สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๒

กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ได้หารือเกี่ยวกับโครงการต้นกล้าอาชีพ โดยอธิบายว่าโครงการนี้เปิดรับสมัครตลอดทุกเดือน ไม่ใช่เฉพาะใน 5 วันเท่านั้น และอธิบายว่าค่าใช้จ่ายที่ถูกกล่าวถึงในข้อความของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นการประมาณการและไม่ใช่ค่าใช้จ่ายจริง นอกจากนี้ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ยังอธิบายถึงการใช้จ่ายเงินของโครงการ Call Center 111 และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพและตามกฎระเบียบ

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี

ขอบคุณท่านประธานครับ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มอบหมาย ให้ผมชี้แจงในเรื่องที่เกี่ยวกับโครงการต้นกล้าอาชีพ ความจริงพี่น้องประชาชนที่อาจจะดู ทีวีอยู่ทางบ้าน คงจะมีความรู้สึก ถ้าหากว่าไม่เข้าใจในระบบสภาของเราก็คงจะกลุ้มใจ อยู่เหมือนกันนะครับว่า ขณะนี้ขณะที่พวกเรากําลังทําหน้าที่กันอยู่ เขาก็ตกงาน หางาน กันไม่ได้ หรือบางคนที่กําลังกลุ้มใจว่าจะไปหางานที่ไหน แล้วก็เป่ดทีวีก็มาเห็นสิ่งที่พวก เรากําลังทําหน้าที่กันอยู่ ก็อาจจะเข้าใจผิด ข้อเท็จจริงแล้วนี่นะครับ ประเด็นที่ท่านผู้แทน ทางซีกตรวจสอบ หรือที่เรียกว่า ฝ์ายค้าน ตรวจสอบมานั้น ถ้ามองในแง่ดีแล้วก็ถือว่าท่าน มีเจตนาดีมากนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายของโครงการ เพราะว่า ท่านก็พูดว่า ท่านสนับสนุนโครงการนี้ แล้วโครงการนี้ก็มีประโยชน์ เพราะว่าทุกคนก็คงจะ เข้าใจแล้วรู้กันหมด เหมือนกันแหละครับว่า วิกฤติขณะนี้ที่หนักที่สุดก็คือ เรื่องของคน ว่างงานหรือคนที่กําลังจะว่างงาน รัฐบาลตระหนักดีครับว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญ แล้วก็ ได้จัดเตรียมงบประมาณไว้ตลอดทั้งป้ ความหมายก็คือว่า งบประมาณที่จะใช้ช่วยเหลือ กับกลุ่มบุคคลที่อาจจะกําลังจะตกงานและตกงานในอนาคตหรือตกงานอยู่แล้วแล้วหางานทํา ไม่ได้นี่ครับ จัดงบประมาณให้ทั้งป้นะครับ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน เริ่มเปึนต้นไป จนถึง มีนาคมป้หน้า ที่มีการเป่ดตัวกันไปเมื่อ ๒ วันก่อนนี่ครับ ก็มีความเข้าใจผิดกันเหมือนกัน ว่า ต้องรีบสมัครนะ ต้องรีบสมัครตั้งแต่วันที่ ๑๘ แล้วก็ถึงวันที่ ๒๔ แล้วก็จะป่ดรับสมัคร ข้อเท็จจริง ไม่ใช่นะครับ ข้อเท็จจริงก็คือ โครงการนี้เป่ดรับสมัครตลอดทุกเดือนนะครับ เดือนหนึ่งก็กําหนดไว้ประมาณ ๕ วัน แล้วก็ถือเปึนรุ่น ๆ ไป กระผมอยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า ได้รับการตอบรับ ผมว่าดีมากเลยนะครับ เราเป่ด เว็บ แล้วก็เป่ดสถานที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องที่เปึนส่วนที่เกี่ยวกับกระทรวงแรงงาน ก็มีสํานักงานอยู่ทั่วประเทศ ทั้งหมด ๓ วันนะครับ ๓ วันนี่มีผู้สนใจลงทะเบียนแล้วขณะนี้ ก็ประมาณ ๔๐,๐๐๐ คนแล้วครับ ซึ่งเดิมเราคาดไว้ว่าทั้งเดือนน่าจะได้สัก ๔๐,๐๐๐ คน วันนี้ ๓ วันเข้าไป ๔๐,๐๐๐ คนแล้ว แล้วก็คนที่เข้ามาในเว็บไซต์เพื่อที่จะดูว่าเขาจะ สามารถฝ๊กอบรมอาชีพอะไรได้บ้าง ก็มีถึง ๓๕๐,๐๐๐ คน ทีนี้ประเด็นที่มีข้อสงสัย เพราะผมมีเวลาไม่มากนี่นะครับ ผมจะไปเลยนะครับ ไปเรื่องของเงินที่ใช้จ่ายในส่วนนี้ แล้วเปึนส่วนที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสนใจแล้วผมอยากจะพูดว่า ท่านคงไม่ได้มี เจตนาหรอกครับ ท่านคงไปได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือได้เอกสารข้อมูลมาแล้วไม่เข้าใจ ท่านบอกว่ามีที่ไหนกัน ค่าเดินทางกรรมการ ค่าที่พักพนักงาน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อครั้ง ท่านบอกว่าพนักงานนอกจากจะกินเงินเดือน ๒๐,๐๐๐ บาทแล้ว ยังมีค่าที่พักพนักงาน เปึนเงิน ๒ ล้าน ๔ แสนบาท ค่าเดินทางกรรมการอีกนะครับ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อครั้ง เปึนเงิน ๒ ล้าน ๔ แสนบาท เริ่มแล้วนะครับ ค่าที่พักกรรมการ ๓,๐๐๐ บาทต่อคืนครับ กรรมกรอย่างผมได้ ๓๐ บาท ได้ ๔,๘๐๐ บาท กรรมการไปนอน ๓,๐๐๐ บาทต่อคืน อันนี้เปึนคําพูด ผมคิดว่าท่านมีเจตนาดีนะครับท่านอ่านเอกสารแล้วอาจจะไม่เข้าใจ เอกสารที่นําเสนอ ทั้งหมดตัวเลขที่ท่านได้มาผมว่าท่านก็ทําหน้าที่ตรวจสอบได้ดีนะครับ เพราะเอกสารนี้เพิ่งออก เมื่อ ๒ วันเองที่ทําเนียบท่านก็มีครบหมดและบริบูรณ์หมดถือว่าท่านเก่งนะครับ เพียงแต่ว่า ท่านไม่เข้าใจ ท่านไม่เข้าใจก็เพราะว่ารายการทั้งหมดเปึนการประมาณการเวลาค่าใช้จ่าย ที่จะเกิดขึ้นจริงนี่นะครับ มีระเบียบของกระทรวงการคลังว่าด้วยการฝ๊กอบรม ป้ ๒๕๔๙ ทุกอย่างเปึนไปตามระเบียบซึ่งกรมบัญชีกลางเปึนผู้วางไว้ เพราะฉะนั้นความกังวลของ ท่านเมื่อท่านได้รับฟังข้อมูลนี้แล้วก็คงจะหมดไปนะครับ ผมอยากจะเรียนว่าทุกอย่างนั้น เปึนไปตามระเบียบทั้งสิ้น อย่างที่พรรคนะครับจริง ๆ ก็เพียง ๑,๒๐๐ บาทต่อวันต่อคน เท่านั้น แต่ว่าเวลาเขาประมาณการครับเขาประมาณเผื่อไว้นะครับเพราะไม่แน่ใจว่าจะ เดินทางกันเท่าไรอย่างไร เพราะเปึนโครงการตลอดทั้งป้ อันนี้ก็เปึนส่วนในเรื่องของ งบประมาณที่เกี่ยวข้องและมีบัญชีของกรมบัญชีกลางกํากับดูแลอยู่ แต่ประเด็นที่ผมเปึน ห่วงนะครับแล้วผมก็เปึนห่วงมากเพราะว่าในอดีตก็เคยตรวจสอบรัฐบาลที่แล้วนะครับ ก็คือในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องของการเช่าพื้นที่หรือในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องของการจัด