นริศ ขํานุรักษ์ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน โดยเรียกร้องให้รัฐปฏิบัติตามนโยบายที่ให้ไว้ โดยการเพิ่มศักยภาพของหน่วยงานต่างๆ ในการรังวัดแนวเขตและจัดทําแนวเขตให้ชัดเจนกว่านี้เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดในการสนับสนุนโครงการพระราชดําริที่มีอยู่ในประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินในประเทศ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตได้ตั้งข้อสังเกต และมีข้อเสนอแนะบางประการ และจะขออนุญาตฝากคําถามไปยังคณะกรรมาธิการ วิสามัญต่อรายงานผลการพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินทํากินและการออกเอกสารสิทธิ เหตุเพราะว่าผมได้ศึกษารายงานผลการพิจารณาศึกษาที่รายงานต่อสภามาก่อนหน้านี้ แล้วส่วนหนึ่ง เพราะว่าทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ส่งมอบเรื่องดังกล่าวนี้ต่อ คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ซึ่งถือว่า เปึนมิติที่ดีมิติหนึ่งในการที่คณะกรรมาธิการวิสามัญหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจก็ได้ส่งมอบ ให้กับคณะกรรมาธิการสามัญ และเรื่องนี้ก็ถือเปึนตัวอย่างที่ดี เพราะยังมีอีกหลายเรื่องครับ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแล้วไม่ยอมส่งมอบต่อคณะกรรมาธิการสามัญ การทําหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้จึงควรได้รับการยกย่องนะครับ เพราะว่า เรื่องของท่านทั้งหลายนี่จะไม่หายไป จะไม่จบสิ้นลง เพราะว่าคณะกรรมาธิการสามัญ ได้รับเรื่องนี้พิจารณาต่อไปแล้วหลายเรื่อง
๒. ผมได้ศึกษาเรื่องนี้เพราะว่าเปึนเรื่องที่ค้างการพิจารณามา หลายอาทิตย์ ประกอบกับผมได้ให้ความสนใจต่อปัญหาเรื่องที่ดินทํากินของ พี่น้องประชาชน ซึ่งเดิมคิดว่าเปึนปัญหาทั่วไป แต่ขณะนี้ถือว่าเปึนปัญหาสําคัญ ระดับชาติ แม้ว่าในนโยบายของรัฐบาลชุดนี้นะครับ จะปรากฏเรื่องการจัดแบ่งประเภท ที่ดินระหว่างที่ดินของรัฐและเอกชนให้ชัดเจน โดยการเร่งจัดทําแนวเขตการใช้ประโยชน์ ที่ดินไว้เปึนนโยบายของรัฐบาลชัดเจน ในรัฐบาลชุดอื่นมีบ้าง แต่ว่าไม่ได้เขียนไว้ชัดเจน เหมือนกับนโยบายของรัฐบาลชุดนี้นะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมได้พบข้อจํากัดของ การจัดทําแนวเขตการสํารวจรังวัดเพื่อที่จะจัดทําแนวเขต เพราะว่าแนวเขตคือหัวใจของ การแก้ปัญหาที่ดินทํากินครับ ขณะนี้เราไม่แน่ใจว่าบางพื้นที่ประชาชนทับที่รัฐ บางพื้นที่ก็บอกว่ารัฐทับที่ประชาชน เราไม่สามารถที่จะหาองค์กรหน่วยงานใดมาชี้ได้ครับว่าใครทับใคร การรังวัดแนวเขตที่ ชัดเจนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะเปึนการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทํากินได้ หน่วยงานที่มี หน้าที่มีบทบาทในการรังวัดแนวเขตไม่ว่ากรมป์าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ส.ป.