สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๒

ศุภชัย โพธิ์สุ หารือเรื่องปัญหาที่ดินของชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาที่ดิน ซึ่งเป็นประเด็นทางการเมืองที่ยากที่จะแก้ไข และเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศุภชัย โพธิ์สุ เสนอการแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐให้กับประชาชน โดยเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรร่วมแรงร่วมใจในการแก้ไขปัญหานี้ และเสนอให้คณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมรับเอาปัญหานี้ไปศึกษาและแก้ไข

นายศุภชัย โพธิ์สุ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน และการออกเอกสารสิทธิ ขออนุญาตนําเรียนสรุปเปึนประเด็นสั้น ๆ นะครับ เนื่องจากว่า ทางท่านกรรมาธิการหลายท่านก็ได้ทําการชี้แจงทําความเข้าใจกับท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติไปค่อนข้างจะละเอียดชัดเจนแล้วนะครับ ผมขอสรุปว่า ประเด็นปัญหา เกี่ยวกับปัญหาที่ดินของชาติของพวกเรานั้น มันเปึนปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐ กับราษฎร หรือว่ารัฐบาลกับราษฎรที่มีปัญหากันอยู่อย่างที่พวกเราได้อภิปรายมาแล้ว หลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมานั้นไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลชุดไหน ๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเปึน สภาผู้แทนราษฎรชุดไหน ๆ ก็ตามจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาเกี่ยวกับการแก้ไข ปัญหาที่ดินทํากินให้กับราษฎรทุกชุดของสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าปัญหาก็ไม่ได้รับ การแก้ไขอย่างที่ท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลายได้พูดและได้ชี้แจงมานะครับ ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับราษฎร ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศนั้น ผมพอจะแยกเปึนที่มาของปัญหาว่าทําไมการแก้ไขปัญหาจึงล้มเหลว พอที่จะแยกออกได้เปึน ๓ ระดับ

ระดับแรกก็คือว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับ พี่น้องประชาชนได้นั้นเปึนปัญหาที่เกิดขึ้นจากฝ์ายปฏิบัติ คือข้าราชการประจําที่ ดําเนินการปฏิบัติในเรื่องการแก้ปัญหานี้ เพราะว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลที่ดินของรัฐ มีหลายหน่วยงาน มีหลายองค์กรขาดความเปึนเอกภาพในการแก้ไขปัญหา อย่างเช่น กรมที่ดินขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยเปึนเจ้าภาพหลักในการแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับ ประชาชน ส.ป.ก. ขึ้นกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมป์าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชขึ้นอยู่กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมธนารักษ์ ขึ้นกับกระทรวงการคลัง ที่ทหารขึ้นกับกระทรวงกลาโหม ที่ของสหกรณ์ขึ้นกับกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ที่ของการรถไฟขึ้นกับกระทรวงคมนาคม ที่ของกรมพัฒนาสังคม