สมคิด บาลไธสง หารือเรื่องการไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและคณะ โดยกล่าวหาว่านโยบายของรัฐบาลเป็นโครงการหลอกลวงประชาชน และรัฐบาลไม่เคารพศาลระหว่างประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองคาย เขต ๑ นะครับ ต้องขอขอบคุณ ทางประธานได้ที่ให้โอกาสผมได้ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือผู้นําประเทศ และคณะ ซึ่งกระผมความจริงแล้วส่วนตัวของผมไม่อยากไว้วางใจทั้งหมดเลยนะครับ ไม่ใช่เฉพาะที่ ๕-๖ ท่านที่ได้เสนอมา เพราะเห็นว่าคณะรัฐมนตรี ทั้งนายกรัฐมนตรีเปึน ผู้มาที่ไม่ถูกต้องนะครับ ทุกท่านคงจะทราบอยู่แล้วตามสื่อมวลชนผมจะไม่พูด รายละเอียด พี่น้องประชาชนติดตามข่าวรู้วิธีการไปการมา มันเปึนลัทธิใหม่ที่เกิดขึ้นใน ประเทศไทย ลัทธินี้ผมบอกว่า ลัทธิมาร์คเนวิน เปึนลัทธิที่คนละขั้วเลย เขามาร่วมกันได้ เหมือนน้ํากับน้ํามันอยู่ในขวดเดียวกัน ถึงจะอยู่อย่างไรพอน้ํานิ่งแล้วมันก็แยกกัน มันจะ เปึนอย่างนี้ครับ นี่คือลัทธิใหม่ของประเทศไทยครับ ที่มาไม่ถูกต้อง ขัดรัฐธรรมนูญ ขัดข้อบังคับ ขัดจารีตประเพณี พวกท่านยังมีหน้าอยากจะบริหารประเทศต่อไปอยู่หรือ นี่ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันแถลงนโยบายมีไหมในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ไป แถลงนโยบายนอกรัฐสภา ถ้ามีก็บอกผมหน่อยว่า ป้ไหน ใครเปึนคนไปทํา สภาแห่งนี้เปึน สภาที่มีเกียรติ สําหรับให้คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมาแถลงนโยบายก่อนที่จะบริหาร ประเทศ ผมถึงบอกว่า ไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก ถ้าพระก็เหมือนพระสันติอโศก ไม่มีโบสถ์ บวช นอกโบสถ์ นี่ข้อกล่าวหาของผมนะครับ เหมือนพระสันติอโศก บวชนอกโบสถ์ มีคนนับถือ แค่นั้นล่ะ สีเหลืองแว๊บ ๆ อยู่นะครับ
ข้อที่ ๒ ข้อกล่าวหาก็คือว่า โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ผมไม่อธิบายรายละเอียดเพราะทุกคนทราบแล้ว คือเปึนตัวแทน สายพันธมิตร ซึ่งประชาชนค่อนประเทศเขาเกลียด เขาไม่ชอบวิธีการได้มาแบบนี้ แล้วนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ยังไปแต่งตั้งเอาบุคคลแบบนี้มาเปึนผู้นําบริหารประเทศ เปึนหน้าตาของประเทศ ไม่อายเขาหรือครับ ผมอยากแทรกแผ่นดินหนี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ หน้าตาประเทศพูดจาหยาบคาย ดูถูกคนอื่น คล้าย ๆ ว่าตัวเอง เปึนคนชั้นสูง มองคนอื่นเปึนคนชั้นต่ํา แม้แต่ผู้นําต่างประเทศก็ยังบอกว่า เขากุ๊ย เอาแค่นี้ ครับ
ข้อต่อไป ข้อกล่าวหาคือ ทําลายความสัมพันธ์อันดีงามที่เขาเคยทํากันมา ในอดีตจนทําให้เสียโอกาสต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้ไม่มีผมหาใส่ความให้ท่านเลยว่า ท่านอยู่เบื้องหลังในการอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร โดยเฉพาะ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ไปบอกว่าเขาพระวิหารหรือปราสาทพระวิหารไม่ใช่ของเขมร บอกว่านายกรัฐมนตรีสมัคร ยกให้เขมร คนให้คําปรึกษาก็คงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศคนนี้ เพราะเขาอยู่ในตําแหน่งรองนายกรัฐมนตรีเงา อยากเปึนถึงเปึน ถึงเงานะครับ นี่คือพรรคประชาธิปัตย์ ผมถึงไม่ไว้วางใจครับ สร้างความแตกแยกระหว่าง ประเทศ เสียโอกาส เมื่อเราขัดแย้งกับเขมร พี่น้องจังหวัดศรีสะเกษ น้องเขาพูดไปแล้ว เมื่อวานนี้อภิปรายไปแล้วว่า เสียรายได้เปึนร้อย ๆ ล้านบาท ก็เพราะพวกคุณทําใช่ไหม เดี๋ยวนี้จังหวัดศรีสะเกษไม่มีแม้แต่หมาไปเดินอยู่บนมอดีแดงนะครับ ยังปล่อยให้เขมร สร้างถนนขึ้นมา ไหนบอกว่าไม่ใช่ของเขมร ยังปล่อยให้เขมรสร้างถนนมาจนเสร็จ ๕ กิโลเมตร รถยนต์วิ่งขึ้นไปถึงเขาพระวิหาร ไปอยู่ไหน ใครเปึนคนรับผิดชอบ ผมอยาก พูดไปถึงรองนายกรัฐมนตรีผู้รักษาความมั่นคง ไปอยู่ที่ไหน ทําไมไม่ดู ทําไมไม่บอก เดี๋ยวนี้เขมรเขาขี่รถขึ้นมาทุกวัน เราไม่ได้อะไรเลยครับ มีแต่ลวดหนามเก่า ๆ อยู่นั่น
