นิยม เวชกามา ชี้ให้เห็นว่าผลงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภาคอีสานยังไม่ดีเท่าที่ควร และยังต้องปรับปรุงให้ประชาชนมีความไว้วางใจมากขึ้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องเด็กถูกละเมิดสิทธิ โดยเฉพาะกรณีเด็กถูกกล่าวหาว่าลักรถจักรยาน และขอฝากให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคิดว่าทําอย่างไรเด็กจึงจะไม่ถูกละเมิดสิทธิ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองต้องขอชมเชยและศรัทธาเปึนอย่างยิ่งในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้ ครับ ถึงแม้จะพ้นวาระไปอีกไม่นานก็ตาม โดยข้อเท็จจริงผมไม่รู้จักท่านเปึน การส่วนตัว แต่ก็รู้จักและชื่นชมท่านในผลงานที่ผ่านมาหลายท่านผ่านสื่อ เพราะท่านเปึน นักคิด นักเขียน โดยเฉพาะท่านประธาน ท่านศาสตราจารย์เสน่ห์ ผมเปึนแฟนของท่าน ในการเขียน แต่ว่าผมได้ฟังท่านชี้แจงเมื่อสักครู่นี้เกี่ยวกับว่าการที่ท่านทํางานท่านไม่กลัว ในด้านของฝ์ายการเมือง ท่านมีความจริงใจ ผมก็เลยขอโอกาสฝากท่านในนี้ว่า เพื่อเปึน บรรทัดฐานก่อนที่จะเข้าเนื้อหา บรรทัดฐานว่าในการชุมนุมแต่ละครั้งที่ประชาชนออกมา เคลื่อนไหวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ที่ว่า โดยปราศจากอาวุธ โดยไม่เบียดเบียนคนอื่น อะไรลักษณะนี้ ผมขอฝากท่านว่าน่าจะนําในข้อมูลเปึนบรรทัดฐานว่าเนื่องจากที่ผ่านมา ในการยึดสนามบิน ทําเนียบก็ดี พบระเบิดอะไรต่าง ๆ ลักษณะนี้ มันเปึนบรรทัดฐานหนึ่ง ทําให้ชุมนุมในต่างจังหวัดก็จะมาลักษณะคล้ายกัน โดยการยึดที่ว่าการอําเภอบ้าง ศาลากลางบ้าง ลักษณะนี้ผมอยากจะให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินําไปเปึน เงื่อนไขอันหนึ่งด้วย ที่ผมอยากจะนําเรียนเนื่องจากผมได้อ่านในรายงานของท่านไม่ค่อย ละเอียดนักแต่ว่าเป่ดกันไปทุกหน้า ผมได้พบในประเด็นที่เกี่ยวกับจังหวัดสกลนคร จังหวัดผมบ้าง ในเขตที่ท่านได้ทํารายงานบ้าง แล้วในหลายประเด็นที่ท่านทํางานหลังจากเข้ามาทํางานแล้วก็ยังไม่ได้ใจประชาชนเท่าไร ถึงแม้ผลงานท่านจะผ่านมาเปึนเรื่องที่ยอดเยี่ยมก็ตาม แต่หลังจากท่านเข้ามาทํางาน ๖-๗ ป้ ทั้งหมดก็ยังไม่เข้าตาประชาชนมากนัก และหลายช่องทางโดยสถิติออกมาว่า จังหวัดหรือภาคที่มีการร้องเรียนเข้ามาสู่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมากที่สุด คือภาคกลาง มันเปึนเรื่องที่ผมก็เปึนเห็นว่ามันเปึนเรื่องจริง ๆ ส่วนที่บ้านผมคือภาคอีสาน เฉพาะภาคอีสานตอนเหนือมีน้อยมากแค่ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง คงเปึนเรื่องจริง เพราะว่าช่องในการร้องเรียนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป่ดไว้แคบ ในความรู้สึก ของผมนะครับ เพราะว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าต้องร้องอย่างไร หรือคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเขาจะช่วยเหลือได้อย่างไรเท่านั้นเอง จริง ๆ เปึนความหวังหนึ่งของ ชาวบ้าน ของประชาชนว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี่เปึนช่องทางหนึ่งที่จะดูแล พวกเขาประชาชนได้ เปึนองค์กรเอกชนอีกกลุ่มหนึ่ง แต่ว่ามันเปึนความหวังเพียงริบหรี่ เท่านั้นเอง เนื่องจากประชาชนยังไม่รู้ช่องทางว่าจะร้องอย่างไร ผมเองในหลายเรื่องที่อ่าน ในเรื่องของท่านนี่ ผมขอยกตัวอย่างเรื่องหนึ่งซึ่งเกี่ยวกับคนสกลนครโดยตรง ผมตรวจ รายงานของท่านที่ ๑๐๖/๒๕๔๙ เรื่องนี้เปึนเรื่องของคนในเขตท้องที่ของผม ในเขต เลือกตั้งที่ ๑ ร้องเรียนเกี่ยวกับถูกหลอกไปทํางานต่างประเทศ แล้วปรากฏว่าการถูกหลอก