สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๒

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการกู้เงินเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ตกงาน และการช่วยเหลือเกษตรกร รวมถึงการออกกฎหมายค้าปลีกที่มีผลกระทบต่อธุรกิจขนาดเล็ก โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลไม่เลี่ยงการเอาเงินกู้เข้าสภา และมีนโยบายในการลงทุนในโครงการต่าง ๆ รวมถึงการลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารและบริการ นอกจากนี้ เขายังพูดถึงการบริหารเศรษฐกิจใน 3 เดือนผ่านมา โดยมีกลไกการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ พิจารณาเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวิกฤติ และมีความเข้าใจกันอย่างดี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อประหยัดเวลานะครับ ผมขอเรียนสั้น ๆ ครับว่า เมื่อท่านกล่าวหาว่าผม หรือรัฐบาลผม กู้ไหม กู้ ผมก็เพียงแต่บอกว่าถ้าจะพูดกันอย่างนี้พูดได้ทุกรัฐบาลครับ ป้ ๒๕๔๔ ถึง ป้ ๒๕๔๙ หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น ๘๙๗,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๑ หนี้สาธารณะ เพิ่มขึ้น ๑๗๗,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่อยู่ในภาวะที่เศรษฐกิจขยายตัว ไม่ใช่เศรษฐกิจ หดตัว ผมจึงกราบเรียนว่าอย่าพยายามมาสร้างภาพให้เกิดความเข้าใจว่าเฉพาะรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นที่กู้ เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านนิพิฏฐ์จําเปึนต้องใช้สิทธิพาดพิง ก็เพราะว่า รู้ว่ามันมีพยายามอย่างนั้น ก็ต้องทําให้เกิดความชัดเจนครับว่ารัฐบาลที่ไปกู้ ไอเอ็มเอฟ ไม่ใช่รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ที่สําคัญผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า รัฐบาลที่ทําให้รัฐบาลไทยสามารถไปใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้เปึนรัฐบาล ประชาธิปัตย์แน่นอน เพราะ

๑. รัฐบาลประชาธิปัตย์ในขณะนั้นสามารถหยุดกู้ คือไม่ต้องกู้เต็มจํานวน จากที่รัฐบาลก่อนหน้าตั้งใจไปกู้และลงนามในสัญญาไว้

๒. กราบเรียนข้อเท็จจริงท่านประธานด้วยครับ ช่วงท้ายรัฐบาลคิดกันถึง ขั้นที่ว่าใช้หนี้ก่อนกําหนดดีไหม เพราะสามารถทําได้แล้วครับ อยากทําแน่ ๆ ครับในทาง การเมือง ถ้ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในวันนั้นติดสินใจว่าใช้หนี้ก่อนกําหนด ดูดีมาก เลยครับ จะได้พิสูจน์ไปเลยว่าเราเก็บเงินจนใช้เงินคืนได้ แต่ที่ไม่ตัดสินใจทําอย่างนั้น ท่านประธานทราบไหมครับเพราะอะไร เพราะจะขาดทุนดอกเบี้ย เราเลยเห็นว่า ผลประโยชน์ของชาติสําคัญกว่าผลประโยชน์ทางการเมือง เราก็จึงตัดสินใจอย่างนั้น แต่ว่าก็มีความพยายามหลังจากนั้นมาที่จะสร้างตราบาปว่าพรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาล ที่ไปกู้ และเปึนรัฐบาลอื่นที่มาทําให้เราสามารถใช้เงินกู้ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมกราบเรียนเพียงเพื่อที่จะให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง แล้วก็อยากจะกราบเรียนว่าเรื่อง การกู้เงินในยามที่เศรษฐกิจวิกฤติ ท่านอย่าไปต่อต้านเลยครับ ถ้าท่านต่อต้านหมายถึงเรา ไม่มีเงินมาช่วยคนที่ตกงาน คนที่ยากลําบาก ถ้าท่านต่อต้านท่านก็ต้องไปเก็บภาษีหรือขายทรัพย์สมบัติของชาติแทน เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมคิดว่าเปึนทางเลือกที่มีความเหมาะสม ทีนี้ถามว่าเรากู้เงินมาแล้วเราจะช่วยใคร อย่างไร กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ มีการพูดกันมากเรื่องมาตรการ ๒,๐๐๐ บาท ผมย้ําอีกครั้งนะครับ มาตรการ ๒,๐๐๐ บาท เปึนเงินทั้งสิ้นประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เรากําลังพูดเงินที่กําลังเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลทํางานอยู่ในขณะนี้ผมว่า ไม่ต่ํากว่า ๒ แสนล้านบาท ๑ ใน ๑๐ เท่านั้นนะครับ ๑ ใน ๑๐ เท่านั้น ถามว่า ในวันที่ รัฐบาลก่อน ๆ มีมาตรการบอกเอาเงินเพิ่มช่วยข้าราชการ เราต้องไปบอกไหมครับ รัฐบาลนั้นไม่เห็นแก่ชาวไร่ชาวนา ไม่เห็นแก่คนตกงาน เพราะไปทํามาตรการเงินเพิ่มให้ ราชการ เราอย่าไปพูดเลยครับ ถ้าข้าราชการเหล่านั้นสมควรจะได้เงินเพิ่มก็ควรทําให้เขา แต่ก็ควรที่จะไปช่วยพี่น้องเกษตรกร พี่น้องผู้ใช้แรงงานที่ตกงานด้วย ซึ่งคือสิ่งที่รัฐบาลทํา ในขณะนี้ เงินแทรกแซงทางพืชผลทางการเกษตรที่รัฐบาลที่แล้วอนุมัติไว้วงเงินอนุมัติไว้ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้หายไปไหนครับตอนนี้ขยายเปึน ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ขยายเพิ่มจากพืช ๓ ตัว คือ ข้าว มัน ข้าวโพด ให้ครอบคลุมปาล์มและยางพาราด้วย และได้เพิ่มโควตาการรับจํานําเอาง่าย ๆ ก็ประมาณเท่าตัวเปึนอย่างน้อยสําหรับพืชหลัก ยกเว้นข้าวนะครับ ข้าวโพดเพิ่มเปึนเท่าตัว มันสําปะหลังเพิ่มมากกว่าเท่าตัวด้วยนะครับ เพราะว่าผมเข้าใจว่าจะมีการแก้ไขปัญหาในส่วนที่ยังเปึนปัญหาอยู่เพิ่มเติมอีก เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะกราบเรียนว่า เราช่วยพี่น้องเกษตรกรไม่ใช่เฉพาะแทรกแซง ราคาครับ ชุมชนพอเพียงลงไปทั้งเงินเก่า เงินใหม่ผมว่า ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้ ก็ชัดเจนเลยครับ ตามหลักการที่ท่านพูดเลยเราก็ทํา ขณะเดียวกันก็อยากจะกราบเรียนว่า มีปัญหายืดเยื้อของเกษตรกรมาทั้งเรื่องที่ทํากิน ทั้งเรื่องหนี้สินของกองทุนฟุ๋นฟู ก็เปึน รัฐบาลนี้แหละครับที่อนุมัติการแก้ปัญหาอย่างเปึนระบบ ก็ต้องใช้เงินก็เปึนหลัก หมื่นล้านบาทเลยนะครับที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของกองทุนฟุ๋นฟูหนี้สินของเกษตรกร เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าเรานึกถึงพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มครับ ส่วนปัญหาเรื่องการ ว่างงานนั้น ก็โครงการต้นกล้าอาชีพนั้นก็เปึนโครงการหนึ่ง