สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ มกราคม ๒๕๕๒

สุนี ไชยรส หารือเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้ และเสนอให้ใช้ที่ดินของมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ให้ชุมชน และเรียกร้องให้ตรวจสอบการจัดสรรที่ดินอย่างชัดเจน เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินของประชาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวม้งในจังหวัดน่าน และเรียกร้องการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับและแก้ไขปัญหา รวมถึงกฎหมายที่จะออกมาเพื่อจัดตั้งกองทุนชดเชยความเสียหายทางแพ่ง และเสนอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่ดินที่ถูกทับซ้อนให้กับผู้คนนับแสนครอบครัว โดยไม่ต้องใช้งบประมาณ

นางสุนี ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน สุนี ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะจากสํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต้องขอขอบคุณต่อสภา ผู้แทนราษฎรเปึนอย่างยิ่ง สําหรับการให้โอกาสและช่วยอภิปรายเสนอแนะอย่างละเอียด ใน ๓ ประเด็นของรายงานการตรวจสอบทั้ง ๓ ฉบับ แล้วก็ขอขอบคุณต่อรัฐบาล เนื่องจากว่าท่านได้กําลังเสนอนโยบายเกี่ยวกับเรื่องที่ดินเข้ามาในช่วงเวลาเหล่านี้พอดี นะคะ ดิฉันใคร่ขอสรุปเพื่อตอบคําถามและช่วยโยงให้เห็นภาพว่า ทําไมคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงเสนอ ๓ เรื่องนี้เข้ามา แล้วเรื่องดูเก่ามาก ดิฉันอยากจะขอ เท้าความอย่างนี้ค่ะว่า เรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับที่ดินที่เข้ามาที่คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติในบรรดาเรื่องทั้งหมด ๕,๐๐๐ เรื่อง โดยประมาณ ในระยะเวลา ๗ ป้ ที่ผ่านมา เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับที่ดินเกือบ ๑,๐๐๐ เรื่อง เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับที่ดินใน มิติต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติอภิปราย นะคะ จะสอดคล้องกับที่ท่านอภิปรายอย่างยิ่ง เนื่องจากว่ากลายเปึนปัญหาใหญ่ ระดับประเทศ การที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่มีอายุความ การที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีหน้าที่จะต้องตรวจสอบเรื่องร้องเรียนหรือ แม้กระทั่งหยิบยกเรื่องขึ้นมา แล้วก็ทํารายงานเสนอต่อรัฐบาล แล้วถ้ารัฐบาลไม่แก้ไข จึงนําเสนอมาต่อรัฐสภา ขณะเดียวกันคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็มีอํานาจ หน้าที่ที่สําคัญ คือ การเสนอแนะนโยบาย แล้วก็ข้อเสนอแนะทางกฎหมาย รวมทั้งการ รณรงค์ให้ผู้คนตระหนักต่อสิทธิมนุษยชน ดิฉันใคร่ขออธิบายความเปึนมาของ ๓ เรื่องนี้ว่า หลังจากที่รับเรื่องแล้ว ดิฉันยกตัวอย่าง อย่างกรณีของนายเด่น ที่อํานาจเจริญ เนื่องจากว่าค่อนข้างได้รับความร่วมมือดูเหมือนจะด้วยดี หลังจากพบว่าเปึนความ บกพร่องที่มีการรังวัด