ขึ้นกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และยังมีอีกหลายหน่วยงาน หลายองค์กรที่มีที่ดินอยู่ในครอบครองดูแลอยู่ ฉะนั้นการแก้ไขปัญหาที่เกิดข้อพิพาท ระหว่างรัฐกับราษฎรอยู่จึงเดินหน้าไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้ นอกจากขาดความเปึนเอกภาพ อยู่คนละหน่วยงาน อยู่คนละองค์กรแล้ว แต่ละหน่วยงานก็มีอาณาจักรของตนเอง มีกฎหมายของตนเอง มีระเบียบของตนเอง การแก้ไขปัญหาจึงไม่ลงรอยกัน ไม่เปึนเอกภาพ อย่างเช่นผมขอยกตัวอย่างของท่าน ส.ส. วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ที่ตรงนี้ปัญหานิดเดียวเท่านั้นนะครับ องค์การทหารผ่านศึก ต้องการที่ดินจากกรมป์าไม้ ขอที่ดินจากกรมป์าไม้มาจัดสรรให้ทหารผ่านศึกและพี่น้อง ประชาชนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทหารผ่านศึก แต่พอมาจัดสรรบังเอิญองค์การทหารผ่านศึก ไม่มีเอกสารสิทธิใด ๆ ที่จะให้เปึนเอกสารสิทธิกับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลประโยชน์ ก็มีการประกาศเขต ส.ป.ก. ครอบคลุมพื้นที่รอบ ๆ แล้วออก ส.ป.ก. พี่น้องประชาชนก็ขอ เปลี่ยนจากการดูแลขององค์การทหารผ่านศึกมาเปึนการดูแลของ ส.ป.ก. องค์การ ทหารผ่านศึกก็คืนที่ตรงนั้นให้กับกรมป์าไม้เพื่อที่จะให้กรมป์าไม้มอบที่ตรงนี้ให้กับ ส.ป.ก. มาดําเนินการให้กับประชาชน ส.ป.ก. เตรียมการอะไรหมดแล้วครับ แต่ว่ากรมป์าไม้พอได้ ที่คืนไป ๑๕,๐๐๐ ไร่ ได้ที่ตรงนี้คืนไป กรมป์าไม้ไม่ทําอะไรเลยครับ ผมศึกษาลงลึก ในรายละเอียดเลยรู้ว่าที่กรมป์าไม้ไม่มอบที่ตรงนี้ให้กับ ส.ป.ก. ไปดําเนินการให้กับ ประชาชนนั้น เพราะกรมป์าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหวงแหน เอาไว้ดําเนินการเอง ดําเนินการเองอย่างไรครับ แทนที่จะมอบให้ ส.ป.ก. ไปจัดสรรเปึนที่ ส.ป.ก. ให้กับประชาชน แต่กรมป์าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีนโยบายของตนเองว่าจะมอบที่ตรงนี้ให้ประชาชนในนาม สทก. สิทธิทํากิน ซึ่งพี่น้อง ประชาชนก็ไม่ต้องการไม่อยากจะได้ ไม่อยากจะได้ก็ไม่ดําเนินการให้มันก็เลยคาราคาซัง กันอยู่อย่างนี้มาโดยตลอดครับ ฉะนั้นความเปึนเอกภาพไม่มี แต่ละหน่วยงาน แต่ละองค์กรมีกฎหมายของตนเอง มีแผนที่แนบท้ายกฤษฎีกาของตนเองซึ่งแตกต่างกัน นี่คือประเด็นหลักนะครับ ผมขอยกตัวอย่างว่าถ้าข้าราชการเราการแก้ปัญหามีความเปึน เอกภาพสามารถที่จะดําเนินการไม่แยกเขาไม่แยกเรา เอาผลประโยชน์ของประชาชน เปึนที่ตั้งการแก้ปัญหาจะสําเร็จลุล่วงได้ดี ผมยกตัวอย่างเช่น กรณีคณะกรรมาธิการ เราได้รับการร้องเรียนจากประชาชนตําบลช้างเผือก อําเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส บอกว่ามีการซื้อขายที่กัน ๓๑ แปลง เปึน น.ส. ๓ ก แต่ว่าซื้อขายกันแล้ว ๒,๐๐๐ กว่าไร่ ไม่สามารถที่จะทํานิติกรรมโอนกันได้ พอที่ดินทําเรื่องไปถึงท่านนายอําเภอ ท่านนายอําเภอเปึนนายทะเบียนก็ไม่เซ็นทํานิติกรรมให้ ต้องร้องทุกข์มาถึง คณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการก็เชิญท่านนายอําเภอ เชิญตัวแทนกรมที่ดินมาปรึกษาหารือกัน ถามว่าทําไมท่านนายอําเภอจึงไม่ยอมเซ็นโอน ที่ดิน ทํานิติกรรมระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขายเขา ท่านนายอําเภอให้เหตุผลบอกว่าได้สืบทราบ ในเชิงลึกว่าที่ดิน ๓๑ แปลง ๒,๐๐๐ กว่าไร่นี้อาจจะออก อาจจะมีการออกเอกสารสิทธิ น.