ท่านรองนายกรัฐมนตรี กอร์ปศักดิ์ก็จะชี้แจงต่อไป ส่วนมาตรการ ๒,๐๐๐ บาท ก็อย่างที่กราบเรียนนะครับว่า เปึนมาตรการที่เราช่วยผู้มีรายได้น้อยที่มีเงินเดือนประจํา ก็หวังว่ามาตรการทั้งหมด มันครอบคลุม บังเอิญมีอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านพาดพิงมาถึงผมนะครับ นั่นก็คือการที่ผมไปพบ กับผู้บริหารของเทสโก้ ถูกต้องครับ ผมกราบเรียนที่มาครับ เทสโก้มาทําธุรกิจอยู่ใน ประเทศไทยนะครับ ข้อดีข้อเสียผมว่าพวกเราทุกคนทราบ เรื่องการจ้างงานก็เปึนข้อดี เรื่องการนําสินค้าไทยไปส่งออกในต่างประเทศผ่านเครือข่ายเขาก็เปึนข้อดี ข้อเสียที่ทุกคน ห่วงใยเช่นเดียวกันก็คือ ผลกระทบกับโชห่วย ร้านค้าขนาดเล็ก ทีนี้ในสมัยของที่ท่านพูด ถึง สนช. ครับ รัฐบาล คมช. ตั้งใจจะไปออกกฎหมายค้าปลีกก็ถูกต่อต้านว่าไปออก กฎหมายค้าปลีกจะกระทบกับบรรยากาศการลงทุน เรื่องนี้เมื่อมาถึงรัฐบาลป้ที่แล้ว ก็หยุดเดิน แต่รัฐบาลนี้กลับมาเขียนเปึนนโยบายใหม่ว่าจะออกกฎหมายค้าปลีก พูดตรง ๆ ก็คือผู้บริหารห้างใหญ่ ๆ เขาก็ตกใจครับ ผมก็บอกว่าถ้าเขาข้องใจมาพบผม ผมจะอธิบายให้ฟัง แล้วผมก็คุยกับเขาตรง ๆ ครับ ผมบอกกับเขาแล้วเขาก็เห็นด้วยกับผมว่า เขาจะประสบความสําเร็จในการประกอบธุรกิจที่นี้ได้เขาต้องได้ใจคนในท้องถิ่น ๑. แสดงให้เห็นได้ไหมว่ากําไรอย่าเอาออกนอกประเทศ ๒. ตรงไหนช่วยสินค้าเราได้ ช่วย เขาก็เสนอเลยว่าอยากจะส่งผลไม้ไปในเครือข่ายร้านค้าของเขาทั่วโลกให้เพิ่มขึ้น ให้ได้สัก ๑๐ เท่า ๓. ผมก็บอกว่ากฎหมายค้าปลีกมันไม่ใช่เรื่องการกีดกันทางการค้า มันเปึนเรื่องการแข่งขันที่เปึนธรรมทางการค้า ถ้าห้างใหญ่เอาเปรียบห้างเล็ก ไม่ว่า ห้างใหญ่จะเปึนไทยหรือต่างชาติ ห้างเล็กจะเปึนไทยหรือต่างชาติ มีการเอารัดเอาเปรียบ กันทุกประเทศตามมาตรฐานสากลจะมีกฎหมายที่กํากับการแข่งขันทางการค้า ผมบอก วัตถุประสงค์ของกฎหมายค้าปลีก ก็คือทําให้การแข่งขันทางการค้าในธุรกิจค้าปลีก เปึนธรรม ถ้าท่านมาประกอบธุรกิจที่นี่ไม่เอารัดเอาเปรียบรายเล็ก ท่านไม่ต้องกลัว กฎหมายฉบับนี้ ไม่มีอะไรกระทบกับบรรยากาศการลงทุนเลย แต่ถ้าท่านทําไม่ถูกผมก็จะต้องใช้กฎหมายฉบับนี้คุ้มครองประโยชน์ของผู้ค้ารายย่อย ก็เปึนการเข้าใจตรงกันนะครับ แล้วก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรก็จะทําให้เราเดินหน้าออก กฎหมายค้าปลีก ซึ่งผมคิดว่าจะช่วยผู้ค้ารายย่อยโชห่วยต่าง ๆ ได้เปึนอย่างดีนะครับ โดยไม่กระทบกับบรรยากาศการลงทุน ส่วนประเด็นที่ว่าเช็ค ๒,๐๐๐ บาท จะไปใช้ในร้านเล็ก ๆ ได้หรือไม่อย่างไรนะครับ ที่จริงก็มีเวลามันจํากัดนะครับ แต่หลายพื้นที่ขณะนี้เพื่อน ส.ส. จากจังหวัดลพบุรีก็มาให้ผมดูตัวอย่างว่าร้านเล็กร้านน้อยตอนนี้ก็มีความคิดทําโปรโมชัน (Promotion : การสนับสนุน) ตามแบบของเขาครับ ใช้จ่ายครบก็ได้ของสมนาคุณอะไร ต่าง ๆ นะครับ ซึ่งผมก็คิดว่าเราก็ช่วยกันรณรงค์ครับ อยากให้พี่น้องประชาชนเอาเช็ค ช่วยชาติไปใช้ที่ไหนเราก็ช่วยกันรณรงค์นะครับ แล้วผมก็คิดว่ามันก็จะทําให้เกิดความ คึกคักตามมานะครับ

