คมเดช ไชยศิวามงคล แถลงว่าภาวะเศรษฐกิจที่เลวร้ายทำให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลให้ประชาชนเสียหาย และเสนอแนะให้ใช้บุญประเพณีเป็นหลักในการจัดสรรงบประมาณ
แล้วก็นโยบายของรัฐบาล ๒-๓ อย่างด้วยกัน กราบเรียนประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย กราบเรียนท่านประธานว่า ผมจะพูดเศรษฐกิจเกี่ยวกับการใช้ภาษาบ้าน เพื่อให้ชาวบ้านทั้งประเทศรับรู้แนวนโยบาย ความคิดในการทํางานของรัฐบาล เพราะว่าผมมีความคิดว่าภาครัฐบาลดําเนินกิจกรรม ด้านการเมือง เศรษฐกิจผิดพลาดช่วง ๓ เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่มาในการเปึนรัฐบาล เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคง มันแยกกันไม่ออก สังคมท่านจะเห็นว่าเสื้อเหลือง เสื้อแดงยังเปึนปัญหา กฎหมายปรองดองท่านไม่ยอมรับเลย ความสามัคคีไม่มี ผัวเมีย ถ้าทะเลาะกันยากที่จะไปทําอย่างอื่นให้ประสบความสําเร็จ ถ้าประเทศเปึนบ้านหลังหนึ่ง นี่ผัวเมียผิดกันจบแล้วครับตรงนั้น ไม่สามารถจะเดินหน้าได้ ความมั่นคงดูภายในประเทศ เมื่อวานยังมีข่าวว่าทหารตาย ๔ คน ผมจะไม่พูดว่าทหารถูกตัดคอหรืออะไรให้เปึนปัญหา ในอนาคตข้างหน้า นี่คือความมั่นคง ส่วนภาคการเมือง กราบเรียนท่านประธานครับ วิสัยทัศน์ของท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีเลย ท่านจะปฏิรูปการเมืองโดยโอนไปให้สถาบัน พระปกเกล้า ซึ่งเปึนรีโมท (Remote) ของทหาร มันไม่มีประโยชน์ กฎหมายป้ ๒๕๕๐ เกิดจาก คมช. (คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ) สนช. (สถาบันนิติบัญญัติแห่งชาติ) ตั้งขึ้นมาทําลายคนคนเดียว ๓ ป้ที่ผ่านมา กฎหมายตื่นขึ้นมาทักษิณ ทักษิณ เมียทักษิณ ลูกทักษิณ ไม่มีอย่างอื่นเลยหรือครับ คนในประเทศไม่มีความผิดพลาดเลยหรือ ไม่มีความผิดพลาดอะไรเลยหรือ นี่คือกฎหมายป้ ๒๕๕๐ แล้วกราบเรียนท่าน ป้ ๒๕๔๐-๒๕๕๐ เราจะเห็นว่าแนวทางของประเทศ การบริหารประเทศเปลี่ยนไปจาก เดิมทั้งหมด ทุกวันนี้ต้องใช้เศรษฐกิจนําการเมือง ไม่ใช่ใช้ทหารนําการเมือง และไม่ใช่ใช้ ตุลาการนําการเมือง แค่นี้จบแล้วครับท่านครับ นักนิติศาสตร์เลิกเขียนกฎหมายได้แล้ว ทัศนวิสัยท่านผมบอกเลยว่ามีคําคําหนึ่งคือ หวังดีประสงค์ร้าย ตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสิน ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร ท่านสมชาย เอาพจนานุกรมมันไร้สาระสิ้นดีครับตรงนี้ครับ ท่านครับ ผมบอกว่าคําคําเดียวแค่นั้นคือ หวังดีประสงค์ร้าย ท่านมีแนวคิด ท่านเรียนมา น้องผมนี่จบเนติบัณฑิต เรียนกฎหมายมา เปึนหนอนหนังสือตลอดเลยครับท่านครับ แล้วความคิดเขาก็ตรงดิ่งไปตรงนั้น การออกกฎหมายการใช้กฎหมายตัดสินนี่บางทีทําลายเศรษฐกิจทั้งประเทศเลย นี่คือตาย น้ําตื้นผมจะบอกให้ เส้นผมบังภูเขาเท่านั้นเอง ในด้านการเมืองผมแนะนําท่านอย่างหนึ่ง ลองใช้นักเศรษฐศาสตร์เปึนประธานการร่างกฎหมายดูประเทศจะเปลี่ยนไปทันที เขาจะ คิดถึงว่าทําอย่างไรประเทศจะไม่เสียหาย การตัดสินองค์กรกลาง องค์กรรัฐธรรมนูญ ต่าง ๆ ต้องเอานักเศรษฐศาสตร์เข้าไปร่วมด้วย ไม่ใช่เอาตุลาการเข้าไป ตุลาการเข้าไป คําว่า หวังดีประสงค์ร้าย คําเดียวแค่นั้นครับตราชั่งเอียงหมด ตุลาการเอามาสายการเมือง ไม่ได้ การเมืองไม่มีเสมอครับ มันไม่เหมือนมวย ลงคะแนนนี่คะแนนเท่ากันต้องจับสลาก มันมีแพ้ชนะอย่างเดียวแค่นั้นเอง ในเมื่อเราเขียนกฎหมายเอาตุลาการมาเล่นการเมือง เอาทหารมาเล่นการเมือง จบแล้วครับ นี่คือการทําลายประเทศทั้งระบบ มันเหมือนขมิ้น กับปูนครับ ท่านสั่น ๓ ป้มันก็เข้ากันไม่ได้ พอหยุดสั่นปัูบมันก็แยกจากกันขมิ้นกับปูน เพราะฉะนั้นการนําทหารส่วนหนึ่ง การนําตุลาการมาส่วนหนึ่ง เข้ามาบวกกับเศรษฐกิจ มันเปึนไปไม่ได้เลย นี่คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถ้าท่านยังไม่แก้ไม่มีโอกาสที่ ประเทศจะเจริญด้านเศรษฐกิจ ความจริงประเทศไทยเราช่วง ๓ ไตรมาส ป้ ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา พรรคพลังประชาชนประคองไปได้ ไตรมาสที่ ๔ ติดลบ ๔ ส่งออก ๒๖ กว่า ความจริงนั่นคือ ต้นเหตุของการพังทลายของเศรษฐกิจทั้งหมด เพราะว่าจากการยึดสนามบิน สภา การเมืองทั้งนั้นเลยครับ ความเชื่อมั่นไม่มี แล้วไม่ต้องไปดูต่างประเทศ ธนาคารหยุดปล่อย เครดิตตั้งแต่ไตรมาสที่ ๒ แล้วครับของป้ ๒๕๕๑ แล้วไตรมาสแรกของป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ ไปคือผลของการหยุดปล่อยเครดิตของธนาคารทั้งหมด นี่คือปลายของมันแล้วจะเปึนเหตุ ต่อเนื่องต่อไปในอนาคตข้างหน้า เพราะฉะนั้นสถาบันการเงินต่าง ๆ สถาบันการวิจัย ต่าง ๆ ที่บอกว่า ลบ ๔ หรือลบ ๙ ท่านระวังให้ดีครับตรงนี้มีแนวโน้มสูง วิจารณ์ปัูบนี่พัง ทันทีเลยเงินทุนออกนอกประเทศเลย ๒ แสนกว่าล้านบาท ท่านจะไปกู้เงินทันอย่างไร เขาไม่ได้วิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจด้านเดียว เขาวิเคราะห์ด้านการเมืองด้วย แล้วผมชี้ให้เห็น ว่านี่คือภายในประเทศเอาแค่แบงก์เรานี่ครับ ท่านจะเอา เอสเอ็มอี เอาโครงสร้างของ ภาครัฐไปค้ําประกันก็เหมือนเดิม ธนาคารพูดง่าย ๆ ครับ ประสาบ้านเลย ปากหมู เท้าเสือ คว่ํากิน หงายกิน ตะครุบกินอย่างเดียว อันไหนติดลบไม่เอาครับ มีแต่เสมอตัวกับบวก แค่นั้นเอง นี่คือวิชาการธนาคารการเงิน มันจะต้องออกอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นท่านอย่า ไปคิดให้เขามาเสี่ยงด้วยเลิกคิดได้เปึนไปไม่ได้เลย ตายอีก ๓ ชาติก็เปึนไปไม่ได้ นี่ภาค การเมืองแนะนําท่านจุดหนึ่ง
ประเด็นที่ ๒ คือ ภาคแรงงาน หลังจากปัญหาเกิดขึ้นต้นเหตุปลายเหตุ เหตุต่อเนื่องภาคแรงงานเกิดขึ้น ๓๗ ล้านคนครับพี่น้องครับ ท่านแก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด เอสเอ็มอี เล็ก กลาง ใหญ่เกิดขึ้น ปล่อยเครดิตไม่ได้ เอสเอ็มอี พัง นายจ้างพัง ลูกจ้างก็พัง ครับ ลูกจ้างก็คือ ภาคแรงงาน ภาคอุตสาหกรรม ๖-๘ ล้านคน รถ ๔ แสนกว่าคันจอด ๑ แสน ๒ หมื่นคันครับ โชว์เฟอร์คนหนึ่ง ผู้ช่วยคนหนึ่ง เด็กขับรถคนหนึ่ง ๑๒ คูณ ๓ ๓๖ ตกงานเสีย ๓ แสนกว่าคน ภาคเกษตร ๑๓ ล้านคน ภัยแล้งอีก ๖-๘ ล้านคน สินค้าเกษตร ไม่เปึนราคา ท่านขึ้นราคาน้ํามัน ปุิยขึ้นด้วยมันเปึนกลุ่มเคมีครับตรงนี้ ท่านขึ้น ๕ บาท ขึ้น ๔ ครั้ง ปุิย ๖๐๐ บาท ขึ้นมาเปึน ๑,๐๐๐ บาท เงิน ๑,๐๐๐ บาทลดทอน ๑๐๐ บาท ภาคท่องเที่ยวตันหมด โรงแรม อุตสาหกรรม แท็กซี่ เอสเอ็มอี พังเปึนลูกระนาดหมด ภาคข้าราชการ ๓ ล้านกว่าคน ก็ตั้งข้อสังเกตว่าเงินคงคลังเหลือ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท จ่ายเงินเดือนได้เดือนเดียว มันมีความมั่นคงขนาดไหนครับ แต่จริง ๆ แล้วตรงนี้ก็รู้อยู่ว่า ช่วงพรรคพลังประชาชนทําให้เงินคลังน้อยเพราะว่าไม่อยากเสียดอกเบี้ย ตรงนั้นไม่อยาก เสียดอกเบี้ยทิ้งเฉย ๆ แต่ก็ประคับประคองมา แต่ว่าแนวทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ข้างหน้ากับภาคเศรษฐกิจ ๑ แสนกว่าล้านบาทจัดเก็บภาษีไม่ได้ แสนกว่าล้านบาทติดลบ ป้ ๒๕๕๓ อีก ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะกู้เงินอีก ๑.๔ แสนล้านล้านบาท มันกู้ไป ประมาณเกือบ ๒ ล้านล้านบาทครับ อันนี้ผมชี้เลยว่าการจัดสรรงบประมาณถ้าทําอย่างนี้ มันเปึนการฆ่าพี่น้องประชาชน เพราะว่าภาษีมันเสียหมดทุกคน ผมชี้ให้ท่านเห็นตัวหนึ่ง ที่ท่านเรียกว่า เปึนภาษีบาป ตรงนี้ท่านเอาสุขภาพเปึนหลัก แต่ผมจะเอาบุญประเพณีเปึน หลัก งานเกิด แก่ เจ็บ ตาย งานบวช งานแต่งงานต่าง ๆ ผมชี้ให้เห็นครับท่าน วัว ๓ ตัว หมู