ส. ๓ ก ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่ยอมทํานิติกรรมให้ ทั้ง ๆ ที่การออก น.ส.๓ ก นี้นะครับได้ออกมาเปึน ๑๐ กว่าป้แล้วมีการเปลี่ยนมือ มีการซื้อขายกันไปหลายรอบ หลายตลบแล้ว แต่นายอําเภอสืบทราบมาเปึนการภายในในเชิงลึกอาจจะออกเอกสารสิทธิ โดยมิชอบ คณะกรรมาธิการต้องเชิญตัวแทนจากกรมที่ดินมาชี้แจงว่า ถ้าหากนายอําเภอ สืบทราบมาว่าการออกเอกสารสิทธิตรงนี้อาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมายก็สามารถตั้ง คณะกรรมการสืบสวน สอบสวนได้และสามารถที่จะยกเลิกเพิกถอนได้ในอนาคตหลังจาก ที่ตรวจสอบแล้วว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายจริง ๆ แต่ในขณะที่สืบสวน สอบสวนนี้ ทางนายอําเภอไม่สามารถที่จะระงับยับยั้งการทํานิติกรรมใด ๆ ของเขาได้ ตัวแทน กรมที่ดินมายืนยันต่อหน้าคณะกรรมาธิการ ท่านนายอําเภอได้มีการบันทึกเอาไว้ ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ นายอําเภอจึงรับไปทํานิติกรรมให้กับพี่น้องประชาชน ท่านเห็นไหมครับ ถ้าหากว่าข้าราชการทุกฝ์ายได้มีการศึกษาระเบียบกฎหมาย อย่างจริงจัง แล้วมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนปัญหาหลาย ๆ ปัญหาได้รับการแก้ไขและผมไม่มีเวลาพอในการที่จะยกตัวอย่างว่า คณะกรรมาธิการ เราได้ศึกษาลงในรายละเอียดแต่ละเรื่องแต่ละประเด็นนั้นได้แก้ไขปัญหาให้พี่น้อง ประชาชนอย่างไร แม้แต่ของท่านสุวโรช พะลัง นี่นะครับ หลังจากที่ได้เอกสารฉบับนี้ ออกมานี่นะครับ ท่านสุวโรช พะลัง ใช้ประโยชน์จากเอกสารของคณะกรรมาธิการ ได้ประโยชน์มากเลยครับ เอาไปเป่ดให้แต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบที่ดินแต่ละแห่ง ๆ เอาแนวทางนี้ไปแก้ไขปัญหาก็สามารถแก้ไขปัญหาไปได้ ฉะนั้นการแก้ไขปัญหาไม่สําเร็จ ลุล่วงได้นั้น ปัญหาหลัก ๆ ก็อยู่ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ขาดความเปึนเอกภาพและขาด ความเอาใจใส่ในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพราะเขาถือว่าธุระไม่ใช่ถ้าไม่ทํา อะไร ถ้าสมมุติว่าไปตัดสินใจแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน ความไม่แน่นอนของ ฝ์ายนโยบาย ความไม่ละเอียดของฝ์ายกฎหมายก็อาจจะทําให้เขามีโอกาสติดคุกได้ แต่ถ้าเขาอยู่เฉย ๆ ไม่ทําอะไรเลยเขาก็ไม่เดือดร้อนแต่ประชาชนเดือดร้อน นี่คือปัญหา ระดับที่ ๑ ครับ

ปัญหาระดับที่สอง ก็คือว่าการแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐให้กับ พี่น้องประชาชนไม่สําเร็จลุล่วงได้ดีนั้นมาจากกฎหมาย ระเบียบกฎหมายต่าง ๆ ที่พูด มาแล้ว ฉะนั้นประเด็นนี้ผมขอเรียนว่า ในฐานะที่พวกผมเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ศึกษาเรื่องนี้มาโดยละเอียดแล้วนี่อยากจะขอร้องท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพวกเราซึ่งเปึนฝ์ายนิติบัญญัติได้ร่วมแรงร่วมใจกันครับ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันว่าต่อไปนี้ จะทําอะไรอย่างไร