นั้นไปทําได้วันหนึ่งก็กลับ แล้วก็ไปอีกก็ยังถูกต้มอีก ปรากฏว่ามีการร้องเรียนผ่าน กระบวนการเข้ามาถึงสิทธิมนุษยชน ในจุดนี้ผมสรุปนิดหนึ่งนะครับ เนื่องจากว่าเปึน กระบวนการที่มันไม่ชอบธรรมแต่แรก พอมีการขึ้นสู่กระบวนการของศาลคนมันจะตั้งใจ โกงอยู่แล้ว ชาวบ้านสู้ไม่ได้หรอกครับ คนที่แนะ บริษัทที่จะหลอกไปทํางานที่เกาหลีที่ว่านี้ แล้วกลับแนะนําให้ไปกู้ยืมเงินคนอีกกลุ่มหนึ่ง ก็คนกลุ่มเดียวกัน เพราะฉะนั้นเมื่อมาสู้กัน ในศาล ผมดูฟัองในศาลแล้ว ท่านที่ไปดูแล้วท่านสรุปคดีแล้วด้วย พอไปฟัองในศาล ก็ปรากฏว่าเขาก็จะคืนเงินให้ในส่วนของบริษัท ผมดูตามนี้นะครับ ก็คืนให้แต่ยังไม่ได้ เดี๋ยวนี้เพราะว่าส่งคืนยังไม่หมด ส่วนเจ้าหนี้ก็ฟัองในส่วนหนึ่งก็ฟัองชาวบ้าน ก็ต้องฟัอง แล้วก็ชนะด้วยเพราะว่าคนเตรียมการโกงไว้อย่างดี กับอีกคนหนึ่งชาวบ้านนี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็ถูกฟัองมา มันเปึนอย่างนี้ แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่สิ้นสุดนะครับ แต่ท่านก็บอกป่ดคดี คือในลักษณะนี้ผมฝากทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วยว่า ถ้ารับเรื่องไป ทําแล้วยังให้ตามถึงตลอด เพราะคนที่ร้องมาถึงวันนี้แทบไม่มีที่จะกินแล้ว ถึงแม้จะได้ โฉนดคืนมา แต่คืนมาก็เปึนแค่กระดาษแล้วครับ เพราะหนี้สินมันล้นตัว ไปทํางานเกาหลี ๔ แสนบาท หายไปหมด แล้วก็ใช้หนี้อะไรยังไม่หมด เพราะฉะนั้นวันนี้ผมฝากด้วยว่า ถ้าเปึนลักษณะนี้ผมอยากให้ตามดูด้วยวันนี้เขาได้อะไรจากที่เขาร้องกับทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะว่าถึงวันนี้ไม่ได้อะไรครับ ผมเห็นด้วย มีแต่ตัวแล้ว หมดตัวแล้วทั้ง ๗-๘ คนนี่
อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมต้องขอกราบเรียนว่า มันเปึนสิทธิของเด็กซึ่งเด็ก ในข้อเท็จจริง การสอบสวนเด็กของพนักงานสอบสวน มันเปึนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ ๓ ป้ที่แล้ว อันนี้ยกตัวอย่างให้เห็นว่า มันไม่ถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เขาร้องไม่ถึง เพราะว่าช่องทางมันแคบที่ผมว่านี่ครับ เนื่องจากในเรื่องนี้เกิดขึ้นที่สกลนครเหมือนกัน เมื่อ ๓ ป้ที่แล้ว เด็กนักเรียนโรงเรียนสงเคราะห์แห่งหนึ่งอายุแค่ ป. ๖ (ประถมศึกษาป้ที่ ๖) ถูกกล่าวหาว่าลักรถจักรยาน จักรยานปัืนนะครับ ไม่ใช่จักรยานยนต์ พนักงานสอบสวน จับกุมมาแล้วเอาไปสืบ ไม่ใช่สอบหรอก เขาก็ทํากระบวนการถูกต้องไม่ผิดกฎหมาย โดยการใช้ไฟแช็คไปลน นี่ผมรู้ในข้อเท็จจริงอยู่เพราะว่าตอนนั้นเข้าไปทําข่าว ถึงรู้ว่าไปลน ลูกอัณฑะเลย จนเปึนคดีเปึนข่าวใหญ่ว่าเด็กถูกลนไข่ เปึนข่าวใหญ่เต็มบ้านเต็มเมืองอยู่ ๒–๓ อาทิตย์ ซึ่งเรื่องนี้มูลนิธิปวีณาก็ไปดูแล แต่การสอบสวนออกมาลักษณะนั้นตํารวจ ไม่ผิดครับ ก็เปึนกระบวนการที่มันชอบหมด เพราะเขาไม่ได้สอบสวน ไม่ต้องมีทนาย ไม่ต้องมีองค์กรสงเคราะห์อะไรไปดูแล อันนี้เรื่องหนึ่งซึ่งฝากว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติต้องคิดว่าทําอย่างไรเด็กจึงจะไม่ถูกละเมิดสิทธิ เด็กถูกลนไข่ชัดเจน ผมรู้ว่า เรื่องจริง ลนชัดเจน แต่ผลการสอบสวนมาส่งให้โรงพยาบาลตรวจสอบไม่พบว่ามีไฟลน มันไม่ลนจริง ๆ ครับ ลนเปึนการขู่ ลนนอกกางเกง ข้อเท็จจริงเปึนอย่างนั้น อันนี้ฝากว่า ท่านเข้ามาทํางาน ถึงแม้จะพ้นไปก็ตาม คณะใหม่เข้ามาก็ตาม ท่านทําหน้าที่ขนาดไหน ผมอยากฝากไว้ว่าลักษณะนี้มันเกิดขึ้นในถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกลจากนครหลวง อันนี้เปึน เรื่องที่เกิดขึ้นในจังหวัดสกลนคร ฝากเปึนข้อคิด ขอบคุณมากครับ