ก. (สํานักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) รวมทั้งกรมที่ดินล้วนแล้วแต่ มีคนน้อยมีงบประมาณน้อยแล้วก็ต้องใช้ระยะเวลายาวนานมากไม่ทันที่จะแก้ไขปัญหา ที่เดินเข้ามาทุกวัน ขณะนี้ในกรุงเทพมหานครดูได้ครับ หน้าทําเนียบเรื่องที่ทํากิน หน้าสภาเรื่องที่ทํากิน หน้าพรรคประชาธิปัตย์เรื่องที่ทํากิน แล้วที่ยังไม่มาอยู่บริเวณ ต่างจังหวัดก็อีกมากมาย ผมคิดว่าถ้ารัฐจะได้ปฏิบัติตามแนวนโยบายที่ให้ไว้ต่อสภา โดยการเพิ่มศักยภาพทั้งคน เครื่องมือ และคุณภาพของคนในการที่จะทําแนวเขตให้กับ กรมป์าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์าและพันธุ์พืช กรมที่ดินแล้วก็หน่วยงานที่มีหน้าที่ ในการรังวัดทั้ง ส.ป.ก. ผมคิดว่าน่าจะแก้ไขปัญหาได้ในระดับหนึ่งนะครับ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเปึนประเทศที่มีที่ดินหลายลักษณะมากนะครับ ผมคิดว่าหากจะได้มี การปฏิรูปเรื่องที่ดินเสียสักครั้ง ผมไม่แน่ใจว่าในคณะกรรมาธิการได้หยิบยกพิจารณา เรื่องนี้หรือไม่ เรามีการแยกที่ดินออกเปึนหลายลักษณะมากเกินไปที่จะแก้ไขปัญหาได้ ผมคิดว่าที่ดินไม่ควรที่จะมีหลายลักษณะ อาจจะมีที่สาธารณะสักอย่างหนึ่ง มีป์าสงวน ที่เปึนป์าเศรษฐกิจสักอย่างหนึ่ง และมีป์าสงวนที่เปึนป์าอนุรักษ์ สัก ๒-๓ อย่างแค่นี้ครับ แล้วก็สามารถดําเนินการต่อไปได้ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าหลายจังหวัด หลายพื้นที่ ได้จัดทํารังวัดแนวเขตเสร็จเรียบร้อย แต่ว่าปัญหาก็ยังไม่จบครับเพราะว่าแนวเขตที่ชัดเจน ยังไม่มี โดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาตินะครับ การจัดทําแนวเขตแค่การฝังหมุด วางเสา ไม่พอสําหรับการจัดทําแนวเขตวันนี้ คนขุดได้ ย้ายได้ ผมอยากจะให้คณะกรรมาธิการได้เสนอ หรือถ้าเห็นด้วยกับข้อเสนอผมก็คือ ทําแนวเขตให้ชัดเจนกว่านี้ครับเพราะว่าแนวเขต ธรรมชาติมีอยู่แล้วที่ไม่ทําก็มากมาย หลายพัน หลายหมื่นกิโลเมตร แนวเขตทําเฉพาะ ที่อนุรักษ์กับที่ชาวบ้านเท่านั้นนะครับ ซึ่งก็ไม่น่าจะมีมาก รัฐต้องทุ่มเทงบประมาณไป ทํารั้วได้ทํารั้วครับ ทํารั้วไม่ได้ทําสลิง (Sling : สายโยง) กั้นแบ่งให้ชัดนะครับ ถ้ายังแบ่ง ไม่ชัดแก้ปัญหานี้ไม่ได้ นี่สําหรับพื้นที่ที่เปึนอุทยาน ส.ป.ก. เช่นเดียวกันครับ ส.ป.ก. ส่วนหนึ่ง ที่เก็บไว้ในมือไม่สามารถมาจัดรูปที่ดินได้เก็บไว้ทําไมครับ ส.ป.ก. ที่ถ้าศักยภาพจัดให้ ประชาชนเท่าไรได้ก็ทําเต็มที่ แต่ว่ามีส่วนหนึ่งที่ ส.ป.ก. ทําไม่ได้ก็คือ ส่วนที่ประชาชน ครอบครองและไม่จัดทํากิจกรรมในทางเกษตร นี่ ส.ป.ก. รีบส่งคืนกรมป์าไม้ไป เพราะว่า กรมป์าไม้มีกฎหมายที่เอาผิดกับคนเหล่านี้ได้ในขณะที่ ส.ป.ก. เอาผิดไม่ได้ พื้นที่เหล่านั้น ที่เปึนรีสอร์ท (Resort : การอาศัย) พื้นที่เหล่านั้นที่ไปทําส่วนอื่นที่ไม่ใช่เกษตรก็รีบมอบส่ง กรมป์าไม้ไป กรมป์าไม้ก็ใช้กฎหมายป์าไม้ขับไล่ดําเนินคดีออกจากพื้นที่ สําหรับ ส.ป.ก. ผมมีข้อเสนอว่าส่วนที่สามารถปฏิรูปได้รีบเร่งปฏิรูปให้เสร็จโดยเร็ว
