ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ..... ว่าประธานสภาใช้อำนาจและดุลยพินิจในการวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงินหรือไม่ และปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมสภาและรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพครับว่า สิ่งที่ท่านประธานได้ดําเนินการนั้นเปึนไปตามรัฐธรรมนูญและ ข้อบังคับการประชุมสภาทุกประการ กระผมต้องขออนุญาตลําดับความครับ เพราะเรื่องนี้ เปึนเรื่องที่มีอยู่ ๒ ภาคส่วนก็คือ กฎหมายรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมยืนยันว่าท่านรักษาการประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านมีอํานาจในการวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติใดเปึนร่างการเงินหรือไม่ และการที่ ท่านได้ยกอ้างมาตรา ๑๔๓ แห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญขึ้นมานั้นว่าท่านประธานจะต้อง ดําเนินการส่งให้ประธานคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓๕ คณะ วินิจฉัยนั้น กระผมเห็นว่าสิ่งที่ท่านเสนอถูกครับแต่ไม่ถูกทั้งหมด การที่จะเสนอใน มาตรา ๑๔๓ ได้นั้นเปึนกรณีของการที่จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินั้นว่าเปึนการเงิน หรือไม่ ก่อนนําเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมครับท่านประธาน ในกรณีที่ ท่านประธานสภาสงสัยว่าร่างพระราชบัญญัติใดเปึนร่างการเงินหรือไม่ เมื่อท่านสงสัย แต่ท่านไม่อยากใช้ดุลยพินิจหรืออํานาจของท่าน ท่านก็มีสิทธิเรียกประธาน คณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ๓๕ คณะ มาปรึกษาหารือว่าจะให้ พิจารณาเรื่องนี้เปึนเรื่องการเงินหรือไม่ อย่างไร ถ้าที่ประชุมของประธานคณะกรรมาธิการ สามัญของสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓๕ คณะวินิจฉัยว่าเปึนเรื่องการเงิน ท่านประธานก็ส่งไป ให้นายกรัฐมนตรีให้คํารับรอง นี่คือมาตรา ๑๔๓ ส่วนมาตรา ๑๔๔ ครับท่านประธาน ในกรณีที่วินิจฉัยว่าไม่ได้เปึนการเงิน แล้วก็นําเข้าสู่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา แล้ว คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้วมีการเพิ่มเติม ตัดทอนข้อความ ทําให้ ร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากลายเปึนพระราชบัญญัติการเงิน ขึ้นมา จะต้องนําเสนอให้นายกรัฐมนตรีให้คํารับรอง ท่านประธานจะเห็นนะครับว่า มาตรา ๑๔๓ และมาตรา ๑๔๔ มีกระบวนการและเวลาของตัวมันเองอยู่ แต่สิ่งที่กระผม กราบเรียนท่านประธานก็คือ ในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ (วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒) ที่สภาแห่งนี้พิจารณาในชั้นรับหลักการร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้นอยู่ในช่วงระหว่าง ๒ เวลา ของมาตรา ๑๔๓ และมาตรา ๑๔๔ ที่กระผมอยากจะ กราบเรียนยืนยันท่านประธานก็คือว่า ท่านประธานได้ใช้อํานาจและดุลยพินิจของ ท่านประธานถูกต้องแล้วครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๑ กระผมขออนุญาตอ่านให้ ท่านสมาชิกได้รับฟังเพื่อว่าข้อกฎหมายจะได้มีความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน ข้อ ๑๑๑ ในกรณีที่ประธานสภาเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่มีผู้เสนอตามมาตรา ๑๔๒ (๒) (๓) และ (๔) ของรัฐธรรมนูญเปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ให้ประธานสภาแจ้งให้ ผู้เสนอทราบ หากผู้เสนอไม่คัดค้านความเห็นของประธานสภาภายในเจ็ดวันนับแต่วันส่ง คําแจ้ง ให้ถือว่าไม่มีกรณีเปึนที่สงสัยตามมาตรา ๑๔๓ ของรัฐธรรมนูญ ก็ให้ประธานสภา ส่งร่างพระราชบัญญัตินั้นไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้คํารับรอง กระผม กราบเรียนย้อนไปเหตุการณ์ในวันที่ ๕ ครับ วันนั้นท่านประธานนําเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม เพราะท่านประธานก็มีความเห็นเดิมกับ ท่านรักษาการประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าไม่เปึนการเงิน แต่เมื่อสมาชิกหยิบยก ข้อสงสัยขึ้นอภิปรายในสภา ซึ่งท่านประธานสภามีดุลยพินิจที่จะวินิจฉัยว่าวันนี้เมื่อเข้ามาสู่ กระบวนการถูกต้องในตอนตีว่าไม่เปึนการเงินเข้ามาสู่กระบวนการถูกต้อง แต่เมื่อสภา กําลังจะวินิจฉัยแล้ว มีข้อสงสัยของเพื่อนสมาชิกว่าอาจจะเปึนการเงิน ท่านประธานก็เลย ต้องหยิบยกข้อ ๑๑๑ มาเพื่อดําเนินการ เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะหากมี ข้อสงสัยแล้วถ้าท่านประธานไม่ใช้ดุลยพินิจในการวินิจฉัยเรื่องนั้น ก็จะกลายเปึนว่า ท่านประธานไม่ปฏิบัติการให้เปึนไปตามข้อบังคับการประชุมสภาและกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ผมเห็นด้วยกับท่านประธานครับวันนั้นว่า ท่านประธานได้ขอให้ที่ประชุมแห่ง นี้พิจารณาร่วมกันถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น หากพิจารณาต่อไปแล้วเปึนการเงินก็จะ เกิดความเสียหาย เพราะฉะนั้นท่านประธานจึงได้ขอให้ตัวผู้เสนอญัตติทั้ง ๕ ท่าน ส่งคํารับรองมายังท่านประธานว่าไม่คัดค้านความเห็นของท่านประธานที่จะส่งให้ นายกรัฐมนตรีให้คํารับรองว่าเปึนพระราชบัญญัติเรื่องการเงิน ซึ่งกระบวนการเวลาในช่วงนี้ ละครับท่านประธานครับ มันอยู่ในช่วงระหว่างมาตรา ๑๔๓ กับมาตรา ๑๔๔ ซึ่ง ท่านประธานได้วินิจฉัยและดําเนินการถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญทุกประการ ครับท่านประธาน สิ่งที่กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า วันนี้ปัญหาที่ เกิดขึ้นก็คือ เมื่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อให้คํารับรอง ความจริงท่านนายกรัฐมนตรีไม่ติดขัดครับ ไม่ติดใจ ที่จะให้คํารับรอง แต่เนื่องจากมันมีกฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติช่วงเวลาที่นายกรัฐมนตรี จะมีเวลาให้คํารับรองไว้อยู่ ซึ่งเวลาในช่วงนั้นมันผ่านเวลาไปแล้วก็คือก่อนที่จะนําเข้าเสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎร ถึงจะนําให้ท่านนายกรัฐมนตรีให้คํารับรองหรือคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาแล้วเพิ่มเติม ตัดทอนแก้ไข เห็นว่าเปึนการเงิน ก็เลยนํากลับไปให้ นายกรัฐมนตรีพิจารณา แต่เวลานั้นยังไม่เข้าเหตุการณ์ทั้ง ๒ กรณีนี้ เพราะฉะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีสิทธิที่จะมีความวิตกกังวลว่า การดําเนินการที่จะให้คํารับรองนั้น จะเปึนไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาก็วินิจฉัย เพื่อให้การปฏิบัติงานของท่านนายกรัฐมนตรีเปึนไปโดยถูกต้องว่า เงื่อนเวลาในการที่จะ ให้คํารับรองของนายกรัฐมนตรีนั้นไม่อยู่ในช่วงเวลาที่จะให้คํารับรองได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อกลับมาดูในขณะนี้ว่าร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับที่ส่งไป ท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีไม่ให้คํารับรอง ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับ นั้นตกไปโดยอัตโนมัติครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ เพราะในมาตรา ๑๔๒ เขียนไว้ อย่างนี้ครับว่า ในกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติซึ่งมีผู้เสนอตาม (๒) (๓) หรือ (๔) เปึน ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินจะเสนอได้ก็ต่อเมื่อมีคํารับรองของนายกรัฐมนตรี นั่นหมายถึงอะไรครับ หมายถึงว่าสภาแห่งนี้จะไม่สามารถหยิบยกร่างพระราชบัญญัติใด ก็ตามขึ้นมาพิจารณาได้ หากสภาแห่งนั้นวินิจฉัยว่าเปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วย การเงินและไม่มีคํารับรองจากนายกรัฐมนตรี นั่นหมายถึงว่านําเข้าสภาก็ไม่ได้ เมื่อนํา เข้ามาแล้วถ้าตีความว่าเปึนพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงินก็ตกไปโดยอัตโนมัติเลยครับ ท่านประธาน และผมเห็นด้วยกับท่านประธานที่ผู้เสนอญัตติร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ ทั้ง ๕ ฉบับ ท่านก็ทราบดีครับว่า พ.ร.บ. ดังกล่าวนั้นตกไปแล้ว ท่านจึงได้เสนอกลับเข้ามาใหม่ แล้วได้ขอคํารับรองจากท่านนายกรัฐมนตรี และท่านนายกรัฐมนตรีก็ให้คํารับรอง พ.ร.บ. ๕ ฉบับนี้เสร็จสิ้นกระบวนความเรียบร้อย วันนี้กระผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า สภาแห่งนี้เสียเวลาไปมากมายแล้วท่านประธานครับ แม้ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุ แต่เปึนเรื่องที่เราควรจะได้ ผลักดันเพื่อให้เกิดความชัดเจนในกระบวนการของการทํางาน กระผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่า การดําเนินการของท่านประธานตั้งแต่เริ่มต้นจนบัดนี้ถูกต้อง ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมสภาและรัฐธรรมนูญทุกประการ ท่านประธานไม่มี ความจําเปึนต้องแสดงความรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้นครับ ขอบคุณครับ