเช่นเดียวกัน แต่สามารถที่จะผลิตในราคา นั้นได้เพียงแค่ ๓ ล้านฉบับ ในกรณีที่ผลิตน้อยกว่านั้นก็จะมีการกําหนดราคาต่อไป ในราคาที่สูงกว่า ๒ บาท ก็มีเพียงแค่ธนาคารกรุงเทพ ท่านประธานครับ ที่มีข้อเสนอ เข้ามาในราคาที่ ๒ บาทต่อใบ และสามารถที่จะเข้าร่วมโครงการได้ทั้งโครงการ คือเต็ม ตามจํานวนเช็ค ๙ ล้านใบโดยประมาณตามนโยบายของทางรัฐบาล
นอกจากนั้นก็มีผู้อภิปรายได้ถามว่า การพิมพ์เช็คไม่น่าจะต้องใช้เงิน งบประมาณมากกว่า ๕๐ สตางค์ต่อใบ ผมก็จะขอเรียนนะครับว่า อันดับแรก เช็คช่วยชาติ ที่จะไปถึงมือพี่น้องประชาชนที่กําลังเดือดร้อนสืบเนื่องมาจากเศรษฐกิจที่ฝ๋ดเคืองนั้น เปึนเช็คที่ไม่เหมือนกับเช็คธรรมดาทั่วไป เพราะเราตระหนักนะครับว่าเราจําเปึนที่จะต้อง มีความระมัดระวังในเรื่องของความปลอดภัย เพื่อคุ้มกันไม่ให้มีการปลอมเช็คหรือโอกาส ในการปลอมเช็คนั้นลดน้อยลง ดังนั้นเช็คที่ทางแบงก์กรุงเทพได้เสนอแบบให้กับทาง กระทรวงการคลังได้พิจารณาเปึนเช็คที่มีตัวนูน มีลูกน้ํา มีอีกหลายรูปลักษณะที่จะทําให้ การปลอมแปลงเช็คนั้นเปึนไปได้โดยลําบาก และภาพที่ท่านผู้อภิปรายได้นําเสนอนั้น ก็ไม่ใช่ภาพสุดท้ายของตัวรูปแบบของเช็คหรอกครับ เรายังสงวนไว้เปึนข้อมูลลับ เพื่อจํากัดในระยะเวลาต่อมิจฉาชีพในกรณีที่จะนําแบบที่ปรากฏตามสื่อออกไปพิมพ์เปึน เช็คปลอม นอกจากนั้น ๒ บาทนั้นก็รวมถึงค่าธรรมเนียมในแง่ของการเคลียร์เงินอีก ต่าง ๆ นานาเพื่ออํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนสามารถที่จะขึ้นเช็คกับ ธนาคารไหนก็ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในแง่ของค่าธรรมเนียมตามปกติและประเพณีการขึ้น เช็คต่างธนาคาร นั่นก็คือที่มาของการเลือกใช้ธนาคารกรุงเทพในกรณีนี้ และต่อข้อกังวล ว่าเปึนการเอื้อให้กับธนาคารพาณิชย์ที่มีเอกชนเปึนผู้ถือหุ้น สามารถมีเม็ดเงินจํานวน ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปบริหารจัดการได้ ผมก็จะขอเรียนนะครับว่า ความจริงถ้าเรา สามารถที่จะกระตุ้นให้ธนาคารต่าง ๆ เร่งรีบในการที่จะปล่อยกู้เข้าสู่ระบบได้ด้วยการ เอาเงินของรัฐบาลไปฝากนั้น ผมก็คงจะดําเนินการในลักษณะนั้นกับทุกแบงก์ ประเด็น ข้อเท็จจริงก็คือเงินก้อนนี้จะมีการโอนไปที่บัญชีของทางธนาคารกรุงเทพประมาณวันที่ ๒๔ หรือวันที่ ๒๕ มีนาคม และก็จะคงอยู่ในบัญชีของธนาคารกรุงเทพเพียงแค่ ๑ หรือ ไม่เกิน ๒ วัน ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ํา ณ ช่วงเวลานี้โอกาสที่ทางแบงก์กรุงเทพ จะนําเงินส่วนนี้ไปทําประโยชน์เรียกว่าแทบจะไม่มีเลยนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็หวัง นะครับว่าคําตอบของผมในส่วนของเรื่องของการจัดทําเช็คจะเปึนตามที่ท่านต้องการ ทีนี้ในการจําหน่ายเช็คก็จะขออนุญาตเรียนว่ามี ๓ กลุ่มประเภทของผู้รับ ก็จะมีผู้มีสิทธิที่เปึน สมาชิกของสํานักงานประกันสังคม อันนี้ก็คือเช็คส่วนใหญ่ประมาณ ๘ ล้านใบนะครับ ที่ผู้มีสิทธิก็จะได้รับตามข้อตกลงที่มีต่อ นายจ้าง และข้อตกลงที่นายจ้างหรือผู้ประกอบการมีต่อกรมประกันสังคมอีกต่อหนึ่ง ก็มีหลากหลายวิธีในการรับเช็คนะครับ ซึ่ง ณ วันนี้ก็ได้มีการรายงานเข้ามาโดยกระทรวง แรงงานว่ามีการขึ้นทะเบียนไปค่อนข้างมากแล้วถึงแม้ว่าอาจจะยังไม่ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็ตาม อีก ๒ ส่วนก็เปึนส่วนที่เกี่ยวข้องกับราชการนะครับ ก็จะมีส่วนของ ผู้รับบํานาญหรือเบี้ยหวัด ซึ่งเปึนส่วนประมาณ ๒๓๐,๐๐๐ คน ก็จะรับเช็คจาก กรมบัญชีกลางโดยตรงนะครับ เพราะกรมบัญชีกลางมีหน้าที่ในการที่จะชําระเบี้ยบํานาญ และเบี้ยหวัดให้กับคนกลุ่มนี้อยู่แล้ว
ส่วนกลุ่มสุดท้ายนะครับ ก็คือกลุ่มที่เราเรียกว่าบุคลากรภาครัฐ ก็คือ ข้าราชการในส่วนอื่น ๆ ในระบบข้าราชการรวมแล้วก็ประมาณอีก ๓๐ กว่าส่วนนะครับ ซึ่งก็จะมีแนววิธีการับเช็คจากกรมบัญชีกลางในวิธีที่แตกต่างกันไป นั่นก็คือในส่วนเรื่อง ของเช็คนะครับ แต่ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้รายงานต่อสภาแห่งนี้ นโยบายส่วนนี้ ก็จะมีการดําเนินการในช่วงปลายเดือนนี้นะครับ แล้วก็เชื่อว่าจะเข้าถึงมือพี่น้องประชาชน ทันที นํามาซึ่งการเพิ่มของกําลังซื้อนะครับ แล้วเราก็เชื่อว่าจะส่งผลต่อการสร้างรอบหมุน การสร้างกําลังซื้อของผู้ประกอบการทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ทั่วประเทศในช่วงไตร มาสที่ ๒ นี่ก็คือคําถามในเรื่องของเช็ค
ส่วนคําถามอื่น ๆ ก็มีมากมายนะครับ มีคําถามในเรื่องเกี่ยวกับตลาดทุน มีเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนของกระผมเองก็ขออนุญาตที่จะใช้เวลาในการชี้แจงนะครับ มีคําถามว่า สกูลเวเร คืออะไร ผมก็จะขอเรียนอย่างนี้นะครับว่าผมมีชีวิตการทํางาน มาร่วมเกือบ ๆ ๒๐ ป้ก่อนที่จะตัดสินใจลงสมัครเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัด ของพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงเวลา ๑๙ ป้ ผมเริ่มทํางานค่อนข้างเร็ว ก็คือเรียนจบ ปริญญาตรีอายุ ๒๑ ป้ ผมก็เริ่มทํางานเลย ในช่วงแรกของชีวิตการทํางานผมทํางานอยู่ที่ ต่างประเทศและหลังจากนั้นก็ได้รับเกียรติแต่งตั้งเปึนกรรมการบริษัทต่างประเทศอยู่ หลายบริษัทด้วยกันก็สะสมเงินสะสมทองมาตามปกติของลูกจ้างที่มีท่านสมาชิกท่านหนึ่ง ได้อภิปรายว่าทั้งชีวิตการทํางานของผม ผมก็เพียงแต่ลูกจ้าง ผมก็ไม่เข้าใจว่าการเปึน ลูกจ้างนั้นมันมีปัญหาอะไร ผมก็เปึนลูกจ้างที่ทํามาหากินด้วยความสุจริตเช่นเดียวกันกับ ลูกจ้างอีกนับ ๑๐ ล้านคนในประเทศทําไมท่านถึงคิดว่าลูกจ้างนั้นสมควรที่ได้รับการ ดูหมิ่นดูแคลนโดยท่านผมไม่เข้าใจ อย่างไรก็แล้วแต่ครับหลังจากโอกาสที่ได้ทํางาน ในภาคเอกชนสะสมเงินสะสมทองมาตามที่ผมได้เรียนไปเมื่อสักครู่ ผมก็ได้มีการลงทุน ทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่แรก และประเด็นสําคัญก็คือเมื่อผมตัดสินใจมารับใช้ บ้านเมืองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและมีข้อจํากัดในส่วนของหรือข้อบังคับ ในส่วนของรัฐธรรมนูญตั้งแต่สมัยฉบับป้ ๒๕๔๐ ที่จะต้องเป่ดเผยทรัพย์สินของผม ผมก็มีความตั้งใจนะครับว่าผมจะเป่ดทรัพย์สินของผมด้วยความโปร่งใสและ ตรงไปตรงมา ซึ่งสําหรับผมนั้นหมายถึงการเป่ดเผยรายละเอียดทรัพย์สินที่ผมมีอยู่ ทั้งในและต่างประเทศไม่ผิดกฎหมายครับ ที่ผิดกฎหมายก็คือการมีทรัพย์สิน ในต่างประเทศในลักษณะของการซุก การมีทรัพย์สินในต่างประเทศที่ไม่เป่ดเผยต่อ ป.ป.ช. นั่นแหละครับคือสิ่งที่ผิดกฎหมาย และท่านก็ทราบดีนะครับตั้งแต่สมัยที่ผมเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนฝ์ายค้าน ผมก็เคยอภิปรายการกระทําผิดในแนวนี้มา หลายครั้งหลายครา ผมก็จะขอเรียนนะครับว่าทรัพย์สินของผมผมก็เป่ดเผยเต็มมูลค่า มาโดยตลอด ก็ปรากฏเปึนข่าวเมื่อไม่นานมานี้นะครับหลังจากที่ผมต้องยื่นทรัพย์สิน อีกรอบหนึ่ง สืบเนื่องมาจากการขึ้นมารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์นะครับว่าทรัพย์สินของผมนั้นได้ปรับลดลง ซึ่งก็เปึนเช่นนั้นจริง ก็มีการเสียดสีถากถางอีกโดยผู้อภิปรายบางท่านว่าผมเล่นหุ้นไม่เปึน เล่นแล้วขาดทุน ผมก็ต้องขออนุญาตเรียนว่า ผมก็ขาดทุนจากการลงทุนในตลาด หลักทรัพย์จริงในช่วงป้ที่ผ่านมา ในส่วนของการลงทุนของผมนั้นปรับลดลงมาโดยรวม มูลค่าทรัพย์สินปรับลดลงมาประมาณ ๑๔ เปอร์เซ็นต์ พูดตามตรงนะครับ ผมถือว่าเปึน ระดับการปรับลดลงที่ผมพึงพอใจ เปรียบเทียบกับการปรับลดลงของตลาดหลักทรัพย์ ทั่วโลกอย่างน้อย ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ในบางประเภททรัพย์สิน ผมถือว่าผมมี ความพึงพอใจในความสามารถในการรักษามูลค่าทรัพย์สินของผมไว้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็แล้วแต่ไม่ติดใจนะครับ การวิพากษ์วิจารณ์กันผมก็มีโอกาสได้ชี้แจงผมก็ชี้แจง ด้วยความโปร่งใส เพราะฉะนั้นรายละเอียดของทรัพย์สินของผมทั้งหมดท่านสามารถ เข้าไปดูได้ละเอียดมากกว่าที่ท่านได้อภิปรายมากเลยครับ ที่ผมชี้แจงไว้ทุกชิ้นทุกส่วน การซุกไม่มี การแอบตั้งบริษัทไว้ต่างประเทศ ถือหุ้นไทยที่ตนเองยังมีอํานาจในการบริหาร จัดการอยู่ไม่มีครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของตรงนี้ผมมีความมั่นใจและมีความสบายใจ และหวังว่าหลังจากที่ท่านได้มีโอกาสเข้าไปพิจารณาในรายละเอียดเพิ่มเติมแล้วท่านจะมี ความสบายใจด้วยในความตรงไปตรงมาในส่วนของทรัพย์สินของกระผม เรื่องทรัพย์สิน ผ่านไปนะครับ ผมก็ขอวกกลับมาในเรื่องที่ท่านมีคําถามเกี่ยวกับเงิน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนรายได้ที่ค้างอยู่ในระบบ เปึนรายได้ที่ได้มาจากหวยบนดินในช่วงที่ศาลได้มีการ ตีความ มีคําพิพากษาว่าเปึนการกระทํามิชอบด้วยกฎหมายก็เลยไม่มีคําตอบว่า จะดําเนินการอย่างใดได้กับ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทที่ยังค้างอยู่ ก็มีความจําเปึนนะครับ ทางกระทรวงการคลังเองก็ได้เสนอกับทางท่านนายกรัฐมนตรี เพราะมีความจําเปึนจะต้อง เสนอกฎหมายเฉพาะเพื่อที่จะบ่งชี้ว่าเราสามารถที่จะโอนเงินส่วนนี้เข้าคลังได้อย่าง ถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย และทางรัฐบาลก็จะสามารถที่จะนําเม็ดเงินส่วนนี้ไปใช้ ประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนได้ทดแทนความจําเปึนที่จะต้องเก็บภาษี หรือกู้ยืมเพิ่มเติม ส่วนข้อเสนอแนะในเรื่องของระบบล็อตเตอรี ในส่วนของประเด็นนี้ผมเห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ และผมก็ได้รับการยืนยันว่าเพิ่งมีมติของการประชุมคณะกรรมการ การเงินการคลังที่ผมเองก็เคยเปึนรองประธานอยู่นะครับ ก็ได้มีมติของกรรมาธิการแจ้งมา ที่กระทรวงการคลังให้ศึกษาแนววิธีในการที่จะปรับกระบวนทัพการขายลอตเตอรี เพื่อแก้ปัญหาราคาลอตเตอรี่แพงเกินควรนะครับ ซึ่งเมื่อผมได้รับสารจากท่านอย่าง เปึนทางการ ผมก็ยืนยันว่าดําเนินการในการตั้งคณะที่ปรึกษาหรือที่ปรึกษาที่จะมาศึกษา แนะวิธีในการแก้ไขปัญหานี้เพื่อความสบายใจของพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นท่านก็ได้มี คําถามในเรื่องของส่วนต่างระหว่างเงินกู้กับเงินฝากในระบบธนาคารหรือที่เรียกว่า สเปซ ในส่วนของตรงนี้ผมยืนยันว่าประเด็นที่ผมวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่สมัยเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเงา จนกระทั่งมารับตําแหน่งผมก็ยังหยิบยกประเด็นนี้ ขึ้นมาปรึกษาหารือกับทั้งธนาคารแห่งประเทศไทยและกลุ่มธนาคารพาณิชย์เองเพื่อหาวิธี ในการที่จะแก้ปัญหาส่วนต่างดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูง ผมก็ได้ยืนยันว่าส่วนต่างดอกเบี้ยนั้น เปึนภาระต่อประชาชนเพราะเปึนภาระต่อผู้ประกอบการ การที่ต้นทุนการเงินของ ผู้ประกอบการอยู่ในระดับที่สูงเกินกว่าความจําเปึนสุดท้ายก็เปึนปัญหาในแง่ของ ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการแข่งขันกับบริษัทต่างชาติที่ มีต้นทุนทางการเงินที่ต่ํากว่า ผมก็วิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมาว่าปัญหาหลักในเรื่อง ของสเปซในบ้านเรานั้นเปึนปัญหาที่เกิดขึ้นจากการขาดการแข่งขันในระบบตลาดเงิน ตลาดทุน กล่าวคือแหล่งเงินของผู้ประกอบการไม่ว่าจะใช้เปึนเงินหมุนเวียนหรือในการ ลงทุนก็ตาม นอกจากการกู้ยืมจากธนาคารแล้วยุคนี้สมัยนี้หาแหล่งอื่นได้ค่อนข้างยาก กลไกของตลาดหลักทรัพย์ก็ยังไม่ค่อยทํางานได้ดีเท่าที่ควร การลงทุนโดยตรงจาก ต่างประเทศก็หดหาย สืบเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจที่บ้านเขา บทบาทของธนาคาร ต่างประเทศในระบบธนาคารไทยก็ลดน้อยลง เพราะฉะนั้นการแข่งขันน้อยลงนะครับ ราคาสินค้าก็สูงขึ้นเปึนเรื่องปกติ ดังนั้นก็เปึนนโยบายสําคัญนโยบายหนึ่งของทางธนาคาร แห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังที่จะแก้ปมปัญหาว่าเราจะสามารถที่จะเพิ่มระดับ การแข่งขันในระบบธนาคารได้อย่างไร ผลเปัาหมายสุดท้ายของเราก็คือ การลดต้นทุน ทางการเงินของผู้ประกอบการ และการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของ ผู้ประกอบการไทยเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการจากต่างประเทศ
อีกคําถามหนึ่งที่ผมได้รับจากท่านผู้อภิปรายนะครับ ก็เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับการบินไทย ผมก็จะต้องขออนุญาตเรียนนะครับว่า การบริหารจัดการในเรื่องที่เกี่ยวกับ การแก้ปัญหาของการบินไทยนั้นเปึนเรื่องที่ผมและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านโสภณมีการดําเนินการและปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันแรกที่เราเข้ามารับ ตําแหน่ง
ส่วนในเรื่องของการตัดสินใจนะครับ ของทางการบินไทยที่จะย้ายบริการ ทั้งหมดของการบินไทยมารวมอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมินั้น ตอบคําถามว่า ทําไมผม ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเปึนผู้ถือหุ้นใหญ่ของการบินไทยไม่คัดค้าน ผมก็จะต้องขอเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในรัฐบาลชุดของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เราไม่มีนโยบายที่จะแทรกแซงการทํางานของการบินไทย ในส่วนของ การบินไทยนั้นเรามีหน้าที่ในการกํากับดูแลชี้แนะในเชิงนโยบาย เรามีหน้าที่ในการที่จะ คัดสรรผู้บริหาร คัดสรรกรรมการที่จะมากํากับดูแลการทํางานของบริษัท แต่เมื่อเราเลือก บุคคลที่เหมาะสมแล้ว เราต้องเป่ดโอกาสให้เขาได้ทํางาน ปัญหาของหลาย ๆ รัฐวิสาหกิจ ไม่ใช่เพียงแค่การบินไทย ตลอดช่วงหลาย ๆ ป้ที่ผ่านมา ก็คือการแทรกแซงทางการเมือง ดังนั้นเราก็มีความตั้งใจที่จะจํากัดเรื่องของการแทรกแซงไม่ให้ส่งผลเสียต่อการบริหาร จัดการ เพราะไม่ว่าด้วยอารมณ์ เราอาจจะมีความคิดหรือมีประเด็นความเชื่อที่แตกต่าง จากทางผู้บริหาร ผมก็คงไม่สามารถที่จะเถียงได้นะครับ หรือมายืนยันในสภาได้ว่าผมมี ความรู้เรื่องของธุรกิจการบินมากกว่าผู้บริหารของทางบริษัท ดังนั้นเราก็จึงดําเนินการ รับฟังข้อเสนอเหตุผล มีข้อโต้แย้ง มีข้อเสนอแนะกลับไปให้กับทางผู้บริหารของบริษัทได้ พิจารณา แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องถือว่าเปึนการตัดสินใจของทางการบินไทยเอง