นสล. ถูกต้อง แต่วาดรูปแผนที่ผิดพลาด จึงนํามาซึ่งการเข้าใจผิด ของทุกฝ์ายว่าสามารถที่จะตั้งโรงเรียนและ อบต. ในที่สาธารณะแปลงนั้น แล้วก็เปึน ข้อบกพร่องโดยสุจริตเหมือนกัน แต่เปึนความผิดพลาดตรงที่ อบต. ไม่ได้ดําเนินการต่อกรมที่ดินที่จะได้ขอรังวัดให้ เรียบร้อยก่อนจะลงมือสร้างโรงเรียน แต่ข้อเสนอของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติได้รับการตอบสนองจากจังหวัดอํานาจเจริญในสมัยนั้น ตั้งแต่แรก ๆ คือรอบป้ ๒๕๔๗ คือตรวจสอบเสร็จ ไปเจรจากันหลายฝ์าย เสร็จเรียบร้อย ป้ ๒๕๔๙ จังหวัดตั้ง คณะทํางานร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นํามาซึ่งข้อเสนอต่อ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยก็ตอบยืนยันกลับมาที่คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๙ ว่า ได้สํารวจเรียบร้อย กําลังอยู่ในกระบวนการของ การเยียวยาว่าเปึนความบกพร่องของรัฐ ก็คือประมาณ ๑ ล้านบาทเศษ เพียงแต่ว่า หลังจากนั้นเรื่องไม่ได้เดินต่อ แล้วก็หยุดชะงักมาเปึนเวลานาน คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติจึงเข้าพบต่อรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อรองนายกรัฐมนตรีไพบูลย์ แล้วในที่สุดนํามาซึ่งกลไกร่วมกันในภาคของรัฐบาล ซึ่งจะเปึนข้อเสนอที่สําคัญต่อรัฐบาล ในวันนี้ด้วย ก็คือว่าเรื่องร้องเรียนทั้งหมดอย่างน้อย ๕๐๐ เรื่อง ที่มีการนําเสนอว่ามีการ ละเมิดสิทธิมนุษยชน และต้องได้รับการแก้ไขทั้งในเชิงรูปธรรม และข้อเสนอเชิงนโยบาย จะต้องมีกลไกของรัฐ ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีตอนนั้น คือรัฐบาลตอนนั้นก็ได้ตั้ง คณะกรรมการกํากับติดตามแก้ไขปัญหากรณีร้องเรียนผ่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ โดยมอบให้รองนายกรัฐมนตรีไพบูลย์เปึนประธาน มีหน่วยงานราชการที่ เกี่ยวข้องเข้ามา บนพื้นฐานที่ว่าไม่ต้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริงอีก เนื่องจากว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ใช้เวลา และกระบวนการในการปรึกษาหารือกับ หน่วยงานต่าง ๆ จํานวนมาก ใช้เวลามากทีเดียว แล้วก็เจรจากับหลายฝ์าย พยายามไกล่ เกลี่ยในกรอบของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กว่าจะจัดทํารายงานที่ท่านติงว่าดูเหมือน จะรุนแรง มีเรื่องที่ชี้ชัดว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนจํานวนไม่มากนัก เพราะว่าหลายเรื่อง อาจจะไกล่เกลี่ยกันไปได้ หลายเรื่องคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้ยุติไป เมื่อ คณะกรรมการโดยท่านรองนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม ๒๕๕๐ หลังจากที่เสนอกันมานานและไม่ได้รับการแก้ไข อันนี้เปึนภาพรวมของทั้ง ๓ กรณีด้วยนะ คะ ในที่สุดท่านรองนายกรัฐมนตรีไพบูลย์ คณะกรรมการชุดนี้ได้ตั้งคณะอนุกรรมการ เฉพาะกิจ โดยมอบให้สํานักปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี เปึนประธานคณะทํางาน