สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

พิทูร พุ่มหิรัญ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับผู้สูงอายุ โดยมีการพิจารณาและวินิจฉัยในหลายขั้นตอน รวมถึงการนำร่างพระราชบัญญัติไปพิจารณาคํารับรองของนายกรัฐมนตรี และเสนอความเห็นเกี่ยวกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการรับรองร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงิน โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของประธานสภาผู้แทนราษฎรในการวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติใดเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงินหรือไม่

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

“หนังสือสํานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๙๐๑/๐๑๘๑ ลงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ นะครับ เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน (ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....) ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอรวม ๕ ฉบับ เรียน นายกรัฐมนตรี อ้างถึง หนังสือสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาด่วนที่สุด ที่ นร ๐๙๐๑.๑๕/อ. ๐๐๕๒ ลงวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ สิ่งที่ส่งมาด้วย บันทึกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน (ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....) ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอรวม ๕ ฉบับ

ตามที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ขอหารือปัญหาข้อกฎหมาย เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน (ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....) ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอรวม ๕ ฉบับ และสํานักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาได้ขอให้สํานักนายกรัฐมนตรี (สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี) และสํานักงบประมาณ กระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ (สํานักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ) กระทรวงมหาดไทย (กรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น) และสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแต่งตั้งผู้แทนไปชี้แจงข้อเท็จจริงนั้น

บัดนี้คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑) ได้พิจารณาข้อหารือดังกล่าว และมีความเห็นปรากฏตามบันทึกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ได้ส่งมาด้วยนี้

อนึ่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้แจ้งผลการพิจารณาไปยังสํานัก เลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบตามระเบียบด้วยแล้ว จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ขอแสดงความนับถือ คุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

เรื่องเสร็จที่ ๑๐๙/๒๕๕๒ บันทึกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน (ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอรวม ๕ ฉบับ สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๔๐๔/๑๐๑๒ ลงวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ถึงสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความว่า สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งสําเนาร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดย นายจุติ ไกรฤกษ์ กับคณะ นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ กับคณะ นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ กับคณะ นายอํานวย คลังผา กับคณะ และนายนิยม วรปัญญา กับคณะ รวม ๕ ฉบับ ซึ่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้วินิจฉัยแล้วว่าไม่เปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ แต่ในการพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ์ายค้านได้มีการโต้แย้งเรื่องสถานภาพของ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวว่าเปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน เมื่อที่ประชุม มีมติรับหลักการและตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นเพื่อพิจารณา พรรคฝ์ายค้านจึงไม่เสนอตั้ง คณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคฝ์ายค้าน เพื่อให้กระบวนการการตั้ง คณะกรรมาธิการดําเนินการต่อไปได้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร (นายชัย ชิดชอบ) ได้วินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๕ ฉบับ เปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน และแจ้งต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า จะส่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับดังกล่าวนี้ให้นายกรัฐมนตรีให้คํารับรองก่อนส่งให้ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นพิจารณา สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้นํา กราบเรียนนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชาให้ส่งสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาเสนอความเห็นเพื่อนายกรัฐมนตรีวินิจฉัยก่อนดําเนินการต่อไป คณะกรรมการ กฤษฎีกา (คณะที่ ๑) ได้พิจารณาปัญหาดังกล่าว โดยมีผู้แทนสํานักนายกรัฐมนตรี (สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและสํานักงบประมาณ) ผู้แทนกระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (สํานักงาน ส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการและผู้สูงอายุ) ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย (กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น) และผู้แทนสํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้ชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริง เพิ่มเติมดังนี้

พระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับดังกล่าว มิได้มีการเสนอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาให้คํารับรองก่อนเสนอบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพราะในขณะนั้นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรทําหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้วินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่เปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ต่อมาสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาในการประชุมครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญทั่วไป) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการ และลงมติ รับหลักการพร้อมกับเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าว แต่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไม่อาจดําเนินการต่อไปได้ เพราะมีการ โต้แย้งว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ที่นายกรัฐมนตรีจะต้องพิจารณาให้คํารับรองก่อน เพื่อให้การประชุมดําเนินการต่อไปได้ ด้วยความเรียบร้อย ประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงได้วินิจฉัยว่าเปึนร่างพระราชบัญญัติ เกี่ยวด้วยการเงิน และส่งมายังนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาว่าจะให้คํารับรองหรือไม่ ในการนี้ผู้แทนสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ประเด็นที่ประสงค์จะ ขอให้วินิจฉัยมี ๒ ประเด็น คือ

ประเด็นที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... รวม ๕ ฉบับ เปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินตามมาตรา ๑๔๓ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยหรือไม่

ประเด็นที่ ๒ หากเปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินสมควรที่ นายกรัฐมนตรีจะให้คํารับรองหรือไม่

ในประเด็นที่ ๑ คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑) พิจารณาแล้ว มีความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของนายกรัฐมนตรีดังต่อไปนี้