ซึ่งวันนี้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ศึกษาละเอียดแล้วนะครับ ถ้าสภามีมติเห็นชอบตามคณะกรรมาธิการวิสามัญ นอกจากส่งไปให้ทางฝ์ายรัฐบาล ไปดําเนินการแก้ไขตามที่ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการแล้ว พวกเราก็คิดว่าทางท่าน ทางคณะกรรมาธิการสามัญที่มีชื่อว่าคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมควรจะรับเอาปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ไปดําเนินการศึกษาและทําการแก้ไข ในโอกาสต่อไปด้วย เพราะว่าต้องอาศัยความกล้าหาญของฝ์ายนิติบัญญัติเรา ทําการศึกษากฎระเบียบที่เก่าคร่ําครึแล้วก็ล้าหลังล้าสมัยมาก ๆ เอามาปฏิรูปสังคายนา กันใหม่ แก้ไขให้ทันยุคทันสมัยและกฎหมายต่าง ๆ นั้นต้องสามารถนําไปสู่การแก้ไข ปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ ตรงนี้ผมก็ฝากความหวังไว้กับที่สภาผู้แทนราษฎรของเรา แห่งนี้นะครับ ขออย่าแยกเขาอย่าแยกเราทุ่มเทเอาใจใส่จริง ๆ จัง ๆ กฎหมายตรงไหน ควรแก้ ระเบียบตรงไหนควรแก้ก็ต้องเอาขึ้นมาแก้ไขกันนะครับ

ส่วนประเด็นสุดท้ายนะครับที่อยากจะเรียนว่า การแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนจะสําเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับฝ์ายบริหารหรือฝ์ายรัฐบาลในแต่ละยุค ในแต่ละสมัย ผมถามว่าผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญออกมาอย่างนี้แล้ว ถ้ารัฐบาลรับไปแล้ว รัฐบาลกล้าไหมครับที่จะแก้ไขเรื่องปัญหาที่ดินของชาติ ตรงนี้คือปัญหาที่สําคัญ เพราะที่ผ่านมานั่นไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลของพวกเรา มักจะหยิบเรื่องนี้ไปเปึนประเด็นทางการเมือง จึงทําให้การแก้ไขปัญหาของพี่น้อง ประชาชนไม่ได้ แม้แต่เรื่อง ส.ป.ก. เดี๋ยวนี้ประกาศเขต ส.ป.ก. ครอบคลุมพื้นที่ทุกอําเภอ ทั้งหมด ๔๔ จังหวัด และ ๒๕๐ กว่าอําเภอ ประกาศครอบคลุมเอาไว้เฉย ๆ ครับ ไม่ได้ทํา อะไรเลย เพียงแต่แนวทาง ส.ป.ก. ในป้ประมาณป้ ๒๕๔๔ นี่นะครับ หวังว่าจะประกาศ เขต ส.ป.ก. ครอบคลุมเอาไว้แล้วก็จะซื้อที่ดินจากนักธุรกิจ จากนายทุนจากคนที่มีที่ดิน เยอะ ๆ แล้วเอามาจัดสรรให้กับพี่น้องประชาชนไป แต่ ส.ป.ก. ก็ได้แต่เพียงคิด ผลของ การประกาศ ส.ป.ก. ครอบคลุมไว้ทั้งอําเภอ นํามาให้พี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนอย่างหนัก ที่หัวไร่ปลายนาก็ตาม ที่ชุมชนเมือง ที่สาธารณะอะไรก็ตาม ไม่สามารถที่จะไปออกเอกสารสิทธิอะไรได้เลย ที่หัวไร่ปลายนาพี่น้องประชาชนไปขอ ออกเอกสารสิทธิกับสํานักงานที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน ที่ดินเขาก็จะส่งเรื่องไปให้ ส.ป.ก. ตรวจสอบ ส.ป.ก. แล้วก็จะบอกว่าที่ตรงนี้ไม่สามารถจะออกเอกสารสิทธิได้ เพราะอยู่ในเขตที่ประกาศทับพื้นที่ของ ส.ป.ก. ครอบอยู่ นี่คือพี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนอย่างนี้ หลายยุคหลายสมัย ผมเชื่อว่า ส.ส. ของพวกเรารู้ปัญหาหมดครับ แต่ว่าไม่มีใครกล้าแตะ รัฐบาลชุดไหน ๆ ก็ตามไม่มีใครกล้าไปแตะ เพราะแตะเข้าไปก็จะ เปึนประเด็นทางการเมืองเลย อย่างเช่น ส.ป.