ส่วนในเรื่องของสนามบินนั้นก็เปึนเรื่องที่ทางท่าอากาศยานและทาง กระทรวงคมนาคมจะต้องนําเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง นะครับว่า นโยบายที่เหมาะสมในอนาคตจะเปึนเช่นใด ถึงจะคุ้มค่าต่อการใช้ทรัพยากร ของประเทศมากที่สุดและส่งผลที่เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในระดับที่สูงที่สุด
ก็มีคําถามนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของการจัดอันดับความเสี่ยงของประเทศ โดยสถาบันการจัดอันดับต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเปึนมูดี้ส์ หรือจะเปึนสถาบันหรือบริษัทที่ วิเคราะห์เศรษฐกิจ อย่างเช่น เครดิตลียองเนส์ที่ได้มีการกล่าวอ้าง แล้วก็มีการกล่าวหา กระผมนะครับว่า ไม่ยอมฟังข้อเสนอแนะหรือแนวคิดของผู้อื่น ผมต้องขออนุญาตเรียน ว่าความเปึนจริงคือตรงกันข้ามกับสิ่งที่ท่านได้กล่าวหากระผม ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังผมเรียนเลยครับว่า ผมอาจจะเปึนในช่วงที่ผมได้เปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ผมไม่ได้เคยเห็นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะต้องมา ตอบกระทู้ในสภาได้บ่อยเท่ากับกระผม เกือบ ๆ ทุกอาทิตย์นะครับ จะมีกระทู้สด ไม่มี กระทู้สด ก็มีกระทู้แห้ง ทุก ๆ ครั้งถ้าเปึนเรื่องที่ผมรับผิดชอบโดยตรงผมก็ไม่เคยปฏิเสธ หน้าที่ของผมในการที่จะมาทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิก นอกจากนั้นผมก็จะต้องขอ อนุญาตเรียนว่า กับมูดี้ส์เองผมไม่ใช่เพียงแค่ฟังเขานะครับ ผมได้นัดพบปะกับเขา เพื่อทําความเข้าใจต่อข้อกังวลที่เขาอาจจะมีตั้งแต่อาทิตย์หรือสองอาทิตย์แรกของการเข้า มารับตําแหน่งของกระผม แล้วผมก็ได้รับแจ้งโดยมูดี้ส์ว่าเท็จจริงแล้วนี่การปรับลดลําดับความน่าเชื่อถือของ ประเทศนั้นเขาได้ดําเนินการไปตั้งแต่ช่วงรัฐบาลที่แล้ว และกําลังจะพิจารณาว่าจะปรับ กลับขึ้นมาในระดับปกติหรือไม่ ซึ่งประเด็นปัญหาในสายตาของมูดี้ส์ก็มีเรื่องเศรษฐกิจ ทั่วไป แล้วในช่วงนั้นก็คือมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเสถียรภาพทางการเมืองด้วย เพราะฉะนั้น ในส่วนของประเด็นในเรื่องเกี่ยวกับพวกองค์กรต่าง ๆ หรือสถาบันวิเคราะห์ต่าง ๆ ผมคิดว่ามีความชัดเจนนะครับ ผมพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในทุกกรณี
ก็มีประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องของการกระทําที่ขัดรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับ ความเท่าเทียมของมาตรการ ๒,๐๐๐ บาท ความจริงท่านรองนายกรัฐมนตรีและ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงไปในส่วนของตรรกที่มาของนโยบาย ๒,๐๐๐ บาทไปแล้ว ผมก็ไม่อยากที่จะใช้เวลาอันมีค่าของทางสภาในการที่จะขยายในประเด็นนี้ แต่ผมจะ ขอเรียนนะครับว่าความเท่าเทียมมันมีตามกติกาที่กําหนด มันไม่มีนโยบายไหนหรอก ที่ทุก ๆ ท่านมีสิทธิ ถ้าพูดกันสุดกู่เลยก็คือ นโยบายผู้สูงอายุก็ให้แต่ผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้น นโยบาย ๒,๐๐๐ บาท