อนุดิษฐ์ นาครทรรพ หารือเรื่องเศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญกับปัญหาที่จริงจัง เช่น ธุรกิจเจ๊ง ส่งออกไม่ได้ คนตกงานมากมาย และรัฐบาลไม่มีวิธีการช่วยเหลือในกรณีที่ประชาชนประสบปัญหาเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มีท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์และท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ที่พยายามหลอกประชาชนให้เกิดความมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยยังดีอยู่ และเสนอแนะให้ศึกษาและค้นคว้าวิธีการที่ถูกต้องในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ขออนุญาต ประธานครับว่าเปึนคนสุดท้าย แต่ว่าในข้อเท็จจริงแล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ กรุงเทพมหานครอีก ๕ ท่าน ก็มีความประสงค์ที่จะได้มีโอกาสในการอภิปรายครับ แต่เนื่องจากเวลาอันจํากัดของสภาแห่งนี้ ก็จึงได้มอบหมายให้ตัวกระผมนั้นได้มีโอกาส อภิปรายในส่วนของทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ ไม่ทราบท่านจะรู้สึกเหมือนผมไหมครับว่า คนไทยตื่นนอนขึ้นมาตอนเช้าก็เห็นแต่ ข่าวร้าย ๆ นะครับ ข่าวดี ๆ ก็ไม่ค่อยจะปรากฏ ถ้าหากว่าผมมีอํานาจเปึนผู้วิเศษ มีเทพ ประทานลงมาให้ผมสามารถจะเสกข่าวร้ายให้เปึนข่าวดีได้ก็คงจะดีนะครับ พี่น้อง ประชาชนจะได้พบแต่ข่าวดี ๆ แต่ว่าเรื่องนี้มันคงเปึนไปไม่ได้ในโลกแห่งความเปึนจริง อย่างไรก็ตามนะครับ ก็อยากจะขอบคุณทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ที่มีท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านเปึนหัวหน้า ดรีม ทีม (Dream Team) ของพวกเรา แล้วก็มี ท่านรัฐมนตรี กรณ์ จาติกวณิช ซึ่งท่านก็เปึนหัวหน้าในการขับเคลื่อนในเรื่องของเศรษฐกิจ ท่านเสมือนผู้วิเศษครับ เพราะว่าทุกวันท่านก็พยายามจะเสกข่าวร้ายให้เปึนข่าวดี ท่านพยายามจะพร่ําบอกพี่น้องประชาชนให้เกิดความมั่นใจว่า เศรษฐกิจไทยในวันนี้ยังดี อยู่ จีดีพี ท่านออกมาพูดหลายครั้งว่ายังมีโอกาสที่จะเปึนบวก การส่งออกยังมีโอกาส ขยายตัว เงินเฟัอยังปกติ เงินทุนสํารองระหว่างประเทศยังมั่นคง ผมขอกราบเรียนครับว่า ทีมเศรษฐกิจนั้นจะหลอกตัวเองก็หลอกไปครับ จะให้หัวหน้า ดรีม ทีม เศรษฐกิจ อย่าง ท่านนายกรัฐมนตรีได้นําพาเปึนหัวหน้าทีม ท่านก็ทําไปครับ แต่อยากจะกราบเรียนให้ พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าวันนี้ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นมันเปึนของจริงครับ วันนี้เปึน ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ธุรกิจเจ๊งก็เจ๊งจริง ๆ ครับ ส่งออกเขาก็ส่งออกไม่ได้จริง ๆ และที่สําคัญ ครับวันนี้คนตกงานมากมายเหลือเกิน และตกงานจริง ๆ นี่แหละครับ อยากจะกราบเรียน ครับว่าการตอบโต้ที่ทางรัฐบาลกําลังทําอยู่ในเรื่องของเศรษฐกิจ จะเรียกว่า ๓ เวลาหลัง อาหารเลยก็ได้ จริง ๆ มันไม่เปึนประโยชน์ครับ โดยเฉพาะการไปขยายความเรื่องของ ตัวเลขทางเศรษฐกิจมันฟังกันไม่ค่อยรู้เรื่องครับ ผมอยากจะเรียนครับว่าเรื่องพวกนี้ให้เรา เถียงกันแทบตายว่า จีดีพี มันจะบวก