แวมาฮาดี แวดาโอะ หารือเรื่องสิทธิมนุษยชนและชาติพันธุ์ โดยเรียกร้องให้หน่วยงานประชาสัมพันธ์ใช้ภาษามลายู และเสนอโครงการอาสาสมัครเพื่อรับเรื่องราวร้องเรียนในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งสูง พร้อมทั้งเสนอให้คณะอนุกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนต้องบรรจุตัวแทนชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะชาวมลายู เพื่อศึกษาและปกป้องสิทธิเด็กจากการละเมิดทางภาษา แวมาฮาดี แวดาโอะ ยังหารือประเด็นความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ชี้ว่าการวิจัยเสนอแนวทางสันติภาพที่ขัดแย้งกับแนวคิดด้านความมั่นคงของรัฐบาล และเรียกร้องให้เผยแพร่รายงานฉบับเต็มต่อรัฐสภา
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม หมอแวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส. จังหวัดนราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดินครับ เนื่องจาก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปึนองค์กรที่ชาว ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้บริการบ่อย ๆ ผมเองก็เคยใช้บริการครับ แล้วก็เปึนที่สนใจด้วยนะครับ เหตุเนื่องมาจากว่าผู้นําท่านหนึ่งก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตคือ ชื่อ ศาสดามุฮัมมัดศอลลัลลอ หุอะลัยฮิ วะซัลลัม ซึ่งเปึนศาสดาท่านสุดท้ายในศาสนาอิสลาม ท่านได้กําชับก่อนที่ท่านจะ เสียชีวิตประมาณ ๑ ป้นะครับ เมื่อ ๑,๔๐๐ กว่าป้ที่ผ่านมาว่า วันนั้นครับมีการรวมตัวกัน ที่ทุ่งแห่งหนึ่ง ณ นครซาอุดีอาระเบียนะครับ เปึนวันที่ประกอบพิธีฮัจญ์ แล้วก็มีมุสลิมไป รวมตัวประมาณ ๖๐,๐๐๐ คนครับ และท่านได้ปราศรัยก่อนที่จะยุติพิธีการประกอบ พิธีฮัจญ์ว่า เจ้าทั้งหลายจงรับฟังสิ่งที่ข้าพเจ้าจะสั่งเสีย ๙ ข้อด้วยกัน เพราะว่าในป้หน้า ข้าพเจ้าจะมีโอกาสมาประกอบพิธีฮัจญ์หรือไม่ก็ไม่ทราบ และผู้หนึ่งผู้ใดที่ได้รับฟังคําสั่งเสีย เหล่านี้จงเผยแพร่แล้วก็บอกต่อ ๆ ด้วยนะครับ ใน ๙ ข้อที่ท่านศาสดาได้พูดนั้นปรากฏว่า ข้อที่ ๑ นั้นพูดว่า จงกําชับไว้ซึ่งความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เปึนเรื่องที่ท่านศาสดา กําชับมาตลอดนะครับ เพราะฉะนั้นครับองค์กรของท่านเปึนองค์กรที่ชาว ๓ จังหวัด ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบให้ความสนใจมากครับ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ผมอยากจะ ฝากจากพื้นที่ก็คือว่า ช่องทางในการใช้บริการนั้นค่อนข้างที่จะแคบ เพราะไม่มีศูนย์ ประสานงานทั้ง ๆ ที่หนึ่งในหลาย ๆ เหตุการณ์ที่ท่านให้ความสนใจเมื่อป้ ๒๕๕๐ นั้น ก็คือ เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านมีการพูดถึงกฎหมายพิเศษต่าง ๆ ไม่ว่ากฎอัยการศึก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน (พระราชกําหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘) และก็พูดถึงกรณีสุราษฎร์ธานีด้วยใช่ไหมครับ กรณีที่มีการต้อนจับกุมผู้คน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดและได้พ้นจากกฎหมายแล้ว แต่ว่าทางกองทัพได้ไปเก็บไว้ที่สุราษฎร์ธานี และในที่สุดมีการฟัองร้องกันว่าการกักตัวในขณะนั้นชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปรากฏว่าศาลได้ตัดสินไปแล้ว ซึ่งท่านมีรายงานอยู่ในนี้ด้วย ซึ่งผมก็ดีใจด้วยนะครับ แต่อย่างไรก็ตามครับ จากผลที่ท่านได้ท้วงติงให้กับกองทัพในประเด็นเหล่านี้นําไปสู่ การบรรจุในกฎหมาย พ.ร.บ. ความมั่นคงเรื่องเกี่ยวกับเหล่านี้ ซึ่งในวันนี้นะครับ ปรากฏว่า ทางกองทัพมีสิทธิครับที่จะไปเอาผู้ที่ถูกควบคุมตัวภายใต้นั้นต่ออายุไปอีก ๖ เดือน เพื่อไปอบรมในเรื่องวิชาชีพ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็คือเปึนการกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือในเรื่องของ การควบคุมตัวโดยที่ไม่ได้ใช้กฎหมาย วิ. อาญา (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา) แต่ประการใด ซึ่งเปึนประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะฝากให้กับท่านนะครับ
ประเด็นที่ ๒ สาระสําคัญอีกอันหนึ่งในปลายป้ ๒๕๕๐ ที่ท่านไม่ได้รายงาน นะครับ ก็คือซ้อมทรมาน ในขณะที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ตั้ง คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการทรมานมากมายหลายท่านนะครับ แต่ปรากฏว่า ปรากฏการณ์หนึ่งที่ไปกระตุ้นให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบมากขึ้นในป้ ๒๕๕๑ นั้นก็คือ การซ้อมทรมานที่ค่ายต่าง ๆ ช่วงป้ ๒๕๕๐ นะครับ ช่วงเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม แล้วก็ข้ามป้มาเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ของป้ ๒๕๕๑ ซึ่งในตอนนั้น เท่าที่เอ็นจีโอ รายงานนะครับ บอกว่า มีการซ้อมทรมานไม่ต่ํากว่า ๑๓๒ คน แต่ในรายงานเหล่านี้ไม่มีนะครับ ทั้ง ๆ ที่เปึนประเด็นที่น่าจะมีความสําคัญเกี่ยวกับ ความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ต้องให้กับรัฐบาลหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนําไปสู่การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป อันนี้คือประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะฝากไว้
ประเด็นที่ ๓ เนื่องจากมีเวลาน้อยนะครับ ก็คือเกี่ยวกับประชาสัมพันธ์ครับ สิทธิในเรื่องของชาติพันธุ์ ในฐานะที่ท่านเปึนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นะครับ ก็ควรให้ความสําคัญกับชาติพันธุ์อยู่ด้วย แต่ว่าการดําเนินงานของท่านนั้นในเรื่อง ของรายการวิทยุหรือสื่อต่าง ๆ นั้นท่านไม่ได้ดําเนินการโดยใช้ภาษาท้องถิ่นทําให้ หน่วยงานของท่านหลาย ๆ ท่าน แล้วก็ประชาชนส่วนใหญ่นั้นไม่ได้รับทราบเกี่ยวกับสิทธิ ในการที่จะใช้บริการจากหน่วยงานของท่าน จึงอยากจะฝากครับว่า ช่อง ๑๑ ก็มีครับ ในพื้นที่นะครับ สถานีวิทยุของหน่วยงานของรัฐก็มากมาย ท่านควรที่จะมีรายการที่เปึน ภาษามลายูด้วย เพื่อความชอบธรรมของคนในพื้นที่ที่จะใช้บริการของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเปึนองค์กรอิสระในครั้งนี้นะครับ ส่วนช่องทางที่จะให้ผู้คนหรือประชาชนในพื้นที่ ใช้บริการนั้น ทางท่านมีข้อจํากัดนะครับในเรื่องบุคลากร ท่านสามารถใช้ครับ กรณีที่กองทัพได้ เราเรียกว่า โครงการ ๔,๕๐๐ ครับ เขาจะเอาผู้ที่ว่างงานในพื้นที่ครับ มาจ้าง ๔,๕๐๐ ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ก็สามารถขอได้ หน่วยงานของท่านก็ขอได้ครับ อาจจะขอตําบลละคนเปึนอาสาสมัครของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อที่จะรับ การร้องเรียนของคนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิที่มีมากมาย และถือว่าเปึน พื้นที่หนึ่งครับที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนค่อนข้างจะสูงที่สุดในโลกก็ว่าได้ จนกระทั่ง หน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ ระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนนั้นให้ความสนใจ แล้วก็ให้ความสนใจมากกว่าองค์กรของท่านที่เปึนองค์กรที่ได้รับการสนับสนุนจากเงินของ รัฐบาลโดยทั่วไปอยู่แล้วนะครับ
สุดท้ายนะครับ ในเรื่องของคณะอนุกรรมการผมอยากจะเห็นอย่างนี้นะครับ ก็คือว่าคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องการซ้อมทรมานนี้ โอ.เค. ครับ มีหมออนันตชัย ไทยประทาน เปึนกรรมการอยู่ เปึนคนพื้นที่ที่เข้าใจนะครับ แต่ในเรื่องของกลุ่มชาติพันธุ์ ผมอยากจะเห็นในคณะกรรมการนั้นน่าจะมีตัวแทนของชนกลุ่มน้อยในประเทศครับ รวมทั้งคนมลายู (ชื่อชนชาติหนึ่งอยู่ในประเทศมาเลเซียและเกาะต่าง ๆ ทางตอนใต้ของ แหลมมลายู) ด้วยน่าจะเปึนอนุกรรมการเพื่อที่จะได้ศึกษาเรื่องเหล่านี้นะครับ เพราะมี หลาย ๆ ประเด็นครับ มีการละเมิดชาติพันธุ์มลายูจนนําไปสู่การละเมิดในสิทธิของเด็กครับ เช่น รัฐบาลไม่ยอมรับภาษามลายูจึงทําให้ไม่มีการเรียนในโรงเรียนของรัฐ ในเรื่องภาษามลายู เด็กต้องไปเรียนในวันเสาร์ วันอาทิตย์ครับ วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ต้องเรียนในโรงเรียนของรัฐ วันเสาร์ วันอาทิตย์ต้องไปเรียนภาษามลายูที่ตาดีกาอีก เด็กไม่มี เวลาส่วนตัวเลย เพราะฉะนั้นเปึนการละเมิดสิทธิเด็ก ด้วยต้นเหตุก็คือว่ารัฐบาลไม่ยอมรับ ในความหลากหลายในเรื่องของชาติพันธุ์ ในฐานะที่ท่านเปึนองค์กรสิทธิมนุษยชนที่ต้อง ปกปัองชนกลุ่มน้อยของประเทศ และชนกลุ่มน้อยที่มีมากที่สุดในประเทศไทยคือ ชนกลุ่มน้อยที่ชาติพันธุ์มลายู ท่านต้องให้ความสนใจ เพราะฉะนั้นในคณะอนุกรรมการ ด้านสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์นี้ท่านต้องบรรจุคนมลายูอย่างน้อย ๑ ท่านในการที่จะ เปึนตัวแทนของชนชาติมลายูในการที่จะมาปกปัองสิทธิอันชอบธรรมที่เขาควรที่จะมี ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งที่ผมเสียใจมากครับก็คือว่าคณะอนุกรรมการ การรวบรวมข้อมูลกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ ๑๓ ท่านครับ ไม่มีคนจาก ๓ จังหวัดแต่ประการใด โดยเฉพาะคนมลายูที่นับถือศาสนาอิสลามที่เปึนผู้ที่ได้รับ ผลกระทบโดยตรงควรที่จะให้ความสนใจกับคนเหล่านี้ อย่างน้อยครับต้องมี ๑ ท่าน ในการที่จะเปึนอนุกรรมการ
และสุดท้ายจริง ๆ ก็คือในหน้าที่ ๑๖๔ ครับ ผมสนใจหลาย ๆ อย่างครับ ท่านกรุณาพลิกดูนิดหนึ่งครับ เพราะเปึนข้อมูลที่สําคัญมากครับ เพราะท่านได้ใช้งบ ส่วนหนึ่งให้นายกมล กมลตระกูล ไปศึกษาเรื่องแนวทางการสร้างสันติภาพใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ในมุมมองของผู้ถูกผลกระทบจากความรุนแรง เนื้อหาสาระตรงนี้ มีความสําคัญมากครับ เหตุเนื่องมาจากว่าแนวคิดที่นําเสนอโดยผลการวิจัยครั้งนี้มันฉีก จากแนวคิดของฝ์ายความมั่นคงอย่างสิ้นเชิงครับ ผมยกตัวอย่างครับ ท่านยอมรับว่า สาเหตุของความรุนแรงนั้น คือการไม่ได้รับความเปึนธรรมด้านศาสนา ซึ่งเปึนสิ่งที่กองทัพ ยอมรับไม่ได้ครับ ท่านมีการพูดถึงสาเหตุของความรุนแรงคือการใช้ความรุนแรงของ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ท่านมีการพูดถึงทางออกของการยุติความรุนแรงคือให้รัฐบาลถอนทหาร ออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน การสรุปอย่างนี้มันมีนัยหมายความว่าผู้ที่ก่อเหตุ ในความรุนแรงนั้นต้องมาจากกองทัพเปึนส่วนหนึ่ง อันนี้ต้องยอมรับนะครับ จากผลการวิจัยในครั้งนี้ การเยียวยานั้นท่านได้แนะนําบอกว่าต้องกําหนดเขตปลอดอาวุธ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เหตุการณ์ตรงกันข้ามเพราะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไปแจกจ่ายอาวุธให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อปัองกันตัวเอง มันขัดแย้งกับแนวคิดของท่าน ผมจึงให้ความสนใจครับกับเวิร์ดดิ้ง (Wording : การใช้คํา) ที่มีอยู่ในนี้ และท่านควรที่จะ เอารายงานฉบับเต็มแจกจ่ายให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็สมาชิกรัฐสภา เพื่อได้รับทราบข้อมูลที่ท่านได้ศึกษามาครับ
แล้วก็ข้อที่ ๑๐ นะครับ ที่มันมีความขัดแย้งมากกับฝ์ายความมั่นคงก็คือว่า ท่านบอกว่าอนุญาตให้ถือ ๒ สัญชาติครับ หมายความว่าทั้งสัญชาติไทย แล้วก็สัญชาติ มาเลเซีย ซึ่งการสรุปอย่างนี้มันมีความขัดแย้งกับฝ์ายความมั่นคง ท่านคงต้องอธิบายผลจาก การวิจัยในครั้งนี้ด้วยนะครับ แล้วก็รัฐบาลต้องยกเลิกการป่ดกั้นความช่วยเหลือและ เงินบริจาคจากชาติมุสลิมอื่น ๆ ต่อมุสลิมที่มีอยู่ในภาคใต้ของประเทศไทย อันนี้ผมเข้าใจครับ เพราะว่าในช่วงป้ ๒๕๕๐ นั้นเปึนที่ระแวงของฝ์ายความมั่นคงต่อมูลนิธิ สมาคม ที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิและเงินบริจาคจากประเทศอาหรับ ที่มาช่วยเหลือเด็กกําพร้าที่ได้รับ จากผลกระทบ แต่ในที่สุดฝ์ายความมั่นคงนั้นมีความระแวงต่อมูลนิธิเหล่านี้ จึงเปึนที่มา ที่ไปป่ดกั้นไม่ให้โอกาส และถูกตรวจสอบตลอดจนการถูกใส่ร้ายว่าคนเหล่านี้เกี่ยวข้องกับ ขบวนการอัลเคดา (Al queda) ที่จะมาสนับสนุนการก่อการร้ายในประเทศไทย ซึ่งไม่เปึน ความจริงแต่ประการใด
เพราะฉะนั้นข้อสรุปในหน้าที่ ๑๖๔ ผมอยากจะให้ท่านเอาบทสรุปเหล่านี้ จากการวิจัยนําเสนอต่อรัฐบาล นําเสนอต่อกองทัพ นําเสนอต่อแม่ทัพภาคที่ ๔ ในฐานะที่ เปึนหัวเรือในการแก้ปัญหา นําเสนอต่อรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม นะครับในฐานะที่ดูแล เกี่ยวกับภาคใต้ในขณะนี้ นําเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะที่ดูแลเรื่องเหล่านี้ หากได้ดําเนินการตามที่ท่านได้ให้ข้อเสนอแนะ ที่ได้รับทราบมาจากมุมมองของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงนั้น ผมเชื่อนะครับว่า ความสันติสุขจะเกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงฝากไว้ครับ ขอบคุณมากครับ