และเปึน กลไกในการดําเนินงาน ตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อเอา ๓ กรณีนี้เปึนกรณีนําร่อง เพราะเรื่องมันรุนแรง และยืดเยื้อยาวนานไม่ได้รับการแก้ไข ท่านบอกว่ารับทั้งหมด ซึ่ง อาจจะมีหลายร้อยเรื่อง แต่ขอทดลองกลไกนี้ด้วยการใช้คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ซึ่ง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติร่วมกับสํานักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับจังหวัดน่าน จังหวัดอํานาจเจริญ และจังหวัดนครศรีธรรมราช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปประชุม ในพื้นที่ร่วมกัน มีการประชุมสะสางเรื่องนี้อย่างละเอียด หลังจากที่รายงานออกไปแล้ว มี คําสั่งออกมา ก็ปรากฏว่าอย่างกรณีของนายเด่น กระทรวงมหาดไทยได้ยอมรับว่าจะจ่าย แต่ว่ากลไกไปติดขัดเหมือนหลายท่านได้อภิปราย การที่ไม่มีงบประมาณรองรับ ทุกคนก็ กลัวความผิด เหมือนกับบอกว่าใครจะเปึนคนจ่าย จะให้ อบต. จ่าย อบต. ก็บอกว่าเขา ไม่ใช่เปึนคนผิด สมมุติอย่างนี้ค่ะ ทุกหน่วยงานไม่มีคนผิดหมด คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติจึงนํามาซึ่งข้อเสนอสําคัญบอกว่า ถ้าความบกพร่องนั้นเกิดจากการ กระทําของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ขอความกรุณาให้ตั้งกองทุนและจัดการจ่ายในนามรัฐบาล ก่อน เพราะว่าเวลามันผ่านไปยาวนาน ส่วนท่านจะไปไล่เบี้ย หรือไม่ไล่เบี้ย ท่านต้องดูเปึน รายกรณี บางเรื่องก็อาจจะไม่ต้องไปหาคนผิด อย่างกรณีของนายเด่น กรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติได้ชี้แจงต่อกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. กรมที่ดินทั้งหลายทั้งปวงว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ถือว่าใครคือคนผิด เนื่องจากว่าอาจจะเปึน ช่างรังวัดเด็ก ๆ สักคนหนึ่งที่อาจจะผิดพลาดในสมัยนั้น ถ้าไปไล่เบี้ยหาความผิดและให้ เด็กคนนั้น นายคนนั้นใช้ความผิด ๑ ล้านบาท ก็คงไม่ได้ใช้กันสักที นอกจากไล่ออกจาก ราชการไปเฉย ๆ แต่ไม่ใช่การเยียวยาที่ควรจะเปึน แล้วก็เปึนการไม่ให้กําลังใจต่อ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอาจจะทําบกพร่อง ประมาทเลินเล่อไปบ้างบางกรณี นี่คือตัวอย่าง ของนายเด่น แต่เรื่องนี้เปึนตัวอย่างมาถึง ๓ กรณี ซึ่งดิฉันขอให้ภาพรวมว่าหลังจากมี ตัวอย่าง ๓ ราย เรื่องของนายเด่นกลับกลายเปึนว่าทางกระทรวงมหาดไทยทั้งที่เคยมี แนวนโยบายว่าจะจ่ายเงินนี่นะคะ เพียงแต่ว่าเกิดความผิดพลาดไปตั้งท่านผู้ตรวจคนหนึ่ง ได้มีคําสั่งไปที่จังหวัดให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่าใครผิด และทําให้จังหวัด อําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านทั้งหลายหยุดชะงักการพิจารณาเยียวยาต่อไป ๒. ก็คือ อาจจะ เนื่องจากความเข้าใจผิด ทําให้อําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านช่วยกันหาทางแก้ไขด้วยการขอ ออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง เพื่อจะบอกว่าที่ตรงนี้เปึนที่ นสล. ไปเสียเลยจะได้จบ แต่แท้ที่จริงก็คือการซ้ําเติมปัญหาของนายเด่น แล้วก็ผลักภาระไปสู่คดีทางศาลดังที่ท่าน สมาชิกได้กรุณาพูดถึงหลายท่าน เรื่องนี้จึงนํามาซึ่งการร้องเรียนใหม่ของนายเด่น แล้ววันนี้เรื่องนี้บานปลายไปมากมาย ก็คือ นายเด่นจะต้องฟัองต่อศาล ซึ่งเขาอาจจะยิ่ง เสียหายไปอีกหลายป้ของกรณี ดิฉันจึงคิดว่าวันนี้จะเปึนโอกาสดีเรื่องไปไกลมากแล้ว มีคําสั่ง มีอะไรมากมาย ขอแต่เพียงการตัดสินใจของรัฐบาลที่จะเยียวยาความเสียหาย เฉพาะรายด้วย แล้วก็ระงับยับยั้งการขอออก นสล. ของอําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อบต. เพื่อไม่ให้ซ้ําเติมความเสียหายไปจนกว่าจะได้เยียวยา นี่เปึนประเด็นเล็ก ๆ ตรงนี้ นะคะที่ขอติงไว้ก่อน ตั้งไว้ก่อน

เรื่องที่ ๒ กรณีของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ดิฉันเชื่อว่าหลายท่าน อภิปรายตรงประเด็นมาก เพราะว่าทุกคนอยากได้มหาวิทยาลัย ทุกคนช่วยกระตือรือร้น หาที่สาธารณะให้มหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับชุมชนในวลัยลักษณ์ประมาณเกือบพัน ครอบครัวยินดีที่อยากได้มหาวิทยาลัย แต่เนื่องจากว่าพื้นที่มันกว้างใหญ่มากทั้งหมด ตอนนี้ใช้ไป ๑๒,๐๐๐ ไร่ มันก็กระทบต่อผู้คนจํานวนมหาศาล แล้วแม้ว่าจะมีการเยียวยา จ่ายค่าชดเชยไปจํานวนไม่น้อย แต่บนฐานที่ว่าไม่ใช่สิทธิของชาวบ้านค่าชดเชยจึงเปึน การชดเชยในฐานะเปึนที่สาธารณะ ซึ่งเรื่องนี้มีความสลับซับซ้อน แล้วมีข้อเสนอเชิง นโยบายว่าควรจะได้มีการตรวจสอบความเปึนที่สาธารณะและการทับซ้อนต่อประชาชน เสียก่อน ก่อนที่จะลงมือก่อสร้าง อันนี้ก็จะมีภาพข้อเสนอเชิงนโยบาย เมื่อสร้างมาแล้วมี การจ่ายค่าชดเชยบางส่วนคนที่มี ส.ค. ๑ น.ส. ๓ หลายคนไปฟัองศาล วันนี้ศาลยังไม่ยุติ กําลังสู้คดีกันอยู่เปึนเรื่องเจ็บปวดด้วยกันทุกฝ์ายนะคะ แต่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติไม่ได้ตรวจสอบเรื่องที่อยู่ในศาล วันนี้เรื่องมีนิดเดียวเท่านั้นเองว่ากลุ่มคนที่ได้รับ ความเดือดร้อนมหาวิทยาลัยได้ขอที่เพิ่ม คือตอนแรกมี ๙,๐๐๐ กว่าไร่ ขอ ๓,๐๐๐ กว่าไร่ เพื่อไปจัดสรรที่ ส.ป.ก. ครอบครัวละ ๕ ไร่ ให้แก่ประชาชน ซึ่งตรงนี้เรามาตรวจสอบวันนี้ แล้วมีการเยียวยา โดยคําสั่งของรองนายกรัฐมนตรีและคําสั่งอนุกรรมการเฉพาะกิจพบว่า แม้แต่หลักเกณฑ์ทั่วไปของ ส.ป.ก. ก็อนุญาตมากกว่า ๕ ไร่ แล้วไม่ใช่ว่ามีลูกกี่คนก็ได้แค่ ๑ ในฐานะครอบครัว หลักเกณฑ์ของ ส.ป.ก. ตามกฎหมาย ก็คือว่ามีมีลูก ๕ คน ๖ คน ๗ คน ที่บรรลุนิติภาวะเขามีสิทธิ ๑ ก้อนด้วยคล้าย ๆ อย่างนี้นะคะ แต่ว่ามหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์เองได้ให้เขาเพียงครอบครัวละ ๕ ไร่ เปึนภาวะจํายอมที่เจ็บปวดแล้วไม่มีการ ร้องเรียนมายาวนาน เนื่องจากว่ามีความสลับซับซ้อนอย่างที่ท่านได้ตั้งข้อสังเกต เรื่องมา มีปัญหาเกิดขึ้น เพราะว่าคนที่ได้รับการจัดสรรจํานวนมากไม่สามารถเข้าในพื้นที่ได้ เนื่องจากพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรร ๓,๐๐๐ ไร่ ก็มีครอบครัวของชุมชนอยู่ด้วยจึงสู้กัน กลายเปึนความขัดแย้งระหว่างชุมชนที่บานปลาย ทั้งที่ชุมชนไม่ได้มีเจตนา แต่เขาก็ ปกปัองที่ของเขาจึงนํามาซึ่งการร้องเรียนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้วลงไป ตรวจสอบทั้งหมด แต่ก็ยังอยู่ในกรอบของ ๓,๐๐๐ ไร่ เพราะฉะนั้นข้อเสนอหลังจากมี คําสั่งอนุกรรมการไปตรวจสอบกันมามีข้อเสนอตรงไปตรงมาอยู่ ๒ ข้อนะคะ

ข้อที่ ๑ ก็คือว่าทุกฝ์ายยอมรับว่าจะต้องจัดสรรที่ ส.ป.ก. ให้แก่เขาเพิ่ม อย่างน้อยตามจํานวนบุตร ซึ่งมีอยู่แม้ว่าจะไม่ถูกหลักเกณฑ์นัก เขายินดียอมรับ ๕ ไร่ แต่ขอเพิ่มให้กับบุตรหลานที่ควรจะได้รับสิทธิมากกว่านั้น

ข้อที่ ๒ ก็คือว่ากรุณาอย่าไปจับที่ทับซ้อนคนที่มีอยู่แล้วใน ๓,๐๐๐ ไร่ ตรงนี้ หลบให้เขาหน่อย บางคนเขามี ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ แล้วเขาต่อสู้อยู่ทํากินมายาวนาน เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่มีที่เหลืออีกแล้ว ประชุมจังหวัดหลายรอบไม่มีที่ จึงนํามาซึ่งข้อเสนอ ว่า มหาวิทยาลัย ซึ่งมี ๙,๐๐๐ กว่าไร่ กรุณาเฉือนที่ของท่านมาแบ่งปันให้กับชุมชนบ้าง ได้หรือไม่ เพราะว่าดิฉันไม่ใช่รัฐบาลเหมือนที่หลายท่านตั้งขอสังเกต กรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติไม่ทราบจะไปหาที่ไหนให้ จังหวัดก็ไม่ทราบจะหาที่ที่ไหนให้ จึงนํามา ซึ่งข้อเสนอว่ามหาวิทยาลัยกรุณาเจียดที่ของท่านที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือจะใช้ก็ใช้ น้อยลงหน่อยกลับมาให้ชุมชน เพราะว่าชุมชนเสียสละเพื่อท่าน ที่สาธารณะก็คือที่ สาธารณะของชุมชน อันนี้คือแนวคิดของเรื่องมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ แต่มีข้อเสนอเชิง นโยบายว่าต่อไปเหมือนที่ท่านพูดนะคะ ความจริงพัทลุงร้องเรียนอยู่นะคะ ดิฉันจะไป ประชุมที่จังหวัดพัทลุงเร็ว ๆ นี้ เรื่องมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับเรื่องที่ดินเหมือนกัน อันนี้ต้องขอ อภัย ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมที่ชัยนาทก็ร้องเรียนเข้ามา แต่เนื่องจากว่ามีการ ไกล่เกลี่ยเยียวยายุติแล้ว ยังมีหลายเรื่องของมหาวิทยาลัย จึงมีข้อเสนอเชิงนโยบายว่า ต่อไปนี้มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานของรัฐกรุณาใช้ที่ไม่มาก แล้วก็มีการตรวจสอบอย่างชัดเจน เพื่อจะได้เยียวยาปัญหาของประชาชน อันนี้ก็เปึนเรื่อง ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