ข้อต่อไป ไม่เคารพศาล รัฐบาลนี้ไม่เคารพศาล โดยเฉพาะศาลระหว่าง ประเทศ ศาลตัดสินมาตั้งแต่ ๔๖ ป้ ตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ยังไม่เกิด ยังมาบอก ว่าศาลโลกตัดสินแล้วคุณยังไม่เชื่อศาลแล้วคุณจะไปเชื่ออะไร เพราะว่าพวกคุณไม่เชื่อ ศาลมันถึงวุ่นวายอยู่อย่างนี้ นี่ละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาของการไม่เคารพ แม้แต่ศาลระหว่างประเทศ เมื่อมีความขัดแย้งระหว่างประเทศ เราเองเอาคดีขึ้นสู่ศาล เมื่อศาลตัดสิน ศาลโลกตัดสินนะครับ เราก็ยังไม่ยอมรับ แต่ศาลมาตัดสินแค่ นายกรัฐมนตรีทักษิณไปเซ็นหนังสือให้เมียซื้อที่ดินทําไมผิดนักผิดหนา ศาลโลกตัดสินแล้ว คุณยังไม่ยอม
ข้อต่อไปรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศคนนี้นะครับ พฤติกรรมหรือ อะไรที่พูดมาแล้ว น้องเขาพูดมาหมดแล้ว คณะพูดมา ผมไม่อธิบาย
ข้อต่อไปก็คือ ขัดขวางนโยบายของรัฐบาลที่ตัวเองร่วมทํางานอยู่ ถ้าใคร มีตา มีหู ฟังโทรทัศน์เมื่อวันที่ ๒๐ หรือวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ออกรายการบอกว่า เขาถามว่า ท่านมีความคิดอย่างไรกับนโยบายประชานิยม ผมเกลียดมากนโยบายประชา นิยม มันเปึนโครงการหลอกลวงประชาชน ก็คนนี้พูดในโทรทัศน์ แล้วบริหารร่วมกันไปได้ อย่างไร นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เอาสมองอะไรไปคิดไหม นี่ล่ะครับ แล้วอยู่ร่วมกันได้ อย่างไร ประเทศเราจะไปอย่างไร ไม่สร้างความสัมพันธไมตรีอันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าแต่เขมร มาเลเซีย ลาว พม่า โดยเฉพาะพม่า ผมถามว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศไปทําอะไรให้กับพม่าไหม ต่างประเทศกับพม่า ประเทศพม่าเปึนประเทศ ที่มีประชากรเกือบ ๕๐ ล้านคน ถ้าคนมีสมองต้องไปติดต่อสัมพันธ์เขา เป่ดสัมพันธ์ การทูตการค้า ลาวมีแค่ ๕ ล้านคน ๖ ล้านคนยังเป่ดกันสบาย ยังค้าขายกันคล่อง ถ้าเป่ด กับพม่าล่ะ แล้วประเทศไทยจะเปึนอะไรถึงไปวิ่งเต้นอยู่กับฝรั่งอยู่ไกลคนละซีกโลก ทําไม ไม่ไปทํา ทําไมไม่ติดต่อ ตั้งแต่ปฏิวัติมาเลย ก็คงฝ์ายเดียวกันฝ์ายปฏิวัติกับฝ์าย ประชาธิปัตย์กับพันธมิตรพวกเดียวกัน มันถึงทําให้ประเทศย่อยยับอยู่นี่ ไม่มีสมองไปคิด เลยว่าจะสัมพันธ์กับต่างประเทศใกล้เคียงอย่างไร จะปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐมนตรีคนนี้เปึน ผู้มีส่วนได้เสีย เปึนผู้มีส่วนได้สร้างความแตกแยกของสังคมไทย ดูซีดี ดูข่าว ดูอะไรก็รู้ อยู่แล้วผมไม่ต้องอธิบาย ทุกคนรู้ นี่คือคุณเปึนผู้บริหารประเทศอย่างไร ก่อนที่จะเปึนผู้ รับราชการสูงสุด ถือว่าสูงสุดแล้วในชีวิตราชการนะครับ แล้วยังมีหน้าไปอภิปรายอะไรอยู่ ในที่ประชุมของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งสร้างความแตกแยกในประเทศเปึนสีเหลือง พอเขามี สีแดงจะตาย สร้างความแตกแยก ผมไม่รับรองรัฐบาลทั้งชุดเลย อย่าว่าแต่ ๕–๖ คนนี้ เห็นไหมครับ คุณท้าทายไหมกับชาวบ้าน คุณเหยียดหยามประชาชนไหม รู้อยู่ว่าเขา ไม่ชอบยังออกนโยบายออกไปท้าทายเขา รัฐมนตรีไปหนองคายผมดูสักวันหน่อย คุณท้าทายประชาชน บริหารแบบท้าทาย ถ้าคนมีสมองรู้ว่ามันร้อนแล้วไปทําไม เวลา ชาวบ้านเขารองเท้าฟาดเข้ามาไปจับเขา เพราะคุณไปท้าทายเขา คุณไม่ใช่พ่อเขานี่