สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๕ มีนาคม ๒๕๕๒

อิส มะหะมัดยังกี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสตูล หารือเรื่องการแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นย้ำว่าความรุนแรงเกิดขึ้นเนื่องจากนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาลในสมัยนั้น และเรียกร้องให้รัฐบาลชุดนี้ยอมรับความจริงและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแก้ปัญหาที่ถาวรยั่งยืนได้

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์ อสิ มะหะมัดยังกี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสตูลนะครับ วันนี้ก็เปึน วาระรับทราบเรื่องผลการดําเนินงานของกระทรวงกลาโหม ผมจะไม่กล่าวหาใคร แต่ถ้ากรรมและวิบากกรรมเกิดขึ้นจากการก่อกรรมทําเข็ญของผู้ใดท่านก็รับไปตามกรรม ก็แล้วกันครับ ผมเกิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ย้ายไปจากบ้านเกิดก็ประมาณ อายุ ๑๗ ป้แล้ว แต่ญาติพี่น้องผมมากมายที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ประสบ ความเดือดร้อนแสนสาหัสไม่สามารถทํามาหากินได้ บางคนก็ถูกยิงจนถึงเสียชีวิตนะครับ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาลในสมัยก่อน ๆ และ ไม่ควรให้เกิดขึ้นมาอีก จริง ๆ แล้วปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็อย่างที่หลายท่าน ได้พูดไปแล้วคือ เกิดตั้งแต่สมัยอยุธยามาจนถึงปัจจุบัน แต่ในป้ ๒๕๔๑ ป้ ๒๕๔๒ ป้ ๒๕๔๓ ประมาณนั้น ความรุนแรงเกิดขึ้นเพียง ๑๐ ครั้งต่อป้เท่านั้นเองครับ ดีขึ้น เปึนลําดับ แต่ได้เกิดขึ้นมาอีกก็ที่เห็นได้ชัดเจนที่เปึนสัญญาณชัดก็คือ การปล้นป๋น เมื่อป้ ๒๕๔๗ ระยะหลังป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ เกิดขึ้น ๒,๐๐๐ กว่าครั้งต่อป้ สถิตเขียนไว้ชัดเจน ฟัองไว้ชัดเจนครับ ทนายความมุสลิม นายสมชาย นีละไพจิตร ได้ถูกอุ้มหายไป ถึงตอนนี้การว่าความหาทนายความมุสลิมยากมากไม่มีใครกล้าทําครับ ตอนนี้ ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการเรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ บอกชัดเจนในข้อมูล ไม่มีใครกล้าเปึนทนายความให้ครับ กรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ตากใบ มีการบอกว่า ที่ตายเพราะไม่ยอมหายใจ จริง ๆ ก็มัดเขาแล้วก็ซ้อนเขาไปหลาย ๆ ชั้นจนหายใจไม่ออก ก็คือเหตุของไม่ยอมหายใจและเสียชีวิต ที่สะบ้าย้อยมีการป่ดประตูตีแมว เยาวชนถูกฆ่า ในร้านอาหาร หาผู้รับผิดชอบไม่ได้ ที่กรือเซะแทนที่จะล้อมไว้แล้วก็จับโดยละมุนละม่อม ปรากฏว่ายิงเครื่องยิงระเบิดเข้าไปจนมัสยิดเสียหาย นี่คือต้นเหตุของความรุนแรง ที่ไม่อาจจะอภัยได้ครับ นี่คือเหตุการณ์ที่ไล่คนที่เขาอยู่อย่างสงบ คนที่เขาไม่อยากอยู่กับใคร ไปอยู่ฝ์ายตรงข้ามหมดครับ ด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นมากมาย การอุ้มฆ่า การลอบยิง มีการลงข่าวในสื่อประมาณ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ว่า ถีบคนลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ผมก็เพิ่งรู้ว่าเฮลิคอปเตอร์ นอกจากใช้ในการทหารแล้ว ยังไว้ถีบคนลงมาด้วยครับ มันขัดกับที่ท่านผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในสมัยนั้นบอกว่า โอ๊ย โจรกระจอก ผมจําได้ ผมอภิปรายในสภาแห่งนี้ เมื่อป้ ๒๕๔๘ ว่า มันเปึนนกกระจอกเทศครับ ไม่ใช่นกกระจอกธรรมดา แล้วตอนนี้อะไร เกิดขึ้นล่ะครับ เรื่องสําคัญยิ่งสําหรับชาวมุสลิมก็คือความยุติธรรม การพูดความจริง ต่อหน้าผู้ปกครองที่อธรรม เปึนหน้าที่ของมุสลิมทุกคน แต่ในเมื่อพูดไปแล้วผู้มีอํานาจ ไม่ยอมฟังครับ ยังใช้การแก้ปัญหาโดยความรุนแรง ประชาชนส่วนหนึ่งที่ไม่ได้รับ ความเปึนธรรมก็ไปอยู่ฝ์ายตรงข้าม จับมือรบกับรัฐบาล นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น นี่คือ การไล่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ไปอยู่ฝ์ายตรงข้ามครับ แต่ไม่ใช่วิธีเดียว มันมีหลายวิธีที่ท่านไล่เขา ออกไป ที่สําคัญ ฝ์ายความมั่นคงในสมัยนั้นไม่กล้าท้วงติงนโยบายที่ผิดพลาดของ ผู้มีอํานาจ เพราะท่านมีอํานาจล้นฟัาครับ ไม่มีใครกล้าไปพูดทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผิด ท่านก็ทําไป เรื่อย ๆ ครับ เพราะว่าถือเปึนความชอบธรรมที่จะทํา เพราะมีอํานาจ ผมก็ขอเสนอ การแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะที่เปึนกรรมาธิการคนหนึ่งในการศึกษา เรื่องนี้ว่า ที่สําคัญในหลาย ๆ อย่างก็คือ

