ประเกียรติ นาสิมมา หารือเรื่องเศรษฐกิจที่รัฐบาลไม่ได้เตรียมการวางแผนกระตุ้น เศรษฐกิจที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศ โดยกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่เหมาะสมที่จะบริหารราชการแผ่นดินต่อไป นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการถือหุ้นของกระทรวงการคลังในบริษัท ทีเอสเอฟซี และเรียกร้องให้กรมการคลังออกหุ้นเพื่อรักษาเครดิตของประเทศ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ความจริงผมจะอภิปราย ท่านนายกรัฐมนตรีไปเสียแล้ว ก็ไม่เปึนไร ท่านก็คง จะได้ยิน ถ้าท่านยังอยู่ในสภาแห่งนี้ แล้วก็ท่านที่ ๒ ก็คงจะเปึน ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ จาติกวณิช ผมขอกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อ ๒-๓ วันผมไปต่างจังหวัดในฐานะที่เปึนผู้แทนราษฎร บ้านนอก เพื่อนผมบอกมาแล้วก็ฝากให้ท่านนายกรัฐมนตรีฟังด้วย เขาบอกว่าอย่างไรครับ เขาบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีฉลาดคิด ยึดติดตําแหน่ง แย่งชิงอํานาจ มาดผู้ดี หนีทหาร และน่าเจ็บใจที่สุดเขาบอกว่า ผลาญชาติด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้จึงจะมาบอกให้ท่านว่า ท่านผลาญชาติอย่างไร และร่วมกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในสิ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนนะครับ ผมได้ออกพื้นที่แล้วก็ไปดูในพื้นที่ตลอด ก็เห็นว่าวันนี้คนรวยมี จํานวนน้อยลงในประเทศไทย คนจนมีจํานวนมากขึ้น และความห่างระหว่างคนจนกับ คนรวยก็ห่างมากขึ้น ไม่เหมือน ๕-๖ ป้ย้อนหลัง ซึ่งความรวยมีจํานวนมาก ความจนมี จํานวนน้อยลง ความห่างระหว่างความจนกับความรวยถี่ อันที่จริงก็พอจะหาได้ว่า มันเกิดเพราะอะไร แน่ ๆ ก็คือเกิดจากวิกฤติเศรษฐกิจ เกิดจากวิกฤติเศรษฐกิจของโลก แล้วกระทบมาที่ประเทศไทย ทีนี้สิ่งที่ผมจะกราบเรียนต่อไปนี้ก็คือเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ทราบ ว่าท่านประธานได้ทราบคําว่า เศรษฐกิจ คืออะไรไหมครับ แต่ผมคิดว่าท่านประธานทราบ ดี แต่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะทราบหรือเปล่า แต่อย่างไรผมขอกราบเรียน อธิบายนิดหนึ่งนะครับ ขออ่านให้ฟังนะครับ คําว่า เศรษฐกิจ นั้นคือเรื่องที่เกี่ยวกับ การผลิต การจําหน่าย การบริโภค การบริการ การจับจ่ายใช้สอยในชุมชน นี่คือเรื่องของ เศรษฐกิจ ทีนี้ในสิ่งที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั่นนะครับ มันก็มีอยู่ไม่มากนะครับ มีอยู่ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ มีอยู่ ๒ ตลาดใหญ่ ๆ ตลาดหนึ่งเขาเรียกว่า ตลาดธนาคาร เขาเรียกว่า แบงก์ มาร์เก็ต (Bank Market) นะครับ เดี๋ยวเราต้องพูดภาษาอังกฤษนิดหน่อยนะครับ ขอโทษ แล้วตลาดที่ ๒ นี่เขาเรียกว่า แคปป่ตอล มาร์เก็ต (Capital Market) คงจะเปึน ตลาดทุน ประเทศไทยมี ๒ ตลาดขณะนี้ แต่ก่อนที่จะแวะไปถึงตลาดมันเปึนอย่างไร มันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างไร ผมอยากจะกราบเรียนว่า รัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์นะครับ ไม่ได้เตรียมตัวเลย ขึ้นมาบริหารราชการแผ่นดิน ท่านทราบว่าโลกนี้ กําลังประสบปัญหาเศรษฐกิจอย่างรุนแรง และผมก็ทราบด้วยเพราะว่าสิ่งที่ท่านจะทํา เริ่มต้นนี่นะครับ นโยบายเร่งด่วนของท่าน สิ่งที่ท่านจะดําเนินการสําคัญ ๆ มีอยู่ ๒ เรื่องที่ ผมอยากจะกราบเรียนนะครับ เรื่องแรกก็คือ ขจัดความขัดแย้งในสังคม เรื่องที่ ๒ ก็คือ เรื่องสร้างความเชื่อมั่นของต่างประเทศในสายตาของชาวโลก ของประเทศไทยเกี่ยวกับ เรื่องเศรษฐกิจ แต่ทีนี้เมื่อปัญหาเศรษฐกิจมันเริ่มก่อตัวขึ้น หลายประเทศวางแผน สร้างแผนกระตุ้น เศรษฐกิจขึ้นมา เช่น อเมริกาก็วางแผน อย่างจีนนี่วางก่อนเพื่อนเลย ใช้เงินเท่าไรครับ ในการวางแผน มีโครงการชัดเจนแน่นอน กําหนดวงเงินอัดลงไปในแผนตามแผนกระตุ้น เศรษฐกิจ ประเทศจีนมีทั้งหมดที่รอบแรกที่ผ่านไปคือ ๕๘๖ บิลเลียนยูเอสดอลลาร์ จะเปึนเงินไทยนี่ประมาณเท่าไร ล้านล้าน หรือเท่าไรก็ไม่ทราบ บาทนะครับ ญี่ปุ์นก็ตั้ง เกาหลีใต้ก็ทํา สิงคโปร์ก็ทํา มาเลเซียก็ทํา อินโดนีเซียก็ตั้งวางแผนไว้อย่างดี ผมไปดูลิสต์ แล้ว ดูรายการแล้ว ประเทศไทยว่างครับ ไม่มีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนั้นครับ เม็กซิโก ชิลี บราซิล ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ อิตาลี ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย เยอรมัน วางแผนกระตุ้นเศรษฐกิจไว้หมด ประเทศไทยไม่มีการวางแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ไว้เลย เมื่อท่านเข้ามานี่ผมก็ตกใจ บริษัทที่เขาเรียกว่า เรตติ้ง (Rating) ประเมินเครดิตของ ประเทศนี่นะครับ ที่กระทรวงการคลังยอมรับมีทั้งหมด ๕ บริษัทใหญ่ ๆ เอส แอนด์ พี (S&P) มู้ดดี้ส์ ฟ่ชต์ เรตติ้งส์ (Fitch Ratings) แอน อินเวสต์เมนท์ (An Investment) แล้วก็ ของบริษัทญี่ปุ์น เปึน ๕ บริษัท เขามีหนังสือเตือนประเทศไทยมาเมื่อเดือนมกราคม ท่านเข้าเปึนนายกรัฐมนตรีพอดีแล้ว เขาเตือนว่าอย่างไรครับ เขาเตือนว่า ความเชื่อถือ ของประเทศไทยอยู่ระดับที่ บีบีบี (BBB) ๓ ตัว ๓ บี มันมี เอเอเอ (AAA) แล้วก็ ๒ เอ (A) แล้วก็ ๑ เอ บวกลบนี่ไม่ต้องพูดถึง แล้วก็มา ๓ บี แล้วก็ บีบี (BB) แล้วก็ บี (B) แล้วก็ ซี ๓ ซี (CCC) แล้วแต่ แต่ประเทศไทยอยู่อันดับที่ ๓ บี เขาบอกว่าในกลางป้นี้นะครับ การประเมินประเทศไทยจะต้องตก เครดิตของประเทศไทยจะต้องตกต่ําลงไปอีก อาจจะ เหลือ ๒ บี ทีนี้ที่ประเมินเครดิตของประเทศจะเปึนกี่ บี ก็ตาม หรือจะเปึนกี่ เอ ก็ตามนี่ มันมีผลกระทบประโยชน์ของชาติทั้งนั้น ถ้าหากว่าจะพูดถึงสายตาของต่างประเทศ ทีนี้ เมื่อท่านไม่ได้เตรียมการวางแผนกระตุ้นเศรษฐกิจไว้ ท่านจึงมั่ว เขาใช้คําว่า มั่ว นะครับ ก็ไปขอวงเงิน ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ขอกลางป้เข้ามานี่ คือปัญหาเก่าท่านกลบไว้ ก่อน ขอเงินใหม่เอาไปแจกจ่ายตามกระทรวงต่าง ๆ เพื่อนหลายคนที่พูดถึง ๒,๐๐๐ บาท ช่วยชาตินะครับ ผมว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ เว้นแต่เงินที่จะใช้หนี้เงินคงคลังนะครับ ก็เพื่อเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายของท่าน แต่ทั้ง ๆ ที่ท่านต้องการกระตุ้น เศรษฐกิจ แต่ท่านไม่มีแผนอย่างไรครับ เงินที่ท่านกระตุ้นลงไป ไม่ว่าจะ ๒,๐๐๐ บาท ต่อหัวนี่นะครับ มันอัดลงไปไม่ถูกที่ ทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านอัดลงไปในระบบเศรษฐกิจ คราวนี้สูญเปล่าครับ เหมือนตําน้ําพริกละลายแม่น้ํา เมื่อ ๒-๓ วันนี้ผมทราบจากข่าวว่า ท่านออกมาประกาศว่า จะทําแผนกระตุ้นเศรษฐกิจโดยสร้าง อินฟราสทรัคเจอร์ (Infrastructure : โครงสร้างพื้นฐาน) ขนาดใหญ่ ในวงเงิน ๑.๔ ล้านบาท ผมเห็นด้วยเลย แต่ต้องทําแผนนะครับ จะเปึนเงินกู้หรือเงินอะไรนี่ไม่สําคัญ เพราะเราต้องการให้ องคาพยพของเศรษฐกิจของประเทศนี่เดินไป นี่แหละพอมันเกิดขึ้นลักษณะนี้ แต่แผนตรงนี้ ผมก็ยังไม่เห็นนะ ยังไม่เห็น ยังไม่เคยเสนอเข้ามาเลยว่าแผนมันจะเปึนอย่างไร และจะ กระตุ้นได้อย่างไร จะอัดเม็ดเงินลงไปอย่างไร อันนี้ก็คือสิ่งที่มันไม่มีความชัดเจนนะครับ ทีนี้ผมมีกระดาษ ๒ แผ่นอยู่ข้างหลังนี่ ผมอยากจะอธิบายให้ฟังว่าสิ่งที่ท่านให้ทําเรทติ้ง (Rating) ของประเทศนี่ต่ําลงนี่คือท่านไม่รักษาผลประโยชน์ของประเทศ ผมขอกล่าวหา ท่านด้วยนะว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งมีหน้าที่ โดยตรงที่จะต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศ แต่ท่านไม่ได้รักษา ทําเรทติ้งนี่จะต้องตก แน่ ๆ อาจจะเหลือ ๒ บี ถ้าเหลือตัว ๒ บีนี่จะเกิดอะไรขึ้นรู้ไหมครับ ภาษาเศรษฐศาสตร์ เขาคงจะเรียกว่าเปึน จังค์ บอนด์ (การลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ ต่ํากว่าระดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) ประเทศไทยนี่จะเปึนขยะ ทรัพย์สินเครดิตของประเทศไทยจะเหมือนขยะ เอาไปประกันหนี้ใครก็ตามเขาก็จะต้องคิด ดอกเบี้ยสูง ๆ คิดดอกเบี้ยสูง ๆ ถ้าอยู่ในระดับ ๓ บี เขามีสเปรด ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเคยพูดถึงสเปรด สเปรดตัวนี้ก็คือจากดอกเบี้ยของอเมริกัน เขาเรียกว่า เทรสซูรี่ (Treasury) นี่ครับ บวกกับ สเปรด ของประเทศไทยนี่ ๒ บี เขาให้ไว้ที่ประมาณ ๓-๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ทีนี้ถ้าหากว่าเหลือ ๒ บีนี่มันจะเปึน ๗ หรือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือเท่าไร ไม่แน่ มันก็เปึนปัญหาที่ว่าท่านนี่จะไปขอเงินกู้จากต่างประเทศนี่ท่านจะต้องสร้าง ท่านไม่รักษาผลประโยชน์ของประเทศเลย ท่านจะต้องเสียมากขึ้น เอาล่ะ อย่างไรก็ตาม ผมมีเวลาไล่หลังมา ผมขออธิบายแผ่นนี้สักหน่อยเพื่อท่านประธานได้เข้าใจ คือการที่จะ ทําองคาพยพของเศรษฐกิจของประเทศให้มีความมั่นคงและเคลื่อนไหว เขาเรียกว่า การขับเคลื่อนองคาพยพของเศรษฐกิจของประเทศไทยไปได้นี่มันมีอยู่ ๒ ตัวใหญ่ ๆ ตัวที่ เปึนธนาคารนี่นะครับอันนี้สําคัญ สําคัญ แต่ตัวธนาคารไม่ได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ระดับใหญ่ เข้าใจเวลาไล่หลังแล้วครับ เดี๋ยวขอเวลาอีกสัก ๕ นาที ๖ นาที ก็คงจะจบ ธนาคารมีผู้กู้กับผู้ฝาก แล้วก็มีดอกเบี้ยเปึนตัวขวางกั้นอยู่ ประเทศไทยนี่ระบบธนาคาร มั่นคงมากไม่ใช่มั่นคงสมัยท่านนะ มั่นคงมานานแล้ว ทุกวันนี้ก็มั่นคง แข็งแรงมาก ทีนี้เวลาคนอยากจะกู้เงินนี่ก็ไปหาธนาคาร นี่คนกู้ธรรมดา คนฝากเงินก็ได้ดอกเบี้ย คนกู้ ก็ได้ธุรกิจ ได้งาน พอสําเร็จก็จบกันไป ทีนี้พอเจอปัญหาเศรษฐกิจเกิดอะไรขึ้น ธนาคาร เรียกเงินกู้คืน ผู้ฝากจะถอนก็กลัวว่าขาดทุน ก็ขอกินดอกเบี้ยดีกว่า ในที่สุดตัวระบบ ธนาคาร แม้จะแข็งแรงแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่ได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่มีประโยชน์ในระบบ เศรษฐกิจเลยถ้าธนาคารไม่ปล่อยกู้ ณ วันนี้ธนาคารป่ดไม่ปล่อยกู้ นี่แหละคือปัญหา ของท่านปัญหาหนึ่ง ตลาดที่สองคือ ตลาดเงินทุน ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ ตลาดตราสาร ตัวนี้ที่จะเปึนตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตลาดนี้จะมีอยู่ ๒ ตัวใหญ่ ๆ ๒ ตลาดใหญ่ ๆ เขาเรียกว่า ตลาดทุน ที่ว่า อีควิตี้ (Equity) ตลาดหุ้น อีกอันหนึ่งคือ ตลาดตราสาร แต่สิ่งที่ มันเปึนปัญหาที่ท่านทําลายความเชื่อถือของตลาดนี้ลงไปมีอะไรหรือเปล่าครับ ตลาดหุ้น นี่จะต้องส่งเสริมให้บริษัททั้งหลายเข้ามาขายหุ้นในตลาด แต่ท่านกลับทําลายบริษัท เหล่านั้น มีบริษัทหนึ่งชื่อ ทีโพลี ท่านจําได้ไหมท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บริษัทนี้ท่านประธานคณะกรรมการคือ ท่านดอกเตอร์วิษณุ เครืองาม บริษัทนี้ อินโนเซน (Innocence) เข้าตลาดหลักทรัพย์ เข้าวันแรกก็เจ๊งแล้ว ทั้ง ๆ ที่ผลประกอบการของเขาดี มาตลอด เหตุผลที่เจ๊งก็เพราะว่ากระทรวงการคลังไม่ได้ดูแล ไม่ได้คุ้มครองระบบตลาดทุน
อันที่ ๒ ท่านเซ็นหนังสือแล้วกระมังวันนี้ เกี่ยวกับบริษัท ทีเอสเอฟซี (TSFC : Thailand Securities Finance Corporation บริษัทหลักทรัพย์เพื่อธุรกิจ หลักทรัพย์) ซึ่งกระทรวงการคลังไปหุ้นด้วย และ ทีเอสเอฟซี นี่แหละทําให้ทั่วโลกเขามอง ว่าประเทศไทยเครดิตจะต้องต่ําลง เพราะกระทรวงการคลังไปหุ้น แล้วทําให้ทั้ง ๆ ที่นโยบายนี้ดี แต่ ทีเอสเอฟซี ขาดทุน จะต้องระดมทุน ทราบว่าวันนี้ท่านจะต้องเพิ่มทุน ๑,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังถือหุ้น ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ จะต้องลง ท่านลงหรือยังครับ ถ้าท่านลงไปแล้ว ท่านมีความผิดด้วยนะครับ เหมือนสมัยหนึ่งที่ธนาคาร บีบีซี เจ๊ง เอาเงิน จากออมสินมาลงแล้วก็เจ๊งต่อ คนที่ลงถูกสอบอยู่ ผมก็เตือนท่าน แต่ถ้าท่านอนุมัติ แล้วเซ็น ท่านก็จะโดนไปด้วย คือเมื่อท่านไม่รักษาตรงนี้เอาไว้ปล่อยให้มันเจ๊ง เกิดอะไรขึ้น รู้ไหมครับ ทีเอสเอฟซี ออกตั๋วเงินเขาเรียกว่า บี ขายด้วย คณะกรรมการบริหารกองทุน ข้าราชการบํานาญเข้ามาซื้อ ซื้อ บี ของท่าน ซื้อตั๋วของท่าน ท่านทราบไหม จ่ายเงินคืนเขา ไม่ได้ นี่ละทําให้กองทุนข้าราชการต้องเจ๊งไปด้วย เจ๊งไป ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ว่านั่น เพราะกระทรวงการคลัง