ฐิติมา ฉายแสง อภิปรายเกี่ยวกับนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และการเชิญชวนให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนในไทย เธออภิปรายว่านายกษิตภิรมย์เคยเป็นอัครราชทูตไทย และพูดถึงประเทศอื่นในลักษณะที่อาจทำให้เกิดความไม่สบายใจในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เธอยังอภิปรายเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดอาเซียนที่หัวหิน และการไม่มาของสมเด็จฮุน เซน และเรียกร้องให้ผู้สื่อข่าวช่วยสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทั้งสองประเทศ
ขอบคุณค่ะ ท่านประธานคะ มันอาจจะมีคําพูดบางคําอาจจะซ้ํากันได้บ้าง แต่มันเปึนเรื่องการตอกย้ําเพื่อให้รู้ว่า ภูมิหลังของ นายกษิต ภิรมย์ นั้นเปึนอย่างไร น่าเชื่อถือหรือไม่ ดิฉันพูดอยู่ว่าคนอย่าง นายกษิต ภิรมย์ นั้น จะไปเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติ อันนี้ซ้ํากับน้องวิสาระดี ที่เขาสงสัย เหมือนดิฉันสงสัยเหมือนกันว่าถ้าเปึนอย่างนี้จะไปเชิญชวนให้มาลงทุนในไทยได้หรือ เอาละ มันก็เหมือนกับที่ดิฉันเคยพูดไปว่า วันดีคืนดีคนมาลงทุนเขาไม่มั่นใจว่าจะ ป่ดสนามบิน ยึดสนามบินกันอีกหรือเปล่า อันนี้ซ้ํา แต่อยากจะตอกย้ํา ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอเชิญท่านประธานและพี่น้องประชาชนคนไทยที่ชมโทรทัศน์อยู่ทางบ้าน ฟังดิฉัน พูดต่อไปค่ะว่า นายกษิต ภิรมย์ ซึ่งเคยเปึนอดีตเอกอัครราชทูตไทย พูดถึงประเทศอื่น ว่าอย่างไร สมควรที่จะสร้างความไม่สบายใจด้านความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ โดยไม่จําเปึนหรือเปล่า ขอเชิญชุดที่ ๓ ค่ะ
(ฉายวีดิทัศน์เพื่อประกอบการอภิปราย)
ท่านประธานคะ การที่เปึนคนกล้าพูด กล้าแสดงออก ใจถึง พูดแบบไม่มีหูรูดนี่เอง ที่ทําให้พวกเราได้ยินคําเรียกผู้นําประเทศ กัมพูชา ประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยถ้อยคําที่หยาบคาย ที่ด่า สมเด็จฮุน เซน ว่า ไอ้กุ๊ย ไอ้เด็กเมื่อวานซืนบ้า ๆ บอ ๆ หรือ เฮงซวย ท่านประธานพอจะได้ยิน นายกษิต ภิรมย์ ได้มาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ พอเขามาเปึนปุ็บ เอาละสิ ธรรมเนียมปฏิบัติก็ต้องเดินทางไปผูก สัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้าน คงคิดว่าตายละหว่า เวลาเดินทางไปเยืยนประเทศ กัมพูชา ถ้าได้เข้าพบ สมเด็จฮุน เซน จะทําหน้าอย่างไรดีหว่า และเดี๋ยวประเทศไทยก็จะ เปึนภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน อาเซียนซัมมิท ที่หัวหิน และเดี๋ยว สมเด็จฮุน เซน ไม่มาประชุม จบเห่เลย เสียชื่อประเทศไทยแย่ เพราะฉะนั้นเพื่อเอาชีวิตรอดกลับมา เมืองไทย ประกอบกับเพื่อให้การประชุมอาเซียนซัมมิทเปึนไปอย่างราบรื่นไม่เสียหน้า เสียตา ก็เลยใช้คําพูดใหม่ ให้ความหมายมันตรงกันข้ามกับคําว่า ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ไอ้นักเลงข้างรั้วประเทศไทย คือพูดแบบกลับตาลปัตร กลับตาลปัตรคือพลิกหน้ามือเปึน หลังมือ ท่านประธาน ขอเชิญชุดที่ ๔