เรื่องสุดท้ายที่เจ็บปวดมากกว่านั้นคือ ป้ ๒๕๔๒ ของม้งป์ากลาง ซึ่งอยู่ใน สมัยของการสู้รบกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย แล้วถูกอพยพออกไป เมื่อพวกเขา ได้รับอนุญาตให้กลับมา เพราะที่ที่จัดสรรให้ไม่เพียงพออยู่แล้ว ท่านคงนึกภาพออก เขาก็ กลับมาและได้รับการส่งเสริมให้ปลูกลิ้นจี่ เขาอยู่มาก่อนป์าสงวน เพราะนี่คือที่เดิมของ เขาตั้งแต่อดีตก่อนที่จะถูกอพยพ แล้วเขาได้รับการรับรองใบ ทป. ๔ ตามมติ ครม. ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ เขามีหลักฐานชัดเจนกว่าหลายชุมชนเสียอีก แต่ว่าเนื่องจากเปึน การปลูกลิ้นจี่ทําให้พี่น้องพื้นราบส่วนหนึ่งไม่พอใจ เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ท่านตั้งข้อสังเกต ว่าทําไมกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ได้พูดถึง เราพยายามอย่างยิ่งที่จะหารือและ เยียวยา โดยการพบกับรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ อธิบดีหลายคน เพื่อจะ พยายามหวังว่า การเจรจาด้วยดีจะนํามาซึ่งมนุษยธรรมอย่างที่ท่านพูด แต่ว่าคนที่นําเข้า ไปก็คืออธิบดีกรมป์าไม้ในขณะนั้นนะคะ โดยการที่อาจจะคิดอยากอนุรักษ์ป์าหรืออะไร ก็ตาม แต่ว่าได้นํากําลังเปึนพัน ๆ คน บวกกับชาวบ้านซึ่งไม่เข้าใจ แล้วละเลยข้อเท็จจริง ซึ่งจังหวัดน่านได้ตรวจสอบตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๔ ว่าชาวม้งเหล่านี้มีที่ทํากินมาก่อนป์าสงวน แห่งชาติ แล้วได้รับสิทธิคุ้มครองตามมติ ครม. แต่ใช้กําลังตัดฟันต้นลิ้นจี่ของพวกเขา ซึ่งเติบโตมีผลแล้วเสียหายจํานวนมากหลายหมื่นต้น แล้วจนบัดนี้มาเกือบสิบป้เขายัง ไม่ได้รับการเยียวยา และไม่สามารถกลับเข้าไปทํากินได้ วันนี้การเจรจาที่จังหวัดน่าน ตกลงเรียบร้อยว่า มีการเจรจาหลายรอบนะคะหลังจากนั้นมา ก็คือว่าตกลงจะชดใช้ เยียวยา แล้วถ้าเขากลับเข้าไปทํากินไม่ได้ก็จะต้องหาที่ทํากินให้เขาใหม่ แต่เรื่องทั้งหมด ก็หยุดชะงักค่ะ ท่านประธานคะ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงจําเปึนต้องมาขอ พึ่งว่ารัฐสภากรุณาช่วยนําเสนอต่อรัฐบาลว่า เรื่องนี้ข้อเท็จจริงเปึนอันยุติมากมายหลาย ระลอกว่าพวกเขามีสิทธิอยู่ก่อน แต่การจะจัดการให้เขาอยู่กับพี่น้องพื้นราบ อย่างสมานฉันท์อย่างสงบสุข อันนี้เปึนหน้าที่ของรัฐ แต่รัฐต้องไม่ปกป่ดข้อเท็จจริงว่า พวกเขาถูกละเมิด ถ้าจะกลบเกลื่อนด้วยการบอกให้พวกเขาเสียสละ พวกเขามีที่ทํากินอยู่ แค่นั้น พวกเขาเปึนหนี้ ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) จํานวน มหาศาลจากการปลูกลิ้นจี่ วันนี้ใครจะเยียวยา จังหวัดน่านมีมติมาแล้วจากคําสั่ง ท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า ต้องเยียวยาและต้องหาที่ แต่เรื่องไม่เดินเลยค่ะ ดิฉันก็อยากพึ่ง ทางรัฐบาลว่าตัดสินใจเถอะค่ะ เกือบสิบป้นี้แล้วเยียวยาพวกเขา แล้วก็คงไม่ใช่ว่าจะทําให้ คนอื่นไปเอาแบบอย่างนะคะ ถ้าท่านอ่านรายงานให้ละเอียด ดิฉันก็ขอนําเสนอให้เห็น ภาพอย่างนี้ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับที่ดิน จํานวนมหาศาลในขอบเขตทั่วประเทศ แล้วก็มีข้อเสนออย่างน้อยที่สุดท่านได้พูดถึง ดิฉัน ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ มีรายงานสรุปทุกประเด็นเกี่ยวกับเรื่องที่ดินเกือบพันเรื่องที่ เสนอกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๔๐๐ กว่าเรื่อง ที่ถูก เขียนออกมาเปึนหนังสือ ๖ เล