เราก็ให้แต่ผู้ที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ความเท่าเทียมมีครับ ก็คือทุก ๆ ท่านที่เปึนสมาชิกประกันสังคมมีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทก็มีสิทธิ เท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นผมไม่มองว่าเปึนประเด็นที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ท่านได้พูดวิพากษ์วิจารณ์ในส่วนของบทบาทของผมในเรื่องที่เกี่ยวกับการแต่งตั้งประธาน คนใหม่ของทางธนาคารแห่งประเทศไทย ผมก็ยินดีที่จะชี้แจงในประเด็นนี้ อยากที่จะเรียน ว่าสาเหตุที่มีการแต่งตั้งประธานธนาคารแห่งประเทศไทยขึ้นมาใหม่นั้น ก็เพราะ กระบวนการที่มีการดําเนินการโดยรัฐบาลที่แล้วนั้นมิชอบด้วยกฎหมาย ผมเองครับ ในฐานะรัฐมนตรีเงาได้มีการฟัองร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินว่ากระบวนการในแง่ของ การจัดตั้งคณะกรรมการคัดสรรนั้นขัดต่อกฎหมาย ก็คือมีผู้ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับ ตําแหน่งกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยถูกแต่งตั้งโดยท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ณ เวลานั้นเปึนกรรมการสรรหา เวลาผ่านไปมีการวินิจฉัยโดย ผู้ตรวจการแผ่นดินออกมาชัดเจนนะครับว่าขัดต่อกฎหมายจริง ผมก็พยายามที่จะเรียนกับ ท่านรัฐมนตรี ณ เวลานั้นให้ปรับเปลี่ยนแก้ไข เพื่อไม่ให้เสื่อมเสียต่อสถาบัน หรือต่อองค์กรที่มีความสําคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจของไทย ท่านก็ไม่ดําเนินการ จนกระทั่งมีการชี้มูลชัดเจน หลังจากนั้นก็ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาขึ้นมาใหม่ อีกชุดหนึ่ง โดยท่านรัฐมนตรีสุชาติ ขออนุญาตเอ่ยนาม ไม่เสียหายต่อท่าน ผมจะ ขออนุญาตเรียนต่อท่านผู้อภิปรายกล่าวหาผมว่า ผมเข้ามารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ผมมิได้เปลี่ยนสมาชิกกรรมการสรรหาแม้แต่คนเดียว คณะกรรมการ สรรหาชุดนี้เปึนชุดที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของท่านเองเปึนผู้แต่งตั้ง และผม ก็คงไว้ซึ่งสมาชิกของคณะกรรมการสรรหาตามนั้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นบทบาท ของทางคลังก็มีนิดเดียวครับก็คือท่านปลัดกระทรวงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะเสนอชื่อ เพื่อให้คณะกรรมการสรรหาได้มีโอกาสพิจารณา และผมก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ การเสนอชื่อของท่านปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวงเสนอเข้าไป ๖ ชื่อ ทางธนาคาร แห่งประเทศไทยเสนอ ๑๒ ชื่อ รวมเปึน ๑๘ ชื่อ หลังจากนั้นก็มีการคัดเลือกกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิโดยคณะกรรมการสรรหา และมีการคัดสรรประธานจาก ๑๘ ชื่อตามที่ ได้รับส่ง กระบวนการก็เปึนเช่นนั้นครับ สุดท้ายแล้วทางคณะกรรมการสรรหาที่ท่านสุชาติ ได้แต่งตั้งก็ได้เปึนผู้เลือกหม่อมราชวงศ์จตุมงคล โสณกุล หรือหม่อมเต่า อดีตผู้ว่า แบงก์ชาติ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งมีตําแหน่งเปึนตัวพิสูจน์ประสบการณ์ ความสามารถของท่าน ผมก็ดูว่ามีความเหมาะสม ผมก็เพียงมีหน้าที่ในการเซ็นรับรองและแจ้งต่อท่าน นายกรัฐมนตรีเพื่อทราบ นั่นก็คือที่มานะครับของการแต่งตั้งประธานแบงก์ชาติไม่มีอะไร พิสดารนะครับ แล้วก็เปึนไปตามขั้นตอนตามที่ผู้ที่ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการก่อนผม เปึนคนริเริ่มด้วยซ้ําไป
ทีนี้ผมจะขออนุญาตนะครับ เข้ามาสู่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย เศรษฐกิจโดยรวม แต่ก่อนอื่นผมก็จะต้องขออนุญาตเช่นเดียวกันนะครับที่จะเรียนต่อ ท่านผู้อภิปรายจากใจในประเด็นที่ความจริงเมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มีโอกาส พูดถึงไปแล้ว ก็คือผมก็ได้เห็นนะครับ กระบวนการความพยายามของหลาย ๆ ท่านที่ อภิปรายผมที่จะร่วมกันเสียดสีการที่ผมเปึนผู้หนึ่งที่โชคดีได้มีโอกาสไปเรียนต่อ ที่ต่างประเทศเสมือนกับว่าการไปเรียนต่างประเทศของผมนั้นจะเปึนจุดด้อยของผม ในการปฏิบัติหน้าที่ ผมก็จะขอเรียนนะครับว่า ผมกลัวว่าการอภิปรายในลักษณะนี้ จะสร้างค่านิยมที่ผิดและเปึนการทําลายโอกาสให้กับเยาวชนคนไทยอีกหลายล้านคน ที่เขาคาดหวังที่จะได้มีโอกาสไปเรียนต่อต่างประเทศเช่นเดียวกัน เพราะผมเชื่อนะครับว่า พวกเราคงไม่มีใครปฏิเสธนะครับว่า ผู้ปกครองทุกคนก็อยากให้ลูกหลานของตน ได้มีโอกาสไปเรียนหนังสือต่อในสถาบันการศึกษาที่ต่างประเทศ เพราะฉะนั้นผมก็ ไม่เข้าใจครับว่าพวกท่านมาดูถูกดูแคลนความตั้งใจของผู้ปกครองทั้งประเทศ เพื่อประโยชน์อันใด ดังนั้น ในเรื่องนี้นะครับ ผมก็เพียงแต่อยากจะขอเรียนว่าในฐานะผู้ที่ ได้มีโอกาสไปศึกษาต่างประเทศผู้หนึ่ง ผมและท่านนายกรัฐมนตรีก็กลับมาทํางานรับใช้ ชาติ รับใช้ประเทศ รับใช้บ้านเมือง ผมก็หวังนะครับว่าการสร้างค่านิยมที่ผิด ๆ อย่างนี้ ควรที่จะยุติลงได้แล้ว แล้วเรามาวัดกันด้วยการกระทําของเราดีกว่าครับ ไม่ว่าเราจะเรียน ที่ไหน จบที่ไหน เกิดที่ไหน ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้วิงวอนมาเมื่อสักครู่
ทีนี้ในส่วนของการพิจารณานโยบายนะครับ เพราะมีท่านผู้อภิปราย หลายท่านก็ได้ท้วงติง ได้ตั้งคําถามนะครับว่าเรารู้หรือเข้าใจปัญหาหรือไม่ ผมก็จะ ขออนุญาตเรียนนะครับ ไม่ใช้เวลานานเกินไปครับท่านประธาน ว่าประเด็นปัญหา เศรษฐกิจของเรา ณ วันนี้มันสืบเนื่องส่วนใหญ่มาจากปัญหาเศรษฐกิจภายนอกประเทศ คล้าย ๆ กับคลื่นสึนามินะครับที่กระทบกับชายฝัืงของเรา แต่เปึนคลื่นลูกใหญ่ที่ไม่เคย ปรากฏมาในประวัติศาสตร์ ผลต่อเศรษฐกิจไทยเปึนเรื่องที่อธิบายได้ง่าย ๆ ครับ ผมมั่นใจ ว่าถ้าผมได้มีโอกาสได้ชี้แจงสั้น ๆ ท่านผู้อภิปรายก็จะเข้าใจ หรืออย่างน้อยที่สุดผมมั่นใจ ว่าพี่น้องประชาชนที่ติดตามอยู่ก็จะเข้าใจ แล้วสาเหตุที่มีความสําคัญที่ผมต้องพยายาม ให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าที่มาของปัญหามันคืออะไร ก็เพราะปัญหาและวิกฤตินี้เราต้อง ผนึกพลังร่วมใจร่วมแรงกันในการที่จะแก้ปัญหา ลําพังเพียงรัฐบาลผมพูดหลายครั้ง แล้วครับ ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนี้ได้ เพราะฉะนั้นผมก็ขอบคุณนะครับที่ได้ มีโอกาสนี้ ประเด็นปัญหาก็คือกําลังซื้อที่หดหายไป พวกเราพอทราบกันนะครับว่าผลต่อ วิกฤติเศรษฐกิจต่างประเทศนั้นส่งผลโดยตรงกับภาคส่งออกของเรา มูลค่ารวมของ ภาคส่งออกของเรา ๗ ล้านล้านบาท ปรับลดลง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ หายไป ๒ ล้านล้านบาท คํานวณมาเปึนสัดส่วนของเศรษฐกิจโดยรวมหรือ จีดีพี เท่ากับประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ เพียงแค่ภาคส่งออกหายไป มีผลกระทบกับเศรษฐกิจถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี ๕ เปอร์เซ็นต์มันก็เปึนเพียงตัวเลขครับ แต่ประเด็นปัญหาก็คือมันไม่ได้จบอยู่เพียงแค่นั้น เพราะจากการคํานวณเราพิสูจน์ได้นะครับว่าทุก ๆ ๑ เปอร์เซ็นต์จีดีพีที่หดหายไป มันมี ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนโดยตรงในแง่ของการว่าจ้าง ทุก ๆ ๑ เปอร์เซ็นต์ นักวิชาการ ได้คํานวณมาว่ามีผลต่อปริมาณการว่างงานมากถึงอย่างน้อย ๒ แสนคน ๕ เปอร์เซ็นต์ ที่หายไปสืบเนื่องมาจากการส่งออกที่ลดลงไปนะครับ ก็จะส่งผลต่อการว่างงานเพิ่มเติม สูงถึง ๑ ล้านคน แต่มันไม่ได้จบเพียงแค่นั้นครับ เพราะเมื่อการส่งออกหายไปผลกระทบ ที่มีต่อการบริโภคการลงทุนในประเทศก็มีตามมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยรวม ๆ ผมเชื่อนะครับว่าผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจต่างประเทศนั้นน่าจะส่งผลให้ จีดีพี ของประเทศไทยนั้นถดถอยลงได้สูงถึง ๘ หรือ ๙ เปอร์เซ็นต์ ถ้ารัฐบาลอยู่นิ่งเฉย ไม่ทําอะไร และนี่คือประเด็นที่สําคัญครับ เพราะประเด็นปัญหานี้เปึนปัญหาที่รัฐบาล ทั่วโลกต้องยอมรับ และรัฐบาลทั่วโลกก็ต้องเพิ่มบทบาทของตนในเศรษฐกิจในประเทศ ของตน ในวันอาทิตย์หน้านะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะเดินทางไปร่วมประชุมกับ ๒๐ ประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกก็คือ จี ๒๐ (G20) ซึ่งทาง จี ๒๐ ก็ได้ส่งสัญญาณ ออกมานะครับ บางประเทศอยากที่จะให้มีการยืนยันในเรื่องของการใช้เงินงบประมาณ ในการแก้ไขปัญหาของประเทศสมาชิก บางประเทศได้กําหนดไว้นะครับว่า อยากให้ทุก ๆ ประเทศยืนยันว่าจะดําเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล ๒ เปอร์เซ็นต์เปึนอย่างน้อย และในเมื่อ จี ๒๐ โดยรวมมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเท่ากับเกือบ ๆ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของ เศรษฐกิจโลกโดยรวม ถ้าเขาสามารถที่จะตกลงกันได้ ก็แน่นอนว่าจะต้องมีผลกับเรา ในเอเชียนะครับความจริงเราไปไกลกว่านั้นแล้ว ประเทศเพื่อนบ้านของเรา อย่างเช่น สิงคโปร์ ใช้งบประมาณขาดดุลสูงถึง ๘ เปอร์เซ็นต์ของเศรษฐกิจของเขา จีน ๖ เปอร์เซ็นต์ มาเลเซีย ๖ เปอร์เซ็นต์ ส่วนประเทศไทยเราใช้งบประมาณขาดดุลในป้ ๒๕๕๒ รวมกับ มาตรการทางภาษีบางส่วนมีมูลค่าโดยรวมประมาณ ๓.๖ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีการ วิพากษ์วิจารณ์นะครับว่าแค่นี้ไม่เพียงพอ และท่านก็คงพอที่จะพิจารณาได้นะครับว่า ถ้าเราใช้งบประมาณขาดดุล ๓.๖ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ เราอาจจะส่งผลให้เศรษฐกิจเราปรับตัวลดลงถึง ๘ หรือ ๙ เปอร์เซ็นต์นั้น มันก็คง ไม่เพียงพอจริง ๆ และนี่ก็คือความพยายามและความจําเปึนในส่วนของรัฐบาลที่จะต้อง ยืนหยัดในแนวคิดและนโยบายและมาตรการทางการเงินการคลังต่อไป ถึงแม้ว่าจะมีการ วิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะที่บางครั้งทําให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าท่านไม่เข้าใจจริงหรือแกล้ง ที่จะไม่เข้าใจ และประเด็นปัญหาของประเทศก็เหมือนกับประชาชนทั่วไปละครับ ช่วงจังหวะเวลาที่จะต้องใช้เงินนี่ก็จะบังเอิญเปึนช่วงที่เราขาดเงินอยู่เสมอ เวลานี้ ก็เช่นเดียวกันครับ เมื่อเศรษฐกิจถดถอย มีความจําเปึนต้องใช้เงินงบประมาณมากขึ้น ก็เปึนช่วงจังหวะเดียวกันที่เนื่องจากเศรษฐกิจถดถอยนั้นรายได้ของรัฐบาลต่ํากว่า เปัาหมายที่เราได้เคยกําหนดไว้ นี่ก็เปึนภาระเพิ่มเติมให้กับรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้เปึนสาเหตุ ที่จะทําให้รัฐบาลจะต้องท้อแท้