๑. การยอมรับความจริงครับว่า ความรุนแรงเกิดขึ้นครั้งหลัง เกิดขึ้นเพราะ นโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาลในสมัยนั้น มีการยกเลิก ศอ.บต. พตท. ๔๓ ซึ่งใช้เวลา ในการจัดตั้งมา ๒๐-๓๐ ป้ แต่ถูกทําลายในชั่วเดือนสองเดือนเท่านั้นครับ มันเหมือนกับ โปลิโอครับ ถ้าเราไม่ฉีดวัคซีนก่อน เปึนโรคแล้วไปรักษามันไม่ได้ ศอ.บต. กับ พตท. ๔๓ เหมือนกับวัคซีนที่ฉีดแล้วสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย ในเมื่อท่านเอาวัคซีนออกก็เปึน โปลิโอ การรักษาก็คือขาเทียมเท่านั้น เพราะฉะนั้นในเมื่อเอามาตั้งทีหลัง มาฉีดวัคซีน หลังจากขาเปิ ขาพิการไปแล้วไม่มีประโยชน์ครับ ศอ.บต. ตั้งมาตอนนี้ไม่มีประโยชน์ เท่าที่ควร การยอมรับความจริงว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนปัญหาของ ประเทศไทย ไม่ใช่ปัญหาของ ๓ จังหวัดเท่านั้น ต้องช่วยกันแก้ปัญหาทุกภาคส่วน คนทั้งประเทศ ต้องยอมรับว่านี่คือปัญหาของประเทศไทย การยอมรับว่าคน ๓ จังหวัด เปึนคนไทย แม้จะแตกต่างทางด้านสายพันธุ์ ทางด้านศาสนา ภาษา วัฒนธรรม การแต่งกายประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน แต่เขาเปึนคนไทยครับ เชื้อสายมลายู อย่ามีอคติ อย่าทําร้ายกันเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา ผมเปึนมุสลิม แต่ผมก็เปึนคนไทย การยอมรับที่จะ แก้ปัญหาให้ถูกต้องของรัฐบาล ผมเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ยอมรับการตักเตือนแนะนําของฝ์าย ความมั่นคง สื่อต่าง ๆ ประชาชน แม้กระทั่งภาควิชาการ หรือ โอไอซี (OIC : Organization of Islamic Conference หรือองค์การการประชุมอิสลาม) ท่านก็ต้องถามครับ ที่ประชุม สันนิบาตมุสลิมโลก และอย่ามองว่าประเทศเพื่อนบ้านเปึนศัตรู ไม่อย่างนั้นไม่มีทาง แก้ปัญหาได้ เราคงไม่สามารถสูญเสียอะไรไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว เพราะการสูญเสียที่ ผ่านมามันมากเหลือเกิน ผมยังเข้าใจว่านอกจากสงครามโลกครั้งที่ ๒ แล้ว ที่เราสูญเสีย มากก็คือปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สะสมกันเปึนเวลานาน ความสูญเสีย ที่สะสมเปึนเวลานานมาก อย่าให้เกิดขึ้นมาอีกนะครับ ถึงแม้ว่าการแก้ปัญหา จะไม่สามารถเนรมิตรได้ในเดือนสองเดือน ไม่มีทางหรอกครับ เดือนสองเดือน ที่ท่านเข้ามาอย่าฝันไปว่าจะมีใครทําได้ มันเปึนความฝันของคนบางคนเท่านั้นเอง ซึ่งไม่สามารถเปึนความจริงได้ ท่านต้องใช้เวลาเปึนป้ครับ หลายป้ด้วย ผมหวังเปึน อย่างยิ่งว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง คงจะน้อมยอมรับ ความเห็นของทุกภาคส่วน นี่สําคัญนะครับ อย่าโอ้อวดว่าเปึนซุปเปอร์แมน ผมเปึน ซุปเปอร์แมน แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ไม่มีใครเก่งกว่าผมอีกแล้วในประเทศนี้ ผลที่เกิดขึ้นคือ อะไรล่ะครับ เห็นชัดเจนนะครับ ไม่มีใครรู้ทุกเรื่อง แต่ถ้าศึกษาก็รู้ในสิ่งที่ไม่รู้ ไม่มีใคร ไม่เคยทําผิด แต่ในเมื่อทําผิดแล้วแก้ไขก็ถูกต้องได้ เพราะฉะนั้น ๒ เรื่องนี้สําคัญ ผมหวังว่ารัฐบาลนี้คงสามารถแก้ปัญหาที่สําคัญยิ่งของประเทศนี้ ด้วยนโยบายที่ต้องการ สร้างความสมานฉันท์ของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้เกิดขึ้นใน ทุกภาคส่วนของประเทศไทย ด้วยการเมืองนําหน้าทางการทหาร อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้พูดถึงเมื่อสักครู่นี้นะครับ ท่านรัฐมนตรีพูดถูกครับ และด้วยความเข้าใจเห็นใจ และผมเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จริงใจต่อประชาชน และด้วย พระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ว่า เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ผมเชื่อว่า จะสามารถแก้ปัญหาที่ถาวรยั่งยืนของประเทศชาติได้ครับ ขอบคุณครับ