นิทรรศการต่าง ๆ ผมเองผมก็ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรเปึนพื้นฐานนะครับ จริง ๆ แล้วผมก็ลองไป ดูว่าสมัยก่อนเขาทํากันอย่างไร ผมเข้าใจไปดูในโครงการในอดีตครับ มีโครงการที่เรียกว่า โอทอป ซิตี้ (OTOP City) ทํากันมาถึง ๕ ครั้งครับ ครั้งสุดท้ายท่านประธานเชื่อไหมครับ ครั้งสุดท้ายทํากันเมื่อป้ ๒๕๕๐ แล้วก็มีป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๔๘ เฉพาะค่าเช่าที่จะจัดเทศกาล โอทอป นี่ครับ ๘ วัน ๖ วันใช้เงินถึง ๖๐ ล้านบาท ค่าเช่าอย่างเดียว นี่ครับเปึนเรื่องที่พวก เราเวลาเราเข้ามาทํางานครับ เวลาเราทํางานเราต้องไปตรวจเอกสารว่าในอดีตเขาทํา อย่างไร แล้วเราควรจะทําตามหรือไม่ทําตาม อ้ายอย่างนี้เราไม่ทําตามเด็ดขาดนะครับ เพราะว่า ๖๐ ล้านบาทเฉพาะค่าเช่าเฉย ๆ นี่ยังมีค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ๔๕ ล้านบาท จ้างเหมาก่อสร้างตกแต่งสถานที่ ๘๐ กว่าล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จยังไม่ได้เริ่มเลยครับ ๒๐๐ ล้านบาท อ้ายอย่างนี้เราไม่ทําครับ อย่างนี้เราไม่ทํา เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบ เรียนว่าประเด็นทั้งหมดในเรื่องของค่าใช้จ่ายเรามีความจําเปึนอย่างยิ่งครับที่จะต้องดูแล ไม่ให้มันตกหล่น

ผมอยากจะกราบเรียนว่าประเด็นที่ท่านผู้อภิปรายพูดถึงว่า ค่า คอล เซ็นเตอร์ ๑๑๑ (Call Center 111) ใช้เงิน ๔๐ ล้านบาทตรงนี้มันไม่มีรายละเอียด ผมก็เลยว่ามีอยู่ ๒ อย่าง ๑. ท่านเข้าใจผิด ได้ข้อมูลมาผิดหรือว่า ๒. ท่านกล่าวหาเท็จนะครับพูดสิ่งที่ ไม่ถูกต้อง เพราะข้อเท็จจริงก็คือยังไม่มีการใช้จ่ายในส่วนนี้เลยแม้แต่บาทเดียว ไม่มีแม้กระทั่งงบประมาณที่เตรียมการไว้นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ในวันนี้ก็คือว่า รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาของเศรษฐกิจของประเทศแล้วก็มีความกังวล มากในเรื่องการใช้จ่ายเม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์ เพราะตอนนี้มันวิกฤติครับเงินไม่มากก็มี ความหมายเหลือเกิน เงินมากยิ่งมีความหมายมากใหญ่ การที่จะใช้เงินเพื่อที่จะบรรเทา ในเรื่องคนว่างงานทั้งป้ใช้เงินหมื่นกว่าล้านบาทนี่ครับ เม็ดเงินจะต้องตกไปถึงคนที่ ว่างงานจริง ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ งบบริหารจัดการจะต้องดูแลให้อยู่ในกรอบที่พึง เปึนและเปึนไปตามกฎและข้อบังคับของหน่วยราชการที่ทํากันไว้นะครับ ในส่วนของโครงการที่เกี่ยวกับในเรื่องของคนว่างงานก็มีข้อมูลเท่านี้ครับ ไม่อยากจะใช้ เวลามากไปกว่านี้นะครับ ขอบพระคุณครับ