ภาพนี้นะคะ ขออนุญาตอ่านด้วยนะคะท่านประธาน เพราะเปึนคําพูดของ คุณกษิตซึ่งจะขยายความของภาพนี้ เมื่อไปพบแล้วทําหน้าอย่างไร สังเกตหน้ากันไป นะคะ ผมคิดว่า ท่านฮุน เซน ท่านเปึนผู้หลักผู้ใหญ่ครับ และท่านได้พูดกับผมประโยคแรก ว่า เราเคยรู้จักกันเมื่อ ๒๐ ป้ที่แล้ว เพราะฉะนั้นท่านเปึนผู้หลักผู้ใหญ่พอแล้วก็เปึน สุภาพบุรุษ เปึนผู้อาวุโสสูงสุด ขอภาพนิ่งภาพแรกเก็บไว้เลยนะคะ จับมือกันนะคะ เปึนผู้อาวุโสสูงสุดในแวดวงการเมืองของอาเซียน คิดว่าท่านก็คือ สมเด็จฮุน เซน นั่นแหละ ก็คงจะมองไปข้างหน้าในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน ผมคิดว่าท่าน ไม่ใช่เด็กตอแย และผมคิดว่าพวกเราผู้สื่อข่าวก็อย่าทําหน้าที่หรือพูดตอแยนะครับ เราควร จะรุดหน้าและช่วยกันสร้างสรรค์ให้ความสัมพันธ์เดินไปข้างหน้าได้ นี่นายกษิตเขากล่าว อย่างนี้สํานวนไทยเขาเรียกว่า ตีสองหน้า ท่านประธาน พอฝ์ายค้านอภิปรายถึงตัว นายกษิตว่าไม่เหมาะสมในการดําเนินการทางการทูตกับกัมพูชา เพราะเคย วิพากษ์วิจารณ์สมเด็จฮุน เซน ไว้อย่างรุนแรง นายกษิตก็ตอบว่า ขออนุญาตอ่านค่ะ ฝ์ายค้านทั้งหมดก็ไม่ใช่สมเด็จฮุน เซน นะครับ เพราะท่านสมเด็จฮุน เซน ได้ประพฤติตน ปฏิบัติตนต่อผมเยี่ยงผู้หลักผู้ใหญ่ในทางการเมือง ให้ความกรุณาและการปรึกษาหารือ ร่วมชั่วโมง เปึนไปด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใสและเต็มไปด้วยความสร้างสรรค์นะครับ ส่วนฝ์ายค้านจะพูดอะไรและยกเมฆขึ้นมา ผมขอไม่รับฟังนะครับ ขอพูดแต่ของจริง เอาของแท้มาพูด ขอวีซีดีต่อไปเลยค่ะ
(ฉายวีดิทัศน์เพื่อประกอบการอภิปราย)
เปึนอย่างไร ยกเมฆไหมคะ ท่านประธาน ไม่จริงหรือเปล่า ดังนั้นดิฉันจึงไม่สามารถไว้วางใจคนที่มีภูมิหลังที่ไม่มี หิริโอตัปปะ เปึนหนึ่งในผู้ที่ทําลายทั้งเกียรติภูมิและเศรษฐกิจของชาติไทย เปึนผู้ก่อการร้ายสากล เปึนผู้ที่ไม่ทําตัวอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่เปึนตัวอย่างที่ดีแก่ เยาวชนหรือคนในสังคม เที่ยวทะเลาะเบาะแว้งไปกับคนเขาทั่ว เปึนคนที่ไม่น่าเชื่อถือ พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย และมีความสามารถในการตีสองหน้าได้ ให้มาดํารงตําแหน่ง และยังคงดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเปึนหน้าเปึนตา ต้องไปสร้างภาพลักษณ์ที่ดีไปผูกสัมพันธ์อย่างที่ดิฉันได้พูดไปตั้งแต่ต้น ท่านประธานสภา คะ ในสภาผู้แทนราษฎรเราสมัยก่อน ๆ ถ้าหากรัฐมนตรีท่านใดถูกอภิปรายเยอะ ๆ นี่ บางคนเข้าก็จะแสดง สป่ริต ลาออกทั้ง ๆ ที่ไม่ผิด เช่น คุณนพดล ปัทมะ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือท่านอาจารย์ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคไทยรักไทยเดิม พูดเรื่องให้เอาน้ํามันหมูไปถล่มอิรัก ท่านก็ รับผิดชอบลาออกทันที แต่ท่านประธาน นายกษิต ภิรมย์ ได้รับเลือกมาอยู่ในตําแหน่ง อันสูงส่งนี้ก็เพราะอะไร เพราะนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งดิฉันต้องถือว่า กล้าจริง ๆ ใจถึงมาก ไม่ได้เห็นแก่ประโยชน์ของชาติ แต่กลับเห็นกับประโยชน์ ต่างตอบแทนในบุญคุณของพันธมิตร และ คมช. ทหารที่ทําการเผด็จการรัฐประหารนั่นเอง เพื่ออะไร เพื่อให้ตัวเองนั้นได้ก้าวเข้าสู่อํานาจในการบริหารประเทศเปึนนายกรัฐมนตรี และน่าเสียดายที่สังคมไทยส่วนใหญ่ก็เลยมองคุณอภิสิทธิ์ว่าท่านนั้นไม่เชื่อมั่นในระบอบ ประชาธิปไตยต้องใช้เผด็จการ และท่านก็รู้ทั้งรู้ ท่านเปึนคนตั้งกฎเหล็ก ๙ ข้อ ให้รัฐมนตรี ปฏิบัติ ซึ่งข้อที่ ๖ ได้กําชับรัฐมนตรีว่า รัฐมนตรีทุกคนถือเปึนบุคคลสาธารณะ ในภาวะที่มี ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาความขัดแย้งในสังคมสูง ขอให้รัฐมนตรีปฏิบัติโดยคํานึงถึง ความรู้สึกของประชาชน