พฤฒิชัย ดํารงรัตน์ หารือเรื่องการคืนที่ดินราชพัสดุ โดยมุ่งหวังจะคืนที่ดินให้ประชาชนภายใน 4 แสนไร่ ภายใน 25 จังหวัด และเสนอแผนการเช่าพื้นที่ดินของรัฐ โดยเน้นย้ำว่าสัญญาเช่าระบุไว้ว่าห้ามเปลี่ยนมือ และขอให้เกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุดจากพื้นที่ดินรัฐ
ก็ต้อง ขอบคุณสําหรับคําถามดี ๆ นะครับ ผมก็ยังมองอยู่ว่าขอเสริมไป สําหรับคําถามของท่าน ส.ส. อลงกต เรื่องของการคืนที่ คือหัวใจของเรื่องนี้ ขั้นต้นอยู่ที่ที่ดินจะต้องทวงคืนมา นะครับ เพราะว่าอย่างที่ท่าน ส.ส. พูดก็ถูกนะครับ ที่ผ่านมาเราได้รับการคืนมายังไม่มาก แต่เนื่องจากอายุรัฐบาลเรานี่เพิ่งเริ่ม แล้วก็มติ ครม. เมื่อสักสองสัปดาห์ก่อนที่หัวหินก็เพิ่ง แต่งตั้งคณะกรรมการอํานวยการระดับประเทศ ซึ่งคณะนี้ความมุ่งมั่นมุ่งหวังวัตถุประสงค์ หลักของคณะนี้คือ เชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องที่เปึนเจ้าของที่ทั้งหมด ๑๒ หน่วยงานหลักมาพบแล้วก็มาพูดคุยกัน ซึ่งจริง ๆ ในระดับปฏิบัติการเท่าที่ผมทราบทาง กรมธนารักษ์ก็ได้ประสานไปหมดแล้ว ปัจจุบันนี้ทุกกระทรวงทุกหน่วยงานทราบอยู่แล้ว นะครับว่า ที่ดินราชพัสดุที่ท่านครอบครองอยู่ตรงไหนบ้าง แปลงไหนบ้าง จังหวัดไหนบ้าง ที่ยังว่างอยู่ แล้วกรมธนารักษ์ขอคืน เพราะฉะนั้นการประสานงานในระดับประเทศเราก็จะ เชิญมาพูดคุยกัน แล้วก็จะมาสรุปทีละจังหวัด ทีละจังหวัดไป ตามที่ผมบอกไว้ทั้งหมด ๒๕ จังหวัดภายในป้นี้ ๔ แสนกว่าไร่นี่เราพยายามขอทวงคืนโดยเชิญหน่วยงานราชการที่ เปึนเจ้าของครอบครองถือสิทธิครอบครองอยู่นี่มาพบกัน แล้วก็มาเจรจาขอคืนกัน บางส่วนอาจจะขอคืนกันเลย บางส่วนอาจจะต้องมีการแลกเปลี่ยนที่กัน อันนี้ก็แล้วแต่ เหตุปัจจัย
แล้วก็ที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งของคณะกรรมการชุดนี้คือ เราก็มีกรรมการ ซึ่งค่อนข้างจะเปึนเบอร์หนึ่งของแต่ละหน่วยงานมาด้วย ยกตัวอย่าง อาทิเช่น ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผบ. สูงสุด (ผู้บัญชาการทหาร สูงสุด) ผบ. เหล่าทัพ ทั้งบก เรือ อากาศ (หมายถึง ผู้บัญชาการกองทัพบก ผู้บัญชาการ กองทัพเรือ ผู้บัญชาการกองทัพอากาศ) อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เลขาธิการสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร แล้วก็ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม อธิบดีกรมการพัฒนา ชุมชน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้จัดการ ธ.ก.ส. (ผู้จัดการธนาคารเพื่อ การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) แล้วนอกจากนั้นยังมีอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน อธิบดี กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ต่าง ๆ เหล่านี้เปึนต้น และอธิบดีกรมการ ปกครอง ซึ่งผมคิดว่าถ้าเราได้ประชุมพูดคุยกันนะครับ สิ่งที่ดีขึ้นก็คือ เราคงจะมีโอกาสได้ ที่ดินคืนมาเร็วขึ้น ความชัดเจนก็จะมีมากขึ้น และที่สําคัญเกี่ยวกับความเข้าใจนะครับ ก็ คงจะเปึนไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะอันนี้เปึนนโยบายหนึ่งของรัฐบาล และเปึนมติ ครม. ส่วนที่ท่านเปึนห่วงว่ามีปัญหาอะไรเพิ่มเติมไหม ผมก็กราบเรียนว่าส่วนหนึ่งนั้นที่ดินของ เราก็เปึนที่ดินที่มีการบุกรุกหรือครอบครองโดยพี่น้องประชาชนอยู่ส่วนหนึ่ง อันนี้ก็ต้อง ยอมรับความจริงนะครับ แต่ว่าเราจะพยายามจะแมพปุ่งกลุ่มพวกนี้ขึ้นมาแล้วพยายาม เจรจาดูนะครับว่า ที่บุกรุกรุกล้ํา หรือว่าที่ล่วงล้ํากันมาสามารถจะจัดระเบียบใหม่ได้ไหม แล้วสามารถจะมาบูรณาการได้ไหมในแต่ละแปลง เพื่อที่จะทําให้ผู้ที่บุกรุกนั้นมาอยู่ใน พื้นที่ดินแปลงนั้นอย่างถูกกฎหมาย เพราะปัจจุบันนี้หลายแปลงของกรมธนารักษ์ผู้ที่ทํา – ประโยชน์พื้นที่อยู่ก็ยังอยู่ในฐานะผู้บุกรุกอยู่ค่อนข้างมากนะครับ ยังมีอยู่พอสมควร เพราะฉะนั้นอันนี้เราก็เร่งพยายามจัดระเบียบ มีการเจรจา มีการทํามวลชนสัมพันธ์ต่าง ๆ มีการทําความเข้าใจโดยผ่าน อบต. อบจ. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าเข้ามา ช่วยกันในระดับจังหวัด ระดับอําเภอ เพื่อที่จะทําให้ที่แต่ละแปลงของเราถูกจัดระเบียบ แล้วก็เอามาเข้าระบบมากที่สุดในระดับจังหวัด ระดับอําเภอ เพื่อที่จะทําให้ที่แต่ละแปลง ของเราถูกจัดระเบียบแล้วก็เอามาเข้าระบบมากที่สุด
สําหรับอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านห่วงก็คือว่า เช่าไปแล้วจะเอาไปทํากินจริง หรือเปล่า จะมีการรวบรวมพื้นที่ดินเอาไปขายไหม ก็ขอกราบเรียนว่าในสัญญาเช่าเราระบุ ชัดเจนว่าห้ามเปลี่ยนมือ คือถ้าเปลี่ยนมือเมื่อไรคณะกรรมการก็มีสิทธิขอที่คืนได้ทันที เพราะฉะนั้นประเด็นปัญหาที่ท่านบอกว่าจะมีการรวบรวมที่ไปและเอาไปทําเปึนอย่างอื่น คงไม่มี โดยเฉพาะเรื่องของพาณิชยกรรม เรื่องที่อยู่อาศัย เพราะอันนี้เราต้องการให้ ที่ราชพัสดุนั้นถูกนํามาใช้ในเรื่องของพืชเกษตร พืชพลังงาน อยากให้เกษตรกรได้มีรายรับ หรือมีรายได้จากมูลค่าที่ดินที่รัฐเรามีอยู่ เปึนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สูงที่สุด ก็เปึนการมี ประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนระดับรากหญ้าทั่วประเทศ ผมขอกราบเรียนว่าวันที่ ๓ เมษายนนี้ เราจะเดินทางไปแจกสัญญาเช่าที่จังหวัดพิจิตรและจังหวัดนครสวรรค์นะครับ ก็จะได้เกษตรกรรายใหม่หรือรายปัจจุบันนี้อีกเยอะพอสมควร ๒ ที่นี้เปึนที่ปลูกข้าวนะครับ เหมาะสําหรับการปลูกข้าว แต่ที่จังหวัดชัยภูมิเหมาะสําหรับการปลูกพืชพลังงานคือ มันสําปะหลัง อีกหลายที่ก็จะมีเรื่องของยางพารา เรื่องของปาล์มน้ํามัน เรื่องของอ้อย อะไรต่าง ๆ ก็มีหลากหลายที่ แต่ว่าเราก็ทําบูรณาการ แมพปุ่ง แล้วก็ทําแบบเปึนระบบ อย่างเปึนระบบ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะล้นตลาดอย่างที่ท่าน ส.ส. อลงกต มณีกาศ ได้เปึนห่วงนะครับ ทั้งหมดนี้ก็เปึนสิ่งที่คิดว่าจะตั้งใจพยายามทําให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับพี่น้องชุมชนในระดับรากหญ้าภายใต้เศรษฐกิจพอเพียงครับ