กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ หารือเรื่องราคาอาหารที่ตกฮวบ หลังจากที่เกษตรกรขยายผลผลิต และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแทรกแซงราคาอาหาร โดยเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเกษตรกร โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาพืชพลังงาน เช่น มันสาปะหลัง และการผลิตเอทานอล เพื่อช่วยให้เกษตรกรไม่ขาดทุน และรัฐช่วยเหลือในการตั้งราคาที่สมเหตุสมผล
ขอบคุณท่านประธาน ครับ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ผมเข้าใจในความวิตกกังวลของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดมุกดาหาร คุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ นะครับ ผมขออภัยที่เอ่ยนาม พี่น้องเกษตรกรนี่เขาเปึนคนที่จังหวะชีวิตไม่ค่อยดีจริง ๆ เลย เมื่อป้ที่แล้ว ราคาผลผลิตทางการเกษตรก็ราคาดีมากนะครับ พอราคาดีมากทุกคนก็ขยายผลผลิต กันเยอะ ทุกคนก็อยากจะปลูกกันนะครับ เพราะไม่ว่าจะขายอะไรก็รู้สึกว่าราคาดีไปหมด แต่ท้ายที่สุดแล้วนี่พอถึงเวลาที่ผลผลิตสามารถจะเก็บเกี่ยวขึ้นมาได้นี่ ราคาก็ตกฮวบ ลงมาเลยนะครับ ปัญหานี้ก็เปึนปัญหาที่ไม่ใช่เฉพาะรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เข้ามาดูแลตรงนี้เข้าใจนะครับ แม้กระทั่งรัฐบาลที่แล้วก็มี ความเข้าใจนะครับ แล้วก็ได้เตรียมงบประมาณไว้เพื่อ ผมย้ํานะครับ เพื่อเปึนการ แทรกแซง ไม่ใช่ประกันราคา ซึ่งมันจะผลต่างกันนะครับ ในการแทรกแซงราคานี้ ก็หมายความว่า อาจจะตั้งเงินงบไว้ส่วนหนึ่งแล้วก็พยายามที่จะดูดส่วนเกินของผลผลิต ออกจากระบบ เพื่อที่จะให้ราคานั้นปรับตัวเพิ่มขึ้นนะครับ ทั้งหมดนี้ก็มีตัวสินค้าที่ดูอยู่ว่า ขณะนี้ก็มีอยู่ ๕ ตัวด้วยกัน มีข้าว มีมันสําปะหลัง มีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีน้ํามันปาล์มดิบ และยางพารา ใช้เงินทั้งหมด ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้ก็คือแนวความคิดที่เริ่มต้น มาจากรัฐบาลที่แล้ว แล้วทําต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลนี้นะครับ
สําหรับคําถามที่มีความกังวล ๑ ๒ ก็มีความเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องของ มันสําปะหลังนี่ครับ ผมอยากจะอธิบายคงใช้เวลานิดเดียวล่ะครับ ก็คือระบบ มันสําปะหลังขณะนี้นี่ตลอดทั้งป้ก็มีผลผลิตค่อนข้างจะสูง เพราะแบบที่ผมกราบเรียนไว้ ตั้งแต่เบื้องต้นว่าพอราคาดีก็เลยปลูกมันสําปะหลังกันเต็มไปหมด ทั้งหมดประมาณ ๒๙ ล้านตัน คําถามก็มีอยู่ว่า ๒๙ ล้านตัน มันมีส่วนเกินสักเท่าไร เดิมนี่ก็มีความเข้าใจ จากรัฐบาลที่แล้วว่าน่าจะมีส่วนเกินเพียงประมาณ ๕ ล้านตัน ก็ปรากฏว่าแท้ที่จริงแล้ว มันไม่ใช่ เพราะว่าในการแทรกแซงราคานี้เราได้กําหนดราคาไว้ค่อนข้างจะสูงครับ สูงกว่า ตลาดเยอะมาก จึงมีสิ่งที่เราไม่พึงประสงค์ ก็คือจะมีมันสําปะหลังออกมาจากข้างนอก บ้างล่ะ หรือพี่น้องเกษตรกรก็รีบขุดมันสําปะหลังออกมาจากดินบ้างล่ะ เพราะเห็นว่า ราคาในท้องตลาดนั้นมันยังต่ํา รัฐบาลนี้ก็ไปแก้ไขปัญหา โดยการแทรกแซงเพิ่มขึ้นอีก เท่าตัวครับ แล้วโครงการยังไม่จบนะครับ โครงการจะจบที่ประมาณสิ้นเดือนเมษายน ปัญหาขณะนี้ก็คือว่าพี่น้องที่ปลูกมันสําปะหลังนี่ครับ จริง ๆ เขาไม่อยากขุดมาเท่าไร แต่ว่าเขาก็ต้องขุดมา เพราะว่า ธ.ก.ส. ก็ไปเร่งรัดบอกว่าต้องรีบชําระหนี้นะ ตรงนี้เรา ทราบครับ แล้วก็ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซึ่งท่านดูแลอยู่นี่ท่านก็ได้ สั่งการไปแล้ว เพื่อที่พี่น้องเกษตรกรถ้าไม่จําเปึนก็อย่าเพิ่งขุดมันสําปะหลัง เพราะ มันสําปะหลังยิ่งเก็บไว้นาน มันก็ยิ่งน้ําหนักดีขึ้น ราคาก็ดีขึ้น ต้นทุนก็ไม่ต้องเพิ่มขึ้น แต่ว่า ข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างนี้ครับ มันเปึนปัญหาว่าขณะนี้เราเริ่มดูดมันสําปะหลังออกจาก ระบบ ซึ่งเปึนหัวมันสําปะหลังสด แล้วก็จะต้องมีการแปรสภาพเปึนแปังมันและเปึน มันเส้น เราจะมีเก็บไว้เปึนจํานวนค่อนข้างมาก คําถามก็มีอยู่ว่าแล้วมันสําปะหลัง ส่วนที่เหลือนั้นราคามันจะขึ้นหรือเปล่า เพราะพี่น้องเกษตรกรอีกนับล้านคนนี่ครับ รอและหวังว่าให้ราคามันขึ้น สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทํา ก็คือได้ส่งสัญญาณไปบอกชัดเจนไม่ว่า จะเปึนข้าวโพดหรือมันสําปะหลัง ถ้าหากเราดูดออกจากระบบแล้วจะไม่มีวันผมย้ํา จะไม่มีวันนํากลับเข้ามาในระบบอีกอย่างแน่นอน ความหมายก็คือว่าเราจะขายออกไปยัง ต่างประเทศทั้งหมดเลยครับ เพราะฉะนั้นในระบบของมันนี่ความต้องการข้าวโพดยังมีอยู่ แต่ท่านจะไม่มีข้าวโพดนะครับ ท่านจะมีน้อย เพราะฉะนั้นท่านต้องรีบกล้าที่จะซื้อถึงแม้ ราคาจะต้องขยับเพิ่มขึ้น เพราะว่าท่านจะมาหวังว่าอยากจะซื้อจากรัฐบาลในราคาถูก ๆ เพราะท้ายต่อไปรัฐบาลก็ขายถูก เพราะเก็บไว้ไม่ได้ ไม่ต้องหวังตรงนั้นละครับ ขณะนี้เรา กําลังดําเนินการเจรจาเพื่อขายสินค้าที่เราดูดออกมาจากระบบนี่ให้ออกนอกประเทศ สําหรับการขายในส่วนนี้นี่ก็ต้องระมัดระวัง เพราะราคาต้นทุนเราสูงมาก ขายอย่างไร ก็คงจะขาดทุน เพราะฉะนั้นในแนวความคิดของรัฐบาลขณะนี้คือจะขายเฉพาะระหว่าง รัฐบาลต่อรัฐบาลเท่านั้น ผมกราบเรียนตรงนี้เพื่อให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คงไม่ใช่ เฉพาะท่านวรศุลีเท่านั้นนะครับ แต่ก็ทุก ๆ ท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้ก็มีพี่น้องในเขตพื้นที่ที่เปึน เกษตรกรด้วยกันทั้งนั้น และเวลานี้ก็มีความกังวลกันอยู่ ไม่ใช่เท่านั้นนะครับ
ในเรื่องของแนวทางการแก้ไขปัญหา ในอดีตที่ผ่านมาเราก็จะใช้ คชก. (คณะกรรมการนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร) เปึนเครื่องมือของรัฐบาล คณะกรรมการชุดนี้ ก็ทําเกือบทุกเรื่อง ในวันนี้คณะรัฐมนตรีก็ได้มีความเห็นออกมาว่าทําอย่างนี้คงไม่ครบ ทั้งระบบ ก็เลยได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเปึนเฉพาะเรื่องเฉพาะตัวไป โดยเฉพาะเปึน สินค้าทางการเกษตรที่มีความสําคัญต่อเศรษฐกิจ เช่น ข้าวโพด ยางพารา ซึ่งมีอยู่แล้ว น้ํามันปาล์ม มันสําปะหลัง ข้าว ที่มีอยู่แล้วก็มีไป ที่ไม่มีก็ตั้งเพิ่มแล้วก็ทําทั้งระบบเลย สั้น ๆ อีกนิดหนึ่งครับ ก็คืออย่างตัวมันสําปะหลังนี่ครับ มันก็เปึนพืชที่สามารถมาใช้เปึน พืชพลังงานได้ หน้าที่ความรับผิดชอบของผมก็คือว่านอกเหนือจะต้องส่งออก แล้วก็จะต้องนําส่วนหนึ่งนี่มาผลิตให้เก็บไว้ได้นาน ก็คือทําเปึนเอทานอล (Ethanol) แล้วผมก็ต้องประสานกับกระทรวงพลังงาน ปตท. (การป่โตรเลียมแห่งประเทศไทย) อีกหลายหน่วยงาน แล้วก็ต้องไปดูในเรื่องนโยบายพลังงานควบคู่กันไป เพราะฉะนั้น การตั้งเปึนเฉพาะคณะกรรมการแต่ละชุดนี่สามารถจะดูได้ครบวงจร สําหรับฤดูกาลหน้า ก็กําลังเริ่มแล้วครับ เริ่มมองกันให้เห็นว่าเที่ยวหน้าเราจะตั้งราคากันอย่างไร เพื่อให้
๑. เกษตรกรต้องไม่ขาดทุน เราจะมีการคิดราคาทุนสมเหตุสมผล บางแห่ง ปลูกได้ทุนมากหน่อย บางแห่งปลูกได้ทุนน้อยหน่อย แต่เราจะนําผลเฉลี่ยตรงนั้นแล้ว มาบวกให้ จะเปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จะเปึน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จะเปึน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ มีคณะกรรมการดูแล และเราจะประกาศออกมาครับในต้นฤดูเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรรู้ว่า ๑.ก็คือว่าถ้าเขาเก่ง เขาขยัน และรัฐช่วย ต้นทุนเขาก็จะต่ําลง กําไรก็จะมีมาก แต่จะต้อง ไม่มากเกินไปจนกระทั่งตลาดนั้นเสียไปหมดนะครับ อันนี้ก็คงจะใช้เวลาเพียงเท่านี้ก่อน ในโอกาสหน้า ถ้าผมมีเวลา ผมจะชี้แจงเพิ่มเติมครับ ขอบพระคุณครับ