จตุพร พรหมพันธุ์ วิจารณ์ความรับผิดชอบของนายกษิต ภิรมย์ต่อการยึดสนามบินสุวรรณภูมิและเรียกร้องให้ลงโทษผู้กระทำผิดทันทีเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางการท่องเที่ยว
ท่านประธานที่เคารพ คือผมเวลา อภิปรายใด ๆ ผมจะมีความรับผิดชอบ และก็จะอยู่ในประเด็นนั้น ๆ เพราะฉะนั้นนะครับ ถ้าท่านประธานได้พูดกับบรรดาสมาชิกว่า ถ้าเราต้องการรักษาเวลาระหว่างกัน ผมมี หน้าที่ในการตั้งข้อกล่าวหา เพราะผมไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ถ้าเวที การอภิปรายไม่ไว้วางใจมาเที่ยวชื่นชมกันอยู่ก็ไม่ถูกประท้วง แต่ถ้าต้องการอภิปรายเพื่อ เปึนประโยชน์กับผู้ฟังคือพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ความจริงแล้วนั้น ถ้าผมเปึน นายกษิต ภิรมย์ หลังจาก ส.ส. วิสาระดี หลังจาก ส.ส. ฐิติมา ฉายแสง อภิปรายนั้น ผมจะอับอายไม่มีหน้าที่จะมานั่งสลอนอยู่ในสภาแห่งนี้ได้ เพราะข้อกล่าวหา หลายคนบอกว่าก็เปึนข้อกล่าวหาเดิม ๆ ถามว่าเมื่อข้อกล่าวหาเดิม ๆ นั้นแล้วมีการ ปฏิบัติ มีการแก้ไขหรือไม่ ความจริงก็คือว่า ภาพติดตาที่ นายกษิต ภิรมย์ ยึดทําเนียบ รัฐบาล ทําลายทรัพย์สินทําเนียบรัฐบาลเสียหายกว่า ๑๘ ล้านบาท หญ้าก็เพิ่งปลูก นายกษิตเปึนคนหนึ่งที่ทําหญ้า สร้างความเสียหายอาคาร ปล้นป๋น ในทําเนียบรัฐบาล มีความเสียหายจนกระทั่งสํานักปลัด เขาฟัองทางแพ่ง เรียกค่าเสียหาย ๑๘ ล้านบาท ท่านไม่คํานึงถึงความรู้สึกของผู้คนบางหรือครับ ว่าคนที่ไปสร้างความเสียหายในทําเนียบ รัฐบาล กลับไปประชุม ครม. สลอนอยู่ในทําเนียบรัฐบาล ถ้าการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ พี่น้องชาวมุสลิมที่ไปประกอบพิธีฮัจย์ ท่านประธานคงจะจําได้ว่า รัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ อนุมัติเงิน ๑,๙๐๐ ล้านบาท เพื่อไปจ่ายชดเชยให้กับนักท่องเที่ยว ที่เขาตกเครื่องบิน จากการกระทําของนายกษิตและพวก แต่กรณีของพี่น้องมุสลิมที่ไปประกอบพิธีฮัจย์ แสวงบุญที่กรุงเมกะ ประเทศซาอุดิอาระเบียนั้น ยังไม่ได้รับการชดเชย ยังไม่ได้รับการดูแลในเรื่องของตั๋วเครื่องบินที่เกิดความเสียหาย นายกษิต ภิรมย์ ไปรู้สึก รู้สาในเรื่องเหล่านี้บ้างหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาก็คือว่าความรับผิดชอบอันนี้ จะเกิดขึ้นกับนายกษิตและพวก หรือจะเปึนของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพ ผมเองได้ ติดตามอ่านประวัติกันโดยตลอด ความจริงนายกษิตคือความภาคภูมิใจหนึ่งที่มีการ เป่ดตัวโดยพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะให้ลงผู้แทนก่อนการยึดอํานาจวันที่ ๑๙ กันยายน ว่านี่คือคนของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยความภาคภูมิใจ แต่ว่ากรณีที่มีการเลือกตั้ง ภายหลังนั้น วันที่ ๒๓ ธันวาคมนั้นไม่ได้ลงรับสมัครรับเลือกตั้ง แต่ประเด็นที่คนคาใจว่า