มีประเด็นที่พูดอีกหลายประเด็นนะครับ ก็อยากจะเรียนว่าเรื่องภาษีน้ํามัน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาจจะพูด แต่ผมอยากจะบอกว่าในส่วน แอลพีจี เอ็นจีวี รัฐบาลนี้ก็ได้พยายามที่จะระงับไม่ให้มีการขึ้นราคา เพราะว่าประชาชน จะเดือดร้อน เบี้ยยังชีพก็อยากจะกราบเรียนว่าเปึนนโยบายซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์ เริ่มไว้เองนะครับ แล้วก็ต้องการขยายให้เปึนสวัสดิการโดยทั่วกันนะครับ ที่บอกโอทอป ไม่สนใจ ไม่ใช่นะครับ งานแสดงสินค้าโอทอปถูกระงับไปเมื่อปลายป้ที่แล้วตอนนี้ก็กําลัง จะกลับมาทําใหม่นะครับ ซึ่งท่านรัฐมนตรีบุญจงก็คงจะได้มีการอธิบายต่อไป

ส่วนมาตรการในวันข้างหน้า เรื่องการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ตรงนี้ใช่ครับ ผมเคยกราบเรียนชี้แจงพี่น้องประชาชนแล้วก็ท่านสมาชิกด้วยว่าที่ก่อนหน้านี้เรากระตุ้น เศรษฐกิจด้วยการเอาเงินไปลงโครงการที่ท่านเรียกว่าเปึนในเชิงสังคม เพราะมันเปึนวิธี ที่เร็วครับ เนื่องจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจากการดูผลการใช้จ่ายงบประมาณ ของกรมที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างยังช้ามาก เราคิดว่าถ้าใส่เงินเพิ่มไปตรงนั้นเงินก็ไม่ ออกมา แต่หลังจากนี้ไปทั้งโครงการเงินกู้ที่จะเอากรอบเจรจาเข้าสู่สภาในสัปดาห์หน้า แล้วก็ขอยืนยันนะครับ รัฐบาลนี้ไม่มีความคิดที่จะเลี่ยงเรื่องการเอาเงินกู้เข้าสภาเลย แล้วก็กฎหมายที่เสนอมาเปึนไปตามความเห็นของกฤษฎีกาซึ่งไปเอามาจากคําวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลในเชิงนโยบายมีมติก่อนหน้านี้แล้วว่าเงินกู้รถไฟฟัา ก็จะเอาเข้ามานะครับ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเอาเข้ามาให้พิจารณาก็เอาเข้ามา แต่ต่อจากนี้ทั้งกรอบเงินกู้ที่จะทําเร็ว ๆ นี้ทั้งการลงทุนอีก ๑.๔ ล้านล้านบาท ที่ผมได้ พูดไปจะไปเรื่องแหล่งน้ํา จะไปเรื่องเครือข่ายคมนาคม จะไปปรับปรุงโรงเรียน จะไปปรับปรุงเรื่องของสาธารณสุขนะครับ เพราะเรามีนโยบายในเรื่องของโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพระดับตําบลด้วย ทั้งหมดนี้น่าจะสอดคล้องกับแนวคิดท่าน ส่วนที่ท่าน บอกว่าอนาคตอยู่ที่ไหน เห็นด้วยนะครับ อุตสาหกรรมอาหารและบริการ โดยเฉพาะการ ท่องเที่ยวซึ่งเราก็ส่งเสริมอยู่ แล้วตัวเลขการท่องเที่ยวผมก็ดีใจว่าในเดือนกุมภาพันธ์ กระเตื้องขึ้นมามากนะครับ ยังติดลบอยู่ครับ แต่ว่ากระเตื้องขึ้นมาจากช่วง ๔-๕ เดือน ก่อนหน้านี้มากพอสมควรนะครับ แล้วก็บรรยากาศที่ผมไปสัมผัสในต่างประเทศก็ทํางาน กันด้วยความแข็งขันนะครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าท่านจะดูแคลนหรือจะพูดถึง ประสบการณ์หรือภูมิหลังของผมอย่างไรก็แล้วแต่ ผมก็พูดตามความเปึนจริงครับ ผมจะไม่คุยโม้โอ้อวดและผมก็พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น อย่าลืมนะครับว่าในอดีตก็มี คนที่บอกว่าสามารถที่จะหาเงินรายได้เข้ามาในประเทศมาก ๆ ที่จริงคนที่หารายได้เข้า ประเทศมากที่สุดภาคเอกชนครับ ภาครัฐหาไม่ได้หรอกครับ เราเคยมีโครงการที่จะเอา ภาครัฐไปหาครับ โครงการ อิลิท การ์ด (Elite Card) นึกออกไหมครับ บอกจะทําได้ ๑ ล้านล้านบาท ผ่านไป ๕-๖ ป้ได้ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทอาจจะไม่ถึงครับและขาดทุนด้วย ผมก็กราบเรียนว่า นี่คือสิ่งที่เปึนประเด็นที่อยากจะกราบเรียน ส่วนรายละเอียดท่านรองกอร์ปศักดิ์ กับท่านรัฐมนตรีกรณ์ก็จะได้พูดนะครับ

ขอเปึนประเด็นสุดท้ายจริง ๆ เพราะว่าท่านย้ํานักย้ําหนาว่าผมจะบริหาร เศรษฐกิจไม่ได้ เพราะว่าต้องเกรงใจพรรคร่วมรัฐบาลหรืออะไร กราบเรียนว่า ๓ เดือน ที่ผ่านมาผมได้มีวิธีการทํางานที่เปึนความรับผิดชอบร่วมกัน โดยอาศัยกลไกของ การประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่พิจารณาเฉพาะประเด็นที่เปึนเกี่ยวข้องกับวิกฤติ ทั้งมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว มีความเข้าใจกันดี แล้วก็เข้าใจกติกา การทํางานกันดีว่าเปัาหมายคืออะไรนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านไม่ต้องห่วงครับ แล้วผมย้ําอีกครั้งครับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเดือนธันวาคมนี้ครับ ต้องยอมรับละครับว่าถ้าบ้านเมืองไม่เดินเข้ามาสู่จุดวิกฤติ ตรงนั้นมันก็ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงที่สุดคือการตัดสินใจของท่าน ทั้งหลายที่อยู่ในห้องประชุมนี้ ซึ่งผมเชื่อว่าเปึนดุลยพินิจครับ ผิดถูกเห็นด้วยไม่เห็นด้วย เปึนเรื่องปกติธรรมดา แต่อยู่ภายใต้กติกาของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรายึดถือเปึนกติกาสูงสุด แม้จะเปึนกติกาที่บกพร่องแล้วเราจะร่วมกันแก้ไขแล้วผมก็ยังยืนยันนะครับ จะเชื้อเชิญให้ ท่านร่วมกันแก้ไขต่อไป ผมไม่ปฏิเสธเรื่องความปรองดองครับ เพียงแต่เราคิดไม่เหมือนกัน นะครับ มีสมาชิก ๒ ท่านบอกผมปฏิเสธการปรองดอง ผมไม่ปฏิเสธครับ แต่การปรองดอง ต้องเปึนการปรองดองบนความถูกต้อง ไม่ใช่ความพยายามที่จะปรองดองในลักษณะที่ทํา ให้เกิดความขัดแย้ง เพราะคนคิดว่าเราทําเพื่อตัวเองหรือฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งทําเพื่อตัวเอง ขอเชิญชวนทุกท่านนะครับ ๑. มาเดินหน้าร่วมกันสมานฉันท์ในการทํางานทางการเมือง และ ๒. วิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้หนักหนาสาหัส อย่าแบ่งประชาชนของเรา อย่าแบ่งฝักแบ่งฝ์าย ท่านก็เห็นครับไม่ว่าจะเรื่องกฎหมาย ไม่ว่าจะเรื่องปัญหาต่าง ๆ ปัญหาใดก็ตาม ผมได้ พิสูจน์ตัวเองใน ๓ เดือนที่ผ่านมาว่า ผมฟังท่านจริง ๆ มาตอบกระทู้ มาฟังท่านอภิปราย ตอบสนองในสิ่งที่ผมคิดว่าเราสามารถที่จะปรับเปลี่ยนและเห็นตรงกันได้ แต่บางเรื่อง แน่นอน เราก็คงจะเห็นต่างกัน นั่นคือความงดงามของระบอบประชาธิปไตย และผมพูด สิ่งนี้จากจิตใจของคนที่เชื่อในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงครับ กราบขอบพระคุณครับ