ตามบทบัญญัติมาตรา ๑๔๒ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินจะเสนอได้ก็ต่อเมื่อมี คํารับรองของนายกรัฐมนตรี และโดยผลของข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๑๑๑ ได้กําหนดให้เปึนอํานาจของประธานสภาผู้แทนราษฎรที่จะเปึน ผู้วินิจฉัยเบื้องต้นว่าร่างพระราชบัญญัติที่มีผู้เสนอโดยมิใช่คณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอนั้น เปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ ในขณะเดียวกันมาตรา ๑๔๓ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติว่า ในกรณีที่เปึนที่สงสัยว่า ร่างพระราชบัญญัติใดเปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ ให้เปึนอํานาจของ ที่ประชุมร่วมกันของประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานคณะกรรมาธิการสามัญของ สภาผู้แทนราษฎรทุกคณะเปึนผู้วินิจฉัย โดยผลของรัฐธรรมนูญและข้อบังคับดังกล่าว จึงกล่าวได้ว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้มีอํานาจวินิจฉัยในเบื้องต้น และประธานสภาผู้แทนราษฎรกับประธานคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ทุกคณะเปึนผู้วินิจฉัยเปึนที่สุดว่าร่างพระราชบัญญัติใดเปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วย การเงินหรือไม่ ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในเรื่องนี้ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทําหน้าที่ แทนประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เคยวินิจฉัยไว้เปึนเบื้องต้นแล้วว่า ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับไม่เปึนพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน แต่เมื่อมีการ พิจารณาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญทั่วไป) ได้มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับดังกล่าวเปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ และในที่สุดประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทําหน้าที่ประธานในที่ประชุมในขณะนั้นได้ วินิจฉัยว่าเปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน จึงเปึนปัญหาการวินิจฉัยของ ประธานสภาผู้แทนราษฎรในครั้งหลังนี้เปึนการชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑) พิจารณาแล้วเห็นว่าเมื่อเกิดมีผู้ทักท้วงว่า ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับเปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน และประธาน สภาผู้แทนราษฎรเห็นสอดคล้องด้วยว่าเปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน จึงต้อง ถือว่าเปึนกรณีมีข้อสงสัย ซึ่งเปึนอํานาจในการวินิจฉัยของประธานสภาผู้แทนราษฎร กับประธานคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรทุกคณะ ประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่มีอํานาจวินิจฉัยโดยลําพัง การดําเนินการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อไป โดยไม่ได้นํากลับไปดําเนินการตามขั้นตอนที่กําหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญเสียให้ถูกต้อง จึงน่าจะไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ปัญหาที่ว่าร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับ ดังกล่าวเปึนพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ จึงยังไม่เปึนที่ยุติตามขั้นตอน ของรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าถือตามคําวินิจฉัยของประธานสภาผู้แทนราษฎรในครั้งแรก ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวก็ไม่ใช่ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน แต่ถ้าจะถือตาม คําวินิจฉัยครั้งที่ ๒ คําวินิจฉัยครั้งที่ ๒ ก็ไม่เปึนไปตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ เพราะ ไม่อยู่ในอํานาจของประธานสภาผู้แทนราษฎรที่จะวินิจฉัยได้แต่โดยลําพัง กรณีจึงไม่เปึน ที่ยุติว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ นายกรัฐมนตรีจึงยังไม่อยู่ในฐานะที่จะรับรองหรือไม่รับรองได้ นอกจากนี้ในกรณีที่หาก ถือว่าเปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน การที่ได้มีการดําเนินการพิจารณาและลง มติรับหลักการจนถึงตั้งกรรมาธิการไปแล้ว โดยยังไม่มีคํารับรองของนายกรัฐมนตรี ย่อมเปึนการไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และหากนายกรัฐมนตรีจะรับรองไปตามคําวินิจฉัย ของประธานสภาผู้แทนราษฎรในครั้งที่ ๒ ก็ไม่ทําให้ความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนั้น กลับกลายเปึนความชอบด้วยรัฐธรรมนูญได้ ในกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว หากมีผู้หยิบยกขึ้นเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญและ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเปึนการไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวย่อมตกไปได้

ประเด็นที่ ๒ หากเปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินสมควรที่ นายกรัฐมนตรีจะให้คํารับรองหรือไม่นั้น โดยที่ได้วินิจฉัยในประเด็นที่ ๑ แล้วว่า นายกรัฐมนตรีไม่อยู่ในฐานะที่จะรับรองได้ จึงไม่จําเปึนต้องวินิจฉัยในประเด็นนี้อีก อย่างไรก็ตามเพื่อประกอบการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑) เห็นสมควรให้ข้อสังเกตว่า ตามร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับดังกล่าว จะมีผลให้รัฐบาลต้องจ่ายเงินให้แก่ผู้สูงอายุทุกคนอย่างทั่วถึงและเปึนธรรม ไม่ว่าจะ อยู่ในฐานะอย่างไร ซึ่งอาจต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นเปึนจํานวนมาก จึงสมควรสอบถาม สํานักงบประมาณและกระทรวงการคลังประกอบด้วยว่าจะอยู่ในฐานะที่จะจัดสรร งบประมาณให้ได้หรือไม่ ลงนามโดย คุณหญิงพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการ กฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒”