สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๕ มีนาคม ๒๕๕๒

คมเดช ไชยศิวามงคล หารือเรื่องการมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยเน้นย้ำถึงปัญหาของแรงงานและเศรษฐกิจของประเทศ และเรียกร้องให้มีการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังเสนอว่าการจัดงบประมาณของภาครัฐไม่ได้ตรงตามเป้าหมาย และขาดการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย เขต ๑ ท่านประธานครับ ขออนุญาตที่จะเปึนสื่อกลางให้ชาวบ้านระหว่างกลุ่มคนที่เปึน ภาคแรงงานประมาณ ๓๗ ล้านคน มีภาคอุตสาหกรรมส่วนหนึ่ง ภาคแรงงานอิสระ ส่วนหนึ่งประมาณ ๖–๘ ล้านคน แรงงานอพยพส่วนหนึ่ง แรงงานต่างประเทศส่วนหนึ่ง แรงงานภาคเกษตรกรรมส่วนหนึ่ง ผมจะตั้งคําถามเปึน ๓ กลุ่มด้วยกัน ๑. ภาคอุตสาหกรรม ๒. แรงงานอิสระ ๓. แรงงานภาคเกษตรกร

มีคําถามจากแรงงานคนส่วนใหญ่เขาถามอย่างนี้ท่านครับ จากการ ที่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ประมาณ ๒–๓ เดือน เขาถามว่าท่านเข้ามาบริหาร บ้านเมืองจะกู้ชาติหรือจะเอาชาติไปกู้ มันมีข้อแตกต่างกับอดีตของนายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๓ ท่านเคยดําเนินกิจกรรมด้านการเมืองไว้ ๔–๕ ป้ก่อน ท่านครับ กลุ่มอุตสาหกรรมเขาบ่นว่า ทิศทางต่าง ๆ อนาคตของเขาไม่ทราบว่าจะลงเอยอย่างไรในกลุ่มอุตสาหกรรม ส่วนกลุ่มเกษตรกรซึ่งมีหนี้สิน หนี้นอกระบบ ธ.ก.ส. สหกรณ์ แล้วส่วนใหญ่ชีวิตเขาจะอยู่ ในประเภทเครดิตเงินเชื่อหรือสินค้าเงินผ่อนต่าง ๆ เขาบอกว่าถ้าบริหารราชการแผ่นดิน อย่างนี้ ต่อไปเขาคงจะอยู่ในภาวะที่รอตายใช้หนี้อย่างเดียว มันไม่มีทิศทางอะไรเลยครับ ท่านครับ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการเมือง ด้านความมั่นคง

ด้านความมั่นคงภาคใต้ข่าวลึก ๆ ท่านคงทราบว่ามีการตัดคอทหาร ข่าวอาจจะยังไม่เป่ดเผยรายละเอียดมากนัก นี่ส่วนหนึ่ง ส่วนด้านสังคม สีเหลือง สีแดง ยังเปึนปัญหากับการพัฒนาประเทศ กฎหมายปรองดองจัดขึ้นมาเสนอขึ้นมาท่าน ไม่ยอมรับ นี่ประเด็นที่ ๒ ด้านสังคม

ด้านการเมืองครับท่านครับ ปรัชญาของกฎหมายนี่ การร่างกฎหมายนี่ เปัาหมายของกฎหมายที่ดีที่สุดคือการบังคับใช้ แล้วชาวบ้านเกิดประโยชน์สูงสุดและมี ความสุขที่สุด มีความมั่นคงและมีความสุขที่สุดของคนส่วนใหญ่ของประเทศ เปัาหมายของกฎหมายคือตัวนี้ เพราะฉะนั้นช่วง ๒–๓ ป้ที่ผ่านมานี้หลังจากปฏิวัติและร่าง กฎหมายป้ ๒๕๕๐ นี้ มันมีแต่ความทุกข์ครับ สังคมมีความแตกแยก นี่คือด้านการเมือง

ด้านเศรษฐกิจครับท่านครับ จากการที่ท่านจัดตั้งงบประมาณ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท เศรษฐกิจทั่ว ๆ ไปแล้วที่ท่านจัดงบประมาณมันไม่ได้ตรงไปตามเปัาเลย ชาวบ้านเขาบอกจัดยาไม่ถูกโรค ดูตัวอย่างเช่น กระทรวงพาณิชย์ ๕๐๐ ล้านบาท ท่องเที่ยวเปึนเงินที่มหาศาลที่นําเข้าในประเทศไทย ป้หนึ่ง ๑๘ ล้านคน เงินหมุนเวียน ๓ แสนล้านบาท ถึง ๕ แสนล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไปเติมให้อีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ ๑,๐๐๐ ล้านบาท อุตสาหกรรม ๕๐๐ ล้านบาท โอกาสกระตุ้น เศรษฐกิจไม่มีครับตรงนี้ ตรงนี้เปึนข้อผิดพลาดของท่านที่การจัดตั้งงบประมาณไม่ได้ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจเลย

ผมขอเสนอตรงนี้ครับท่านครับ ถ้าท่านทําให้ธนาคารปล่อยเงินกู้ไม่ได้ ไม่มี ทางกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ประเทศไทยเคยเจอปัญหาป้ ๒๕๔๐ มา เปึนทั้งบวกทั้งลบ คนล้มบนฟูกก็มี ธนาคารนี่ต้องเรียกว่าเปึนกลุ่มทุนนิยมแบบชัดเจน ๑. เจ้าของสถาบัน การเงิน ๒. บริษัทประกันภัย ส่วนใหญ่ก็เปึนกระเปิาซ้ายกระเปิาขวากัน บริษัทโรงงาน อุตสาหกรรม ไม่ว่าอสังหาริมทรัพย์ ส่วนใหญ่ก็เปึนนายทุนกลุ่มนี้ทั้งหมด แม้แต่ตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ ท่านครับ มาตรการที่ท่านจะทําให้ธนาคารปล่อยเงินกู้นี่ มันไม่มีความชัดเจน แล้วเบื้องลึกแล้วจากการวิเคราะห์หลายฝ์ายประเมินว่าประเทศไทย นี่ส่วนหนึ่งยังเปึนศรีธนญชัยอยู่ ยังต้องการให้ประเทศไทยล้มก็มี เพื่อที่จะช้อน ซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ ในราคาที่มันถูก ตัวอย่างเช่น อดีตเรื่อง ปรส.(คณะกรรมการองค์การ เพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน) เคยมีการช้อนซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ ในราคาถูก ตรงนี้ เบื้องลึกมีอยากกราบเรียนให้ท่านระวังครับตรงนี้ ผมชี้เข้ามาที่ภาคอุตสาหกรรม ด้านแรงงาน ด้านแรงงานนี่ตัวหลัก ๆ ก็คือกลุ่มเงินเดือน ตัวอย่างเช่นโรงงานอุตสาหกรรม ผลิตรถยนต์ ตัวนี้ก็ส่งออกอันดับที่ ๒ อันดับที่ ๓ ของประเทศถ้าท่านไม่ช่วยเขา ไม่ว่า ทางไหนทางหนึ่งก็ตามครับท่านครับ เครือข่ายของเขาประมาณ ๗๐๐-๘๐๐ บริษัท นี่ รถยนต์มันไม่ใช่มีแต่รถยนต์ มันมียางรถยนต์ มีกระจก มีวิทยุ มีเทป มีเครื่องอุปกรณ์ อะไรต่าง ๆ คนอยู่ในกลุ่มนี้ไม่ต่ํากว่า ๓ แสนคนถึง ๔ แสนคนครับ ตัวเลขเมื่อ ๒ อาทิตย์ ก่อนนี้ รถสิบล้อประมาณ ๔ แสนกว่าคัน จอดประมาณ ๘๐,๐๐๐ กว่าคัน ผมว่า อีก ๒ อาทิตย์นี่ตกหลักแสนคันแล้ว คนขับรถคนหนึ่ง โชเฟอร์คนหนึ่ง จะมีโชเฟอร์ อีกคนหนึ่ง มือสํารอง แล้วก็มีคนล้างรถ ดูแลรถอีกคนหนึ่ง ๘๐,๐๐๐ คนนี่ต้องคูณ ๓ นะครับท่านครับ มัน ๒ แสนกว่าคนแล้วตัวนี้ ท่านจัดงบประมาณ ๖,๙๐๐ ล้านบาท ดูแล คนตกงาน ว่างงาน มันแก้ที่ปลายเหตุครับตรงนี้อันนี้เปึนประเด็นแรก ผมจะขอพูดทั้ง ๓ ประเด็นเลย แล้วจะตั้งคําถามเปึนช่วง ๆ ไป

ประเด็นที่ ๒ กลุ่มอิสระ ธุรกิจการท่องเที่ยว