๓. ส่วนที่ปฏิรูปไม่ได้รีบส่งกรมป์าไม้เพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเร็ว ทั้งดําเนินคดีกับคนที่เข้าไปยึดครอง แล้วก็ไม่ประกอบอาชีพทางการเกษตร ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ส.ป.ก. พื้นที่ที่เปึน ส.ป.ก. ที่กรมอุทยาน กรมป์าไม้ได้ออก ส.ป.ก. พื้นที่เหล่านี้ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าเปึนพื้นที่จนถึงวันนี้ผมไปพบ บางพื้นที่ไม่สามารถทําการเกษตรได้ แบ่งให้ประชาชนไปครอบครัวละ ๓๐ ไร่ รุ่นที่ ๒ นี่เหลือคนละ ๕ ไร่ เพราะว่ามีลูก ๖ คน เหลือคนละ ๕ ไร่ รุ่นที่ ๓ นี่จะเหลือ คนละ ๑ ไร่ ซึ่งไม่สามารถที่จะประกอบอาชีพทางการเกษตรได้เลย และพื้นที่ส่วนใหญ่ ที่กรมป์าไม้ตัดมอบไปให้นี่ประกอบอาชีพทางการเกษตรไม่ได้ เพราะว่าปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะน้ําไม่มีในพื้นที่ ผมจึงขออนุญาตท่านประธานว่า นอกจากพื้นที่ที่มอบในรูป ส.ป.ก. นอกจากพื้นที่ที่มอบในที่ สทก. (หนังสืออนุญาตให้มีสิทธิทํากินชั่วคราว) และพื้นที่ ราชพัสดุที่กําลังเร่งสํารวจจากส่วนราชการที่ครอบครองเกินความจําเปึน ผมคิดว่า นอกจากแบ่งปันให้ประชาชนแล้ว ต้องเข้าไปพัฒนาด้วยนะครับ ต้องไปดูแหล่งน้ํา ต้องไปดู ถนนหนทาง ถึงจะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทํากินได้นะครับ ผมจึงขออนุญาตเรียน ท่านประธานเปึนเรื่องต่อมาก็คือ เรื่องของการโซนนิ่งพื้นที่ ก็เปึนเรื่องสําคัญนะครับ ในการแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินนะครับ ยกตัวอย่างจังหวัดผมครับ จังหวัดพัทลุงมีที่ราบสูง พี่น้องประชาชนปลูกยางพารา ปลูกผลไม้ ที่ราบตอนกลางพี่น้องประชาชนปลูกข้าว แล้วก็เปึนแหล่งข้าวที่ใหญ่ที่สุด เทียบกับพื้นที่ในจังหวัดต่อจังหวัดแล้วพัทลุงเปึนพื้นที่ที่มี การปลูกข้าวมาก แต่ว่าขณะนี้พื้นที่ปลูกยางพารารุกข้าว พื้นที่ปลูกปาล์มน้ํามันลงมารุกข้าว แล้วก็ยางพาราที่ลงมาปลูกในพื้นที่ทํานานี่ไม่ได้ผลอีกนะครับ เหล่านี้ครับเปึนปัญหาของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ล้วนแต่จะเปึนปัญหาเรื่องที่ดินทํากินทั้งสิ้น ผมอยากให้มีการ โซนนิ่งเสียให้ชัดเจนว่า พื้นที่ไหนควรเปึนสวนยางพารา ผลไม้ พื้นที่ส่วนไหนควรจะเปึน ปาล์ม และพื้นที่ไหนควรจะเปึนนาข้าว โดยประชาชนจะต้องมีข้อมูล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ สําหรับแต่ละพื้นที่ เรียนท่านประธานต่อไปอีกนิดหนึ่งนะครับว่า พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ หลายอุทยานแห่งชาติ ขณะนี้คนเข้าไปอยู่มากมายเต็มพื้นที่ ปัญหาก็คือจะทําอย่างไร กับคนที่อยู่ในพื้นที่เหล่านั้น การอพยพออกทําได้ยากครับ เพราะอยู่เปึนครอบครัว อยู่เปึน สังคม การอพยพออก หาที่ใหม่ก็เท่ากับมาบุกรุกพื้นที่ใหม่นะครับ ผมขอเสนออย่างนี้ ได้ไหมครับ รัฐลงทุนสักครั้งได้ไหมครับ ซื้อที่ดินทั้งหมดนี่คืนจากประชาชนที่เข้าไปบุกรุก แล้วก็ไม่ต้องไปจัดสรรที่ดินใหม่ให้ ให้เขาไปหาซื้อเอาเอง สักครั้งหนึ่งสํารวจให้ครบมี เท่าไรแล้วรับซื้อเลย ผมคิดว่าน่าจะแก้ไขปัญหาได้ในระดับหนึ่งนะครับ เช่นเดียวกัน ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์าก็เหมือนกับเขตอุทยานแห่งชาติ ผมจึงขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า ผมมีปัญหาในพื้นที่ปัญหาหนึ่ง ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์าเขาบรรทัด มีหมู่บ้านอยู่หมู่บ้านหนึ่งชื่อ หมู่บ้านตระ ชายแดน ๓ จังหวัด จังหวัดพัทลุง จังหวัดสตูล และจังหวัดตรัง เปึนที่ราบ เปึนที่เกิดของลุ่มน้ําในจังหวัดตรัง จังหวัดสตูล และ จังหวัดพัทลุง เดิมเขาบอกเปึนหมู่บ้านมีคนขึ้นไปอยู่อาศัย เดิมเปึนค่ายของคอมมิวนิสต์ แห่งประเทศไทย และหลังจากที่คอมมิวนิสต์หมดไปจากพื้นที่ดังกล่าว คนขึ้นไปบุกรุก ในสมัยป้ ๒๕๓๓-๒๕๓๔ ในสมัยที่ท่านชวนเปึนนายกรัฐมนตรี มีคนอยู่แค่ ๗ ครอบครัว ไม่กี่สิบคนนะครับ แต่ขณะนี้คนร่วม ๒,๐๐๐ คนขึ้นไปอยู่ และเมื่อคนเข้าไปอยู่ก็ต้อง ทํามาหากิน และกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมอยากให้ทาง คณะกรรมาธิการวิสามัญนี่ครับ ช่วยกรุณาส่งข้อมูลนี้ มีความเห็นอย่างไร หากเห็น สอดคล้องกับผมก็ให้ส่งข้อมูลนี้ไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์าเขาบรรทัด ไปยังกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช เร่งรีบแก้ไขปัญหาโดยด่วน หากให้เขาอยู่เขาอยู่อย่างไร ฟุ๋นฟูสภาพป์านี้อย่างไร หากไม่ให้อยู่จะอพยพเขากลับลงมาอย่างไร ผมถือว่าเปึนปัญหา เร่งด่วน เพราะว่าป์าตระนี้ถือว่าเปึนหลังคาของป์าในป์าเขาบรรทัดที่หล่อเลี้ยงคน ๓ จังหวัด หากหลังคานี้รั่ว ผมคิดว่าโศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้นกับคนใน ๓ จังหวัดนี้ อย่างแน่นอน
ผมกราบเรียนกับท่านประธานเรื่องสุดท้าย ก็คือ แนวปัญหาที่ดินทํากิน ของคนในประเทศไทยเรามีโครงการพระราชดําริที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้มากมาย ผมได้อ่าน ในรายงาน ไม่พบว่าท่านหยิบยกเรื่องการใช้แนวพระราชดําริมาแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดิน ทํากินมากนักในรายงานของท่านอยากให้ท่าน ถ้ามีโอกาสได้ศึกษาเพิ่มเติม หรือหากเห็น กับความเห็นผม ขอท่านได้มีหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าโครงการบ้านเล็ก ในป์าใหญ่ โครงการป์ารักษ์น้ํา โครงการฟาร์มตัวอย่าง โครงการพิกุลทอง โครงการ หมู่บ้านจุฬาภรณ์ รวมทั้งเรื่องโครงการเศรษฐกิจพอเพียง เหล่านี้เปึนหัวใจของการ แก้ปัญหาเรื่องที่ดินทํากินของประเทศ อีกครั้งหนึ่งครับ เราไม่จําเปึนจะต้องคิดค้น นวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาเลย เพียงแต่ว่าเราช่วยกันสนับสนุนโครงการพระราชดําริที่มีอยู่ แล้วมากมายในประเทศ ผมคิดว่าเราสามารถที่จะแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินได้ ผมต้อง ขอบพระคุณและให้กําลังใจคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้ศึกษาปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง มาโดยตลอด และผมคิดว่าเปึนคณะกรรมาธิการหนึ่งที่ทํางาน แล้วก็หากหน่วยราชการ ได้นําผลการศึกษาเรื่องนี้ไปแก้ไขปัญหา ผมคิดว่าจะเปึนมรรคเปึนผลต่อบ้านเมือง ในวันข้างหน้าต่อไปนะครับ ผมกราบขอบคุณท่านประธานครับ