ก. ที่จังหวัดภูเก็ต ก็เปึนประเด็นทางการเมือง ล้มรัฐบาลก็ได้ ฉะนั้นการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนประเด็นนี้ทําไม่ได้ครับ ผมจึง เรียนว่ารัฐบาลชุดนี้หลังจากได้รับเอาผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ไปแล้ว กล้าไหมที่จะแก้ปัญหาตามแนวทางที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษาเอาไว้ อย่างละเอียดแล้ว ท่านที่เคารพครับ ผมขอเรียนว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ตลอดถึงคณะอนุกรรมาธิการทั้ง ๔ คณะ ๔ ภาค ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจศึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินที่มีปัญหาความขัดแย้งอยู่ระหว่างรัฐและราษฎรนี้ อย่างทุ่มเทและเสียสละจริง ๆ ครับ ผลการศึกษาก็ออกมาชัดเจนแล้วว่าค่อนข้างจะ ละเอียดกว่า ทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ก็หวังเปึนอย่างยิ่งครับว่า การแก้ไขปัญหาที่ดินของพี่น้องประชาชนทั้งคนไทยทั้งประเทศนั้น จะสําเร็จลุล่วงไปได้หรือก้าวหน้าไปได้ คืบหน้าไปได้ในช่วงสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้นะครับ เราก็หวังอย่างนั้นจริง ๆ แต่ถ้าสมมุติว่าสภาชุดนี้มีอันเปึนไปก่อนที่การแก้ไขปัญหาของ พี่น้องประชาชนจะสําเร็จลุล่วงไปได้นั้น ผมขอเรียนต่อที่ประชุมสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ได้เลยนะครับว่า มีการเลือกตั้งสมัยหน้าใครเข้ามาเปึน ส.ส. ก็ตามเถอะครับ ขออย่าได้ตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาเกี่ยวกับเรื่องที่ดินอีกเลย เพราะคณะกรรมาธิการชุดนี้ศึกษา ไว้ละเอียดแล้ว เพียงแต่ว่ารัฐบาลจะทําไหม จะปฏิบัติไหมเท่านั้น ฉะนั้นอย่าตั้งขึ้นมาอีก เลยนะครับ ให้เสียงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรเรานะครับ ฉะนั้นก็ฝากท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านได้เก็บไปเปึนการบ้านไปช่วยกันคิดนะครับว่า เราจะดําเนินการขยายผล จากผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญอย่างนี้ไปอย่างไร

ท้ายสุดนี้ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ที่กรุณาได้แสดงความคิดความเห็นให้ข้อคิดกับทางคณะกรรมาธิการของพวกเรา ยืนยัน นะครับว่า ทุกข้อเสนอแนะคณะกรรมาธิการเราจะได้สรุปประมวลมา แล้วก็ส่งไปพร้อมกับ ผลการศึกษาชุดนี้ให้กับทางรัฐบาลได้ไปดําเนินการต่อไป ผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานในที่ประชุมแห่งนี้ด้วยนะครับ ในคราวประชุมสัมมนาปัญหาที่ดินระดับชาติ อยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับเกียรติจากท่านรองประธานอภิวันท์ วิริยะชัย ให้เกียรติ ไปเปึนประธานเป่ดการอบรมสัมมนาในครั้งนั้น ทางคณะกรรมาธิการก็ต้อง ขอกราบขอบพระคุณเปึนอย่างสูงไว้ ณ โอกาสนี้และสําคัญที่สุดนั้น ผลงานชิ้นนี้ออกมา ได้เปึนที่ประทับใจกับทุก ๆ ท่าน ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการวิสามัญทุกท่าน ทุกคนที่ได้ทุ่มเทเสียสละ ช่วยคณะกรรมาธิการเราให้มีผลงานออกมาให้เปึนแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาที่ดินของชาติ ขอกราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านครับ