ความเสียหายของประเทศภายใต้การกระทําของนายกษิตนี่นะครับ ที่เปึนตัวเลข มีการวิจัยว่า ๒ แสน ๙ หมื่นล้านบาท ท่านไม่จําภาพพ่อค้าปลาคาร์พ พ่อค้ากล้วยไม้ ที่เขาจะต้องล้มละลายจากการกระทําของท่าน แล้ววันนี้ท่านก็นั่งอยู่ เพราะใครขึ้นมา อภิปรายบอกเรื่องเดิม ก็เรื่องเดิมคนผิดก็ยังนั่งลอยนวลกันอยู่ วันนี้ยังมีหน้าบอกว่า จะต้องไปตามคนโน้นมาลงโทษ ก็ตัวเองมีโทษสูงสุดของการประหารชีวิต ยังไม่รู้สึกรู้สา เลยครับ หิริโอตัปปะอยู่ตรงไหน ตัวเองนั่นเปึนอาชญากรสูงสุด เพราะโทษการยึด สนามบิน คือการประหารชีวิต และยังมีหน้าว่าจะต้องไปตามคนโน้น จะต้องตามคนนี้ ลงโทษ ตัวเองนั่นแหละครับจะต้องถูกลงโทษก่อน ที่ผมเรียกร้องเรื่องนี้ก็คือว่าอะไรครับ นายกษิต ภิรมย์ ท่านประธานคงจะจําได้ เหตุที่ใครทําอะไร กษิต ภิรมย์ ไม่ได้ เพราะ นายกษิต ภิรมย์ พูดเอง ว่ารัฐบาลนี้จะต้องกระทําภายใต้เงื่อนไขความต้องการของ พันธมิตรทุกประการ ประกาศย้ําต่างกรรมต่างวาระ ๒ ครั้ง ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานลองมีความรู้สึกสิครับว่า การที่นายกรัฐมนตรีประเทศไทย ท่านอาจจะไม่มี ความรู้สึกรู้สานะ พวกผมเองมีความรู้สึกอายแทนครับ การประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียน ถ้าพวกผมคิดแต่จะก่อกวนขัดขวาง ประชุมกันไม่ได้หรอกครับ แต่เราหลีกให้กับ ประเทศไทยเพราะนี่คือหน้าตาของประเทศ แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จําต้องอุ้มนายกษิต ซึ่งเปึนอาชญากร เปึนผู้ก่อการร้ายสากล โทษสูงสุดคือการประหารชีวิต ไปเปึนตัวแทน ของประเทศไทย ภาพอย่างนี้แหละครับที่มันย่ํายีหัวใจของคนไทย ความเสียหาย ๒ แสน ๙ หมื่นล้านบาท การท่องเที่ยวพังพินาศหมด ก็ท่านไปตั้งคนอื่นแล้วดําเนินคดีกับ คนมีพฤติกรรมอย่างนี้สิครับ เขาจะได้มีความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยพร้อมจะรับ นักท่องเที่ยวกันมาใหม่ แต่นี่เอาคนที่ไปก่อการร้ายยึดสนามบินแล้วมีหน้าบอกว่า ต่อไปนี้ ไม่มีการยึดสนามบิน ไม่เชื่อถามกษิตดูสิ เอาอย่างนั้นหรือท่านประธาน แต่ความเจ็บปวด ที่ผมได้อภิปรายเมื่อวานนี้ ส.ส. ธเนศ เครือรัตน์ ส.ส. จังหวัดศรีสะเกษ และพี่น้องทหาร หาญและพี่น้องคนไทยที่เขารับกับพวกท่านไม่ได้เลย คือท่านเปึนรัฐบาลชุดแรกที่ทําให้ ประเทศไทยเสียดินแดน ตั้งแต่มีการเสียดินแดนยุคล่าอาณานิคม ไม่มีครั้งใดที่ประเทศไทย เสียดินแดนไปแม้แต่ตารางนิ้วเดียว เวลาที่อภิปรายคนอื่นบอกว่า ขายชาติ วันนี้ตัวเอง มาเปึนรัฐบาล ไปตรวจแล้วยังว่าขายชาติที่ว่านั้นเสียดินแดนไปแม้แต่เพียงตารางนิ้วเดียว หรือไม่ ที่ผมตั้งคําถามกับนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ที่เกี่ยวข้องกับ นายกษิต ภิรมย์ นั้น เพราะเกิดเนื่องจากความว่า ท่านไปตั้งคนที่มีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อเวลา จะต้องไปดีกับเขา ไปด่าเขาไว้นี่ครับ แต่ก็เปึนนักเลงที่เปึนนักเลงไม่ครบถ้วน คือนักเลง มันต้องนักเลงทุกวัน แต่นี่เวลาต้องไปเจรจากับเขาเพื่อให้เขามาประชุมสุดยอดผู้นํา อาเซียน ท่านต้องแลกกับดินแดนของประเทศไทยในเขตพื้นที่ทับซ้อน ๒๕๐ เมตร เรื่องนี้ เรื่องใหญ่ครับท่านประธาน ท่านประธานไม่ทราบหรอกครับว่า นายกษิต ภิรมย์ ไม่เคย ประท้วงประเทศกัมพูชา หนังสือที่ผมได้อธิบายความมาทั้งหมด ตั้งแต่วันที่เท่าไรครับ นี่ผมเพิ่มเติมมานะครับ ตั้งแต่หนังสือจากกองบัญชาการกองกําลังสุรนารี รวมกระทั่ง กองทัพภาคที่ ๒ ลงวันที่ ๙ มกราคม จนกระทั่งที่ผมเรียนหนังสือ ๘ ครั้งที่กัมพูชาบุกเข้าไปไม่ว่าจะก่อสร้างที่พัก สร้างถนน เอาทหารบุกเข้ามา เข้ามาตัดไม้ต่างกรรมต่างวาระที่ผมอธิบายกับท่านประธานเมื่อวานนี้ ถามว่าตลอดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม ถามว่าทําไม กษิต ภิรมย์ จึงไม่ทําหนังสือ ประท้วงไปยังกัมพูชา ตอบว่า กษิต ภิรมย์ ต้องไปง้อนายกรัฐมนตรีสมเด็จฮุน เซน ที่ตัวเองไปด่าว่ากุ๊ยกะเลวกะลาด เพื่อให้มาประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียน นายกษิต ภิรมย์ เพิ่งมาสารภาพนี่ครับทาง เอ็นบีที ที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ดูแลอยู่นี่ นั่งตัวเท่ากันเลย ท่านประธานที่เคารพบอกว่ากระทรวงการต่างประเทศทําหนังสือประท้วงไปในวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๒ ถามว่าทําไมต้องรอ ๒ เดือนกว่า ท่านประธานคงจะจําได้ว่าประเทศไทย ประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ วันที่ ๑ มีนาคม รอจนกระทั่งประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนเสร็จทําหนังสือประท้วงหลังจากประเทศไทยเสีย ดินแดนแล้ว นายกรัฐมนตรีได้แสดงความคิดเห็นรู้สึกรู้สาอะไรเรื่องนี้หรือเปล่า นายกษิต ภิรมย์ แลกกับหน้าตาที่ตัวเองไปสร้างปัญหา เพราะถ้านายกษิต ไม่ไปด่าสมเด็จฮุน เซน ประเทศไทยเวลาไปเจรจารัฐมนตรีต่างประเทศ ฮอร์ นัมฮง กัมพูชาก็จะไปอย่างสง่างาม ด้วยความเสมอภาคในฐานะที่ไทยเปึนชาติเอกราช แต่ความที่ต้องไปง้อเขาอย่างไรครับ รักษาหน้ารักษาตาว่ากระทรวงการต่างประเทศรัฐบาลของประเทศไทยสามารถ เอานายกรัฐมนตรีกัมพูชาเข้ามาประชุมได้ เลยจําเปึนต้องแลกกับการเสียดินแดน ผมเอา ท่านไว้บริหารประเทศนี้ไม่ได้หรอกครับ ท่านประธานที่เคารพ รูปภาพต่าง ๆ ทั้ง ส.ส. ธเนศ และผมได้อธิบายความให้ท่านอยู่แล้ว แต่วันนี้ทหารที่เขาอยู่ชายแดน เขามีความเจ็บปวด ไม่ใช่ทหารพวกจัดซื้ออาวุธหาคอมมิชชั่น (Commission) อยู่ ในกรุงเทพฯ อาจจะไม่มีความรู้สึกรู้สา แต่ทหารที่เขาไปเฝัาชายแดนเขามีความรู้สึกว่า ประเทศไทยนั้นถูกเขมรยึดครองจากภายใต้การที่เรามีรัฐมนตรีที่เปึนปัญหาจะต้องไป ง้องอน คนไทยไม่มีความรู้สึกเลยครับว่าเดี๋ยวก็จะต้องมีการส่งสมบัติล้ําค้าของเขมรเก่า ให้กับเขมร คนไทยไม่มีความรู้สึกเลยครับว่าประเทศไทย