นี่คือปัญหาภายในที่เกิดขึ้น แต่ปัญหานอกประเทศเขา มองประเทศไทยว่า ท่านไม่ได้รักษาเครคิดของประเทศเลย ไม่รักษาผลประโยชน์ของ ประเทศเลย ยังมีอีกเยอะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมมีเวลาน้อย ผมขออนุญาตอย่างนี้ว่า ในสิ่งที่ผมกราบเรียนมานั้น ผมไม่ได้มีเรื่องโกรธเคืองกับท่านนะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผมไม่เกลียดท่าน ฯพณฯ กรณ์ก็เหมือนกัน แต่ว่ามันจําเปึนด้วยหน้าที่ ท่านบริหาร ประเทศไม่ได้เปึนไปตามนโยบาย อันที่ ๑ นะครับ ๑.๑ ของท่านเลยในหนังสือเร่งด่วนนี้ นโยบายของท่าน ท่านขจัดความขัดแย้ง จนบัดนี้ท่านก็ยังไม่ได้ขจัดเลย ทั้ง ๆ ที่คนเสื้อ แดงบอกว่า เสื้อแดงจะเต็มแผ่นดิน ไม่รู้ว่าท่านมองเห็นคนเสื้อแดงเปึนดอกไม้หรืออย่างไร ก็ไม่รู้ สวยงามดีหรืออย่างไรไม่รู้ ท่านควรจะหาทางประนีประนอมกับเขา เพื่อให้ ประเทศชาติเราเกิดความสงบ เดินไป แต่ท่านก็ไม่ทํา ผมจึงกล่าวหาว่าท่านไม่ได้ ดําเนินการตามนโยบาย ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบาย อย่างไรก็ตามนะครับ ผมเตรียมการเหมือนกันว่าจะช่วยเหลือท่าน ผมอาจจะเสนอคล้าย ๆ กับทํามติ ครม. ที่ ๖๖/๒๓ เพื่อที่จะช่วยท่าน แต่ถ้าท่านปฏิเสธในความปรองดองพวกนี้นะครับ ผมก็ถือว่า ท่านเข้าตําราอย่างที่ผมพูดเบื้องต้น ผมขอนัดท่านประธานเอาไว้ด้วยก็แล้วกันว่าภายใน วันพุธที่จะถึงนี้ผมจะมายื่น เพื่อช่วยเหลือ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้เกิดความปรองดอง ภายในประเทศ จะยื่นหนังสือต่อท่านนะครับ และก็ข้อต่อไปผมก็อยากจะกล่าวหา ผมมิ บังอาจกล่าวหา ฯพณฯ หรอกนะครับ ผมจะขอกล่าวหา ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์สักเล็กน้อย เกี่ยวกับการทําผิดของท่าน โทษที ว่าการกระทรวงการคลังนะครับ มันมีอยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งท่านทําผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญชัดเจน มีคน ส่งเอกสารมาให้ผมนะครับ ว่า สคูล แวเลย์ สคูล แวเลย์ คอเปอร์เรชั่นคืออะไร ท่านดีแคร์ (Declare) ไว้ว่า ท่านมีเงินอยู่ในนั้น ๓๘๘ ล้านบาทเศษ ๆ และเงินนั้น สคูล แวเลย์ ของ ท่านอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศไม่รู้ เอกสารเปึนอย่างไรไม่ทราบ อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่ท่าน ทําผิดกฎหมายแน่นอน
อันที่ ๒ นะครับ ท่านได้ลงนามหรือยังของ ทีเอสเอฟซี นะครับ เขาเรียกว่า บริษัท หลักทรัพย์เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ จํากัด (มหาชน) ถ้าท่านลงนามแล้วก็คือ ท่าน กระทําความผิดแล้ว ผมจึงขอกล่าวหาท่านว่า ท่านทั้ง ๒ นะครับ ไม่ได้บริหารราชการ แผ่นดินให้สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย กล่าวคือ บริหารราชการแผ่นดินส่อไป ในทางที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จึงไม่สามารถที่จะไว้ใจให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวนี้บริหารราชการแผ่นดินต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