มันจะเปึนลบ ชาวบ้านเขาฟังไม่เข้าใจครับ เขาฟังไม่ เข้าใจหรอกครับ เขาฟังแล้วไม่รู้เรื่อง เขาอยากจะรู้เพียงแต่ว่าวันพรุ่งนี้เขาจะมีกิน หรือเปล่า ถ้าธุรกิจเขาเจ๊งจะมีใครมาช่วยเขาได้ไหม เหล่านี้ครับ เขาอยากจะทราบว่า รัฐบาลจะมีวิธีการอย่างไรในการที่จะช่วยเหลือในกรณีที่เขาประสบปัญหาเศรษฐกิจอยู่ใน วันนี้ครับ มีหลายประเด็นครับที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติแห่งสภาแห่งนี้ได้อภิปรายไปแล้ว แล้วก็เวลาอันจํากัดที่มีอยู่ ณ ขณะนี้ก็ยังมีคิวการอภิปรายในส่วนของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยอยู่นะครับ ผมจําเปึนต้องตัด ประเด็นสําคัญไปหลายประเด็น ก็อยากจะเข้าสู่เนื้อหาในข้อกล่าวหานะครับ มีหลายคน ได้พูดถึงเรื่องของตัวเลข อธิบายความในเรื่องของวิธีการดําเนินนโยบายของท่านไปแล้ว นะครับ ในส่วนข้อกล่าวหาที่ผมคิดว่าท่านกําลังนําประเทศไปสู่หายนะทางเศรษฐกิจ มี ๓ ประการด้วยกันครับ
ประการแรกเลย กระผมคิดว่าทีมเศรษฐกิจของท่านอาจจะขาดวุฒิภาวะ ทางปัญญาและทางอารมณ์ครับ ท่านอาจจะยังไม่เปึนผู้ใหญ่พอ ท่านอาจจะยังขาด ประสบการณ์บางเรื่องนะครับ ประสบการณ์เปึนเรื่องสําคัญครับที่ท่านจะนํามาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหา ทางด้านเศรษฐกิจครับ ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหามีหลายท่านวันนี้ออกมาวิจารณ์อยากให้ ท่านฟังสักนิดหนึ่ง เขาบอกว่า บางครั้งการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในวันนี้เหมือนกับ การเล่นขายของ
ประการที่ ๒ ครับ รัฐบาลยังขาดความเข้าใจในการบริหารเศรษฐกิจ อย่างถ่องแท้ ก็อีกละครับ หลายคนก็คิดว่าท่านหลงตัวเองครับ ชอบคิดเอาเองว่า เปึนมืออาชีพ การเปึนมืออาชีพไม่ใช่อาชีพแต่มือนะครับ ท่านต้องใช้สมองด้วย บางครั้ง ท่านอาจจะยังขาดความระมัดระวังในการดําเนินการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
และข้อสุดท้ายครับ ทีมเศรษฐกิจของท่านในรัฐบาลชุดนี้ท่านชอบเอา ความดีใส่ตัวและเอาความชั่วใส่คนอื่นหรือไม่ อันนี้เดี๋ยวผมจะอธิบายความในภายหลัง นะครับ ทั้ง ๓ ข้อนี้ก็เปึนข้อกล่าวหาที่ผมคิดว่าท่านกําลังจะนําประเทศของท่าน ประเทศ ของเราทุกคนไปสู่ความหายนะทางเศรษฐกิจได้ครับ ในประการแรกครับ ที่ผมได้กล่าวหาว่า ท่านขาดวุฒิภาวะทางปัญญา และอารมณ์ วันนี้ปัญหาผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกนะครับ มีหลายฝ์ายออกมาเตือน ท่านแล้วครับ มีหลายฝ์ายจริง ๆ ครับ ไม่ว่าจะเปึนนักวิชาการคนไทย ไม่ว่าจะเปึน สถาบันวิจัยของต่างชาติต่างออกมาเตือนท่านนะครับว่าวันนี้มันมีสัญญาณอันตรายใน เรื่องของเศรษฐกิจบ้านเราครับ ยกตัวอย่างเลยนะครับ เมื่อเดือนที่แล้วเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี่แหละครับ ท่านดอกเตอร์โอฬาร ไชยประวัติ ผมขออนุญาตต้องเอ่ยนามท่าน ครับ ท่านเปึนผู้หนึ่งครับ ซึ่งผมเชื่อว่าเปึนที่ยอมรับของนักเศรษฐศาสตร์ในประเทศไทย เปึนอย่างดี ผมขออนุญาตอ่านนะครับ ท่านได้ออกมาเตือนว่า จีดีพี ของไทยน่าเปึนห่วง มีโอกาสติดลบมากที่สุดในโลกถึงร้อยละ ๔.