ไม่อยากให้นําไปสู่เหตุการณ์ที่ทําให้เกิดความไม่เชื่อมั่นศรัทธา ขอให้ระมัดระวังเปึนพิเศษ นี่คือข้อที่ ๖ ใน ๙ ข้อ แต่ท่านประธานคะ หลังจากแต่งตั้ง นายกษิต ภิรมย์ แล้ว ก็มีคําครหานินทาวิจารณ์ต่าง ๆ นานา ลงในหนังสือพิมพ์ ดูในทีวีก็รู้ แต่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้คิดจะแก้ไข ไม่คิดที่จะตรึกตรองว่า ข้อที่ ๖ ของกฎเหล็ก ตัวเองนั้นบังคับตัวเองด้วย ควรจะปลด นายกษิต ภิรมย์ ออกไป ก็ไม่ทํา คนดีเยอะ ๆ ก็มี ไม่แต่งตั้งเสียอย่างนั้น นายกรัฐมนตรียังกล้าหาญตั้งนายกษิตนี่ ดิฉันเลยไม่สามารถ ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เช่นกัน เพราะถือว่าเปึนผู้ก่อการเริ่มต้นเอา นายกษิต ภิรมย์ เข้ามาใน ครม. แห่งนี้ คนเปึน นายกรัฐมนตรี ท่านประธาน เปึนตําแหน่งบริหารประเทศที่สูงที่สุด การใช้วิจารณญาณ ในเรื่องใด ๆ จึงเปึนเรื่องสําคัญ และแน่นอนดิฉันสงสัยในการใช้วิจารณญาณของ นายกรัฐมนตรีต่อเรื่องที่การแต่งตั้ง นายกษิต ภิรมย์ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ แต่ท่านประธานคะ ถึงแม้ดิฉันจะไม่ไว้วางใจทั้ง ๒ คนนี้ อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ดิฉันต้องขอชื่นชม ขอชื่นชมต่อการใช้วิจารณญาณของ นายกรัฐมนตรีต่อเรื่องการถอนร่างพระราชบัญญัติการจัดทําขั้นตอนและวิธีการจัดทํา หนังสือสัญญา พ.ศ. .... ซึ่งเข้าสู่สภาไปเมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม เมื่อวานซืนนี้เอง พวกเรา ฝ์ายค้านนั้น ท่านประธานคะ เราอ่านพระราชบัญญัติ แล้วเราเข้าใจเหมือนกันว่าการทํา หนังสือสัญญาเงินกู้กับประเทศใดก็แล้วแต่ จะกี่หมื่นบาท กี่แสนล้านบาท รัฐบาลต้องปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ คือเอาเข้าสู่สภา แต่รัฐบาลนี้กําลังจะนําเสนอร่าง พระราชบัญญัติ เสียจนมันหมายความว่า สัญญากู้เงินหรือค้ําประกันเงินกู้กี่หมื่น กี่แสน นั้นไม่ต้องเอาเข้าขอความเห็นชอบจากสภา เพราะฉะนั้นดิฉันและ ส.ส. หลายคนของ พรรคเพื่อไทย จึงได้อภิปรายท้วงติง และแจ้งว่าพรรคฝ์ายค้านไม่สามารถรับหลักการ แล้วก็จะไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญร่วมด้วย เพราะว่ามันขัดต่อรัฐธรรมนูญ เราเชื่อ อย่างนั้น ท่านประธาน หลังจากที่ดิฉันอภิปรายร่างพระราชบัญญัตินั้นจบ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้ความกรุณาไปตามหาดิฉันเพื่อที่จะพูดคุยปรึกษา สอบถาม ซึ่งขณะนั้นดิฉันกําลังนั่งรับประทานอาหารเย็นอยู่กับท่าน ส.ส. ละออง ติยะไพรัช ที่นั่ง อยู่ข้าง ๆ ดิฉันนี่นะคะ แต่เราไปนั่งทานอาหารอยู่ในห้องรับประทานอาหาร ท่านก็มา พูดคุย หลังจากนั้นดิฉันก็ได้เห็นท่านขึ้นบัลลังก์ และได้ใช้วิจารณญาณของท่านถอน ร่างพระราชบัญญัติการจัดทําขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญา พ.ศ. .... ออกไป ก่อน เพราะเกรงว่ารัฐบาลอาจจะผิดรัฐธรรมนูญ ถึงแม้ร่างพระราชบัญญัตินี้ได้ผ่าน กฤษฎีกามาแล้วก็ตาม ท่านประธานคะ อันนี้สิคะที่เปึนการใช้วิจารณญาณที่ถูกต้องของ นายกรัฐมนตรี ดิฉันขอชื่นชม แต่เมื่อวานซืน ก็โทษนะคะ เสียฟอร์ม (Form : รูป, รูปร่าง) ไปหน่อยนะคะท่านนายกรัฐมนตรี แต่ส่วนการใช้วิจารณญาณเลือก นายกษิต ภิรมย์ มาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น ดิฉันขอตําหนิ แล้วก็ไม่ไว้วางใจ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ค่ะท่านประธาน