ท่านประธาน หารือเรื่องชาวโรฮิงญาที่เข้าเมืองไทย และเรียกร้องการพิจารณาความจริงเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการสร้างข่าวลือที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
(BBC : British Broadcasting Corporation : บริษัท กระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งบริเตน) ที่ฮ่องกงอันดับแรก ต่อจากนั้นมีการออกข่าว ที่บังกลาเทศและที่อินโดนีเซีย ตีข่าวไปทั่วโลก กล่าวหาว่าประเทศไทยมีการละเมิด สิทธิมนุษยชนต่อกรณีชาวโรฮิงญาในประเทศไทย ท่านประธานครับ ในฐานะที่กระผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ก็ได้เข้าไปตรวจสอบในประเด็นเหล่านี้ครับ กระผมอยากจะฝากเปึนข้อสังเกตไปถึงทาง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า บางเรื่องก็เปึนเรื่องการสร้างข่าวขึ้นมาจาก เหตุผลอะไรกระผมไม่ทราบ แต่ว่ากระผมตามติดครับท่านประธานครับ ตามติดถึง กระบวนการการสร้างข่าวของบีบีซีที่ฮ่องกง เปึนนักข่าวต่างประเทศท่านหนึ่ง ต่อมาก็ถูก ดําเนินคดีในประเทศไทยนี่ละครับ เปึนคนที่สร้างข่าวนี้ขึ้นมา และกระบวนการเหล่านี้ กระผมมองว่าเปึนการดิสเครดิต (Discredit) ประเทศไทยเพื่อทําลายชื่อเสียงของประเทศ ไทยอีกด้านหนึ่ง เท่าที่กระผมมีข้อมูลอยู่ แต่ระยะเวลาสั้น ๆ กระผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ เพื่อเปึนข้อมูลฝากไว้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า กระผมได้ติดตามชาวโรฮิงญา ชาวโรฮิงญาที่หลบหนีเข้าเมืองอยู่ที่จังหวัดระนอง กระผม ตามติดไปถึงจังหวัดระนองแล้วก็ตามติดไปถึงในทะเลนะครับ นั่งเรือไปประมาณอีก ๑ ชั่วโมงครึ่งไปกลางทะเล ข้อมูลก่อนหน้านี้กระผมให้แก่สภาแล้ว แต่วันนี้กระผมจะให้ ข้อมูลที่ยังไม่เคยให้ต่อสภา ซึ่งกระผมได้ข้อมูลใหม่ครับว่าเพื่อเปึนการสนับสนุนว่าสิ่งที่ กระผมพูด เจ้าหน้าที่รัฐไทยและรัฐบาลไทยไม่ได้ทําร้ายชาวโรฮิงญาเลย เหตุผลครับ ท่านประธาน กระผมขออนุญาตมีความสําคัญครับ เหตุผลเพราะว่ากระผมได้ติดตาม ต่อเมื่อวานนี้กระผมได้ข้อมูลมาใหม่ครับว่า ชาวโรฮิงญากลุ่มนี้ได้เดินทางออกจาก ประเทศบังกลาเทศที่เกาะแห่งหนึ่ง ในวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ได้ลอยเรือ รวบรวมเงิน ก้อนหนึ่งซื้อเรือมาและลอยเรือมากลางทะเล มากลางทะเลนี่นะครับไปเจอเรือ ทหารเรือ ซึ่งไม่ใช่ทหารเรือไทยนะครับ เปึนทหารเรือต้นทาง มีหมายเลขเรือที่กระผมได้มา ๔๒๕ หมายเลขเรือ ๔๒๕ ลําแรกไม่ได้ทําร้ายเขาครับ ได้ถูกจับอยู่ในเรือลํานั้น ๖ วัน หลังจาก นั้นถูกปล่อยตัวลงมา แล้วก็ต่อมาลอยเรือลงมาก็ไปเจอเรือขึ้นอีกลําหนึ่งครับ หมายเลข เรือ ๔๒๓ หมายเลขเรือ ๔๒๓ นี่ครับ ได้เรียกชาวโรฮิงญาในเรือนี้ขึ้นไปบนเรือทีละ ๑๐ คน ๑๐ คน ๑๐ คน ขึ้นไปบนเรือของทหารเรือ ไม่ใช่ทหารเรือไทยนะครับ ต้องฟังให้ชัดนะครับ ขึ้นไปบนเรือปัูบทําร้ายร่างกาย และอยู่บนเรือนั้นอีกประมาณ ๓ วัน ต่อมาได้มีการปล่อย ตัวชาวโรฮิงญาเหล่านั้นขึ้นลอยเรือขึ้นมาอีกครับ แล้วมาเจอเรืออีกลําหนึ่งครับ เปึนเรือ หมายเลข ๔๑๓ เรือหมายเลข ๔๑๓ มีการซ้อมอีกครับ ซ้อมทารุณกรรม ใช้ไฟจุดนะครับ แล้วหลังจากนั้นก็ได้ปล่อยลงมาอีกครับ พอปล่อยลงมาก็มีการทําร้ายทารุณ ต่อมาก็เจอ เรือหมายเลข ๔๒๖ อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็มีการทารุณและอยู่ในเรืออีก ๓ วัน กระผมเรียนว่า ที่กระผมพูดว่าเรือต้นของปัญหานี่ไม่ใช่เกิดจากประเทศไทยครับ กระผมเรียนยืนยัน เพราะวันนั้นเองกระผมได้ไปดูชาวโรฮิงญาที่ถูกจับกุมที่ข่าวออกไปทั่วโลกว่ามีการ ละเมิดสิทธิ มันไม่ใช่เปึนอย่างนั้นครับ ก่อนที่จะมีการลงพื้นที่กระผมได้ไปล่วงหน้าไป ในทางลับ ไปตรวจสอบกับชาวบ้านจริง ๆ ก็ข้อมูลไม่มี พอไปดูที่โรงพยาบาลโดยผ่านล่าม เขาก็บอกว่าไม่ใช่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐไทยแต่ประการใดครับ ท่านคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่กระผมพยายามที่จะให้ฟังตรงนี้อยากจะเปึนข้อมูลให้ท่าน เพราะว่าเรื่องบางเรื่องอาศัยช่องทางของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปึนการ ทําลายล้างรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลก็ถูกตราหน้าจากทั่วโลกซึ่งเปึนเรื่องไม่จริง ถ้าเปึนเรื่องจริง เราก็ต้องให้ความสําคัญ แต่กระผมเรียนว่าชาวโรฮิงญาที่เจ็บอยู่นะครับ ที่อยู่โรงพยาบาล ๔ รายที่เจ็บอยู่นี่นะครับ รัฐบาลดูแลอย่างดีให้อยู่ในห้องพิเศษด้วยครับ ในห้องแอร์พิเศษ กระผมดูแล้วสิทธิการดูแลมากกว่าของชาวบ้านเราอีกนะครับ นี่กระผมเรียนด้วยความ สัตย์จริง เพราะว่ากระผมทํางานในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกระผมจะไม่เข้าข้างรัฐบาลและไม่เข้าข้างใครในแง่ของงาน ของสภาผู้แทนราษฎร กระผมขออนุญาตเรียนที่จริงเวลาไม่มากนักเท่านี้ พอเปึนข้อมูลให้ท่านว่าท่านจะต้อง ระมัดระวังในการจับข้อมูลประเด็นต่าง ๆ ซึ่งกระผมเชื่อว่ามีกระบวนการในการทําลาย ชื่อเสียงของประเทศอย่างชัดเจน ขอขอบคุณมากครับท่านประธานครับ