๐๕ โดยในช่วงไตรมาสแรกป้นี้อาจจะติดลบ มากที่สุดถึงร้อยละ ๖.๒ ในกรณีที่เศรษฐกิจทั่วโลกยังไม่ฟุ๋นตัวขึ้น ท่านออกมาพูดแบบนี้ ผมเชื่อว่าท่านมีจุดประสงค์ที่ดีครับ ที่อยากจะใช้ความรู้ความสามารถของท่านนั้นออกมา เตือน ออกมาบอกด้วยความหวังดีต่อรัฐบาลว่า วันนี้ประเทศชาตินั้นจะบริหารงานด้าน เศรษฐกิจต้องมีความระมัดระวัง แต่ว่าไม่ทันข้ามคืนครับ ท่านก็ออกมาตอบโต้อย่างจะ เปึนจะตายนี่ล่ะครับ ออกมาตอบโต้ในความเห็นของท่านดอกเตอร์โอฬาร ต้องขออภัยที่ เอ่ยนามนะครับ ในลักษณะที่ว่าเศรษฐกิจไทยนั้นยังแข็งแรงอยู่ จีดีพี อาจจะติดลบได้ อย่างมากก็ ๐–๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ท่านเอาอะไรมาพูดครับ ท่านใช้สมมุติฐานที่ผิด ผมมี โอกาสที่จะสงสัยว่าท่านจะมีวาระซ้อนเร้นอะไรหรือไม่ในเรื่องนี้ ถ้าออกมาพูดเรื่อยเจื้อย อย่างนี้คนเขาอาจจะมองนะครับว่า ท่านเหมือนตัวตลกครับ ไม่นานครับ มูดดี้ส์ครับ ทุกคนคงรู้จักมูดดี้ส์กันดีนะครับ เปึนตัวละครที่เกี่ยวข้องกับทางด้านเศรษฐกิจก็ออกมา ทํานายอีกครับว่า เศรษฐกิจไทยจะติดลบ แล้วก็ตามมาด้วยเครดิตลียองเนส์ครับ ออกมา ทํานายเลยว่า เศรษฐกิจป้นี้ไทยจะติดลบมากที่สุดที่ ๙ เปอร์เซ็นต์ ก็เหมือนเดิมอีกครับ ท่านก็ออกมาโต้ตอบทันควันอีกนะครับ แต่ผมสงสัยครับว่าการตอบโต้ของท่าน ท่านก็ ตอบโต้นะครับโดยใช้ผ่านสื่อในประเทศ ผมไม่เห็นท่านตอบโต้โดยจะไปบอกมูดดี้ส์หรือ เครดิตลียองเนส์นะครับว่า เหตุการณ์ในการบริหารเศรษฐกิจของท่าน สภาวะเศรษฐกิจ ของท่านนั้นเปึนอย่างไร ท่านครับ ไม่ว่าต่างชาติหรือคนไทยที่เขาออกมาแสดงความเห็น เหล่านี้มันเหมือนเปึนกระจกครับ อย่างไรเสียคนเราจะออกจากบ้านเราก็ต้องส่งกระจก บ้างครับ บางทีการแต่งตัวบางครั้งอาจจะลืมรูดซิบ ออกจากบ้านมีกระจกมันสะท้อน มันบอกว่าเราอาจจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้แหละครับที่ผมได้กล่าวว่า ท่านยังขาดวุฒิภาวะทางด้านปัญหาและอารมณ์นะครับ เวลาที่คนไทยพูดท่านก็ไม่ฟัง ฝรั่งพูดบางครั้งท่านก็ไม่ฟังนะครับ แต่ก็ได้ข่าวว่าท่าน พยายามจะหาที่ปรึกษาเปึนฝรั่งมังค่าหัวแดงนี่แหละมาช่วยกันแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เรื่องนี้จริงหรือเปล่าผมไม่ทราบครับ แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้อยากจะกราบเรียนว่า คนไทยมีอีกมากครับ แล้วก็มีคนที่หวังดีกับประเทศชาตินี้อยากจะให้ความเห็นท่านรับฟัง เถอะครับ
เรื่องที่ ๒ ครับ เรื่องที่ท่านมีปัญหากับการบริหารเศรษฐกิจ ไม่เข้าใจการ บริหาร การบริหารในทางด้านเศรษฐกิจอย่างถ่องแท้ครับ ในเรื่องนี้ก็คงจะอธิบายความ สั้น ๆ ง่าย ๆ ว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจขณะนี้ที่หลายท่านที่อภิปรายไปก่อนหน้านี้ได้แสดง ความเห็นไว้ เขาเชื่อว่าท่านกําลังทําวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ในการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ เหวี่ยงแหอย่างที่ท่านกําลังทําอยู่ ณ ขณะนี้ วันนี้มีตัวอย่างที่ดีในการแก้ไขปัญหาขณะที่ สภาวะเศรษฐกิจของโลกตกต่ํานะครับ อยากให้ท่านลองได้ช่วยไปศึกษา ไปค้นคว้า ไปหา วิธีการที่ถูกต้องครับ
เรื่องสุดท้ายครับ เรื่องนี้อาจจะดูเปึนข้อกล่าวหาที่รุนแรง เชื่อว่าทีม เศรษฐกิจของท่านชอบที่จะเอาความดีใส่ตัวแล้วก็เอาความชั่วไปใส่คนอื่น เดี๋ยวท่านตอบ ก็ได้ว่าท่านเปึนอย่างนั้นหรือเปล่านะครับ มันเปึนข้อกล่าวหาครับ เพราะว่าเวลาใด ก็แล้วแต่ที่มีปัญหาในเรื่องของเศรษฐกิจ ท่านมักจะบอกอยู่เสมอว่าปัญหาเศรษฐกิจที่ เกิดขึ้นเปึนเพราะรัฐบาลชุดที่แล้วได้ทําทิ้งเอาไว้ครับ มาดูสิ่งสนับสนุนเรื่องนี้ครับ ผมเอา คําพูดของหัวหน้า ดรีม ทีม เศรษฐกิจครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ท่านได้อธิบายใน เรื่องนี้ ขออนุญาตอ่านให้ฟังนะครับ ท่านพูดว่า ปัญหาเรื่องประเทศไม่มีเงินในการพัฒนา คงจะไม่เปึนธรรมหากจะบอกว่ารัฐบาลที่เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศ ๒ เดือนต้องรับผิด เพราะที่ผ่านมาประเทศไม่ประสบปัญหาเศรษฐกิจมาหลายป้ แต่กลับไม่สะสมเงินเอาไว้ ใช้จ่ายในปัจจุบัน ความจริงปัญหาเศรษฐกิจเกิดก่อนรัฐบาลนี้เข้ามา ถ้าฐานะการเงินของ เราดีอยู่แล้วปัญหาการกู้เงินคงไม่เกิด และปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ําเปึนปัญหาจาก เศรษฐกิจโลก อันนี้เปึนคําพูดของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ครับ ผมไม่อยากกล่าวหาว่า ท่านโกหกครับ ท่านรู้เรื่องหรือเปล่าเรื่องนี้หรือท่านทําแกล้งไม่รู้เรื่อง ผมอยากย้อนเรื่องให้ ท่านฟังนิดหนึ่งว่าในวิกฤติต้มยํากุ้งในช่วงนั้นท่านยังจําได้ไหมครับ หากท่านจําไม่ได้ก็ ลองนึกถึงตอนที่รัฐบาลขณะนั้นเอาประเทศเข้าไปเอ็มเอฟแล้วก็ตั้ง ปรส. (องค์กรเพื่อการ ปฏิรูประบบสถาบันการเงิน) มาขายสินทรัพย์ของ ๕๖ ไฟแนนซ์ครับ วันนี้ยังมีคดีความ ประเทศเสียหายไป ๘ แสนล้านบาทยังหาคนผิดไม่ได้นะครับ คิดว่าท่านคงจําได้แล้ว นะครับ ตอนนั้นเงินทุนสํารองระหว่างประเทศของเราติดลบครับ แต่หลังจากนั้นรัฐบาล ชุดที่กลับเข้ามาบริหารใหม่ก็เข้ามาทํางานครับ แล้วก็ได้ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟไปจนหมด แล้วก็สามารถที่จะสะสมเงินทุนสํารองระหว่างประเทศได้ถึง ๑๑๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ สหรัฐนะครับ หรือประมาณ ๔ ล้าน ๆ บาท เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดว่า ความจริงปัญหาเศรษฐกิจเกิดก่อนรัฐบาลนี้เข้ามา ถ้าท่านยกตัวอย่างอย่างนี้บางครั้ง มันตีขลุมครับ มันอาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมดครับ เพราะฉะนั้นผมจึงต้องกราบเรียนว่า สิ่งที่เปึนข้อกล่าวหาทั้งหมดนั้นก็ได้ยกตัวอย่างมาชี้แจงในระยะเวลาซึ่งไล่หลังผม เข้ามาแล้วนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนครับ แล้วก็ก่อนจะจบเพื่อรักษาเวลาให้ตรง นะครับ เขาบอกว่าประเทศไทยยามนี้ต้องการนักบริหารไม่ใช่นักวิจารณ์ที่มีเยอะอยู่แล้ว เราอยากได้นักบริหารงานมืออาชีพครับ วันนี้อยากจะฝากเรื่องสุดท้ายจริง ๆ นะครับ ก่อนที่จะต้องขออนุญาตอ่านในส่วนข้อ กล่าวหาของท่าน ส.ส. วิชาญ มีนชัยนันทน์ ที่ฝากมาให้ผมได้ช่วยอ่านให้กับพี่น้อง ประชาชนทางบ้าน ผ่านทางท่านประธานให้ได้รับทราบนะครับ ท่านบอกว่า การทํางาน ของท่าน จากการที่มีคนติดตามการทํางานหลังจากที่ท่านเข้ารับตําแหน่งเปึน นายกรัฐมนตรี เขาบอกว่าท่านไม่ค่อยได้ทํางานจริงจังสักเท่าไร เพราะว่าเวลาที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ท่านได้เอาแต่ออกงานครับ โชว์ตัว ไปเมืองนอก มีคนสรุปตัวเลขให้ฟังครับ ผมขออนุญาตอ่านนะครับว่า หลังจากวันที่ท่านรับตําแหน่งในวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๑ นะครับ นับจนถึงวันที่ ๑๖ มีนาคม ป้นี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินสายออกไป ปาฐกถาทั้งในและต่างประเทศครับ รวม ๒๖ ครั้ง ไปงานตัดริบบิ้นเป่ดงานวางศิลาฤกษ์ ทั้งหมด ๔๐ ครั้งครับ ให้สัมภาษณ์สื่อไทยและต่างประเทศทั้งหมด ๓๓ ครั้ง มีการเข้า เยี่ยมคารวะ ๔๓ ครั้ง และเดินทางไปต่างประเทศรวม ๕ ครั้งครับ ซึ่งจะเห็นได้ว่างานส่วน ใหญ่ของท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสําคัญกับงานโชว์ตัว งานสร้างภาพ พูดคุย พบปะ พูดคุยนะครับกับคนโน้นคนนี้มากกว่าจะเข้าประชุม ท่านเข้าประชุมทั้งสิ้น ๕๕ ครั้งครับ รวมถึงประชุม ครม. แล้วก็ประชุมสภาด้วย ทั้งหมดก็เปึนสิ่งซึ่งทางเราได้ขออนุญาตได้ กล่าวหานะครับ ทีมเศรษฐกิจของท่านที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนหัวหน้าทีม กราบเรียน ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตนะครับ อีกนิดหนึ่งครับ เพื่อที่จะให้การจบตรงนี้เปึนการ จบที่สมบูรณ์นะครับ เปึนส่วนที่ท่าน ส.ส. วิชาญ มีนชัยนันท์ ได้บอกกับพี่น้องประชาชนไว้ นะครับว่าจะต้องนําความนี้มากล่าวหาทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ครับ ก็เลยจําเปึนต้อง ให้ผมอ่าน เพราะว่าเปึนคิวสุดท้าย ก็บอกว่าการกระทําของรัฐบาลและท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปึนการกระทําที่ส่อความไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อ การบริหารราชการอย่างโปร่งใส ขัดต่อหลักการนิติรัฐ และที่สําคัญขัดต่อหลักกฎหมาย ปกครองในเรื่องของเช็ค ๒,๐๐๐ บาทนะครับ คือ ๑. เปึนการกระทําของรัฐบาลที่ไม่ ปฏิบัติตามกฎหมายของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ เรื่องความเท่าเทียมกัน เปึนการกระทําที่ฝ์าฝ๋นกฎหมายเพราะไปแจกเงินให้ประชาชน อย่างไม่ทั่วถึง ไม่ทําตามขั้นตอนและระเบียบวิธีปฏิบัติ เช่น การกู้ยืมเงิน
และสุดท้ายเปึนเรื่องที่สําคัญนะครับ เปึนเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังไม่สามารถอธิบายความชอบของการกระทําของตนเองและรัฐบาลได้ว่า มีความชอบในการกระทําดังกล่าวตามกฎหมายบัญญัติไว้อย่างไรในเรื่องของการแจกเงิน เปึนการหาเสียงหรือไม่ เปึนผลประโยชน์ทับซ้อนโดยใช้เงินของรัฐไปหาเสียงให้กับพรรค ประชาธิปัตย์หรือไม่ ที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดเปึนสิ่งที่ผมไม่สามารถให้ท่านได้บริหารงาน ต่อไปครับ เพราะว่าหากว่าท่านยังบริหารต่อไปแบบนี้ ผมเชื่อว่าท่านคงจะนําประเทศ ของเรานั้นไปสู่หายนะทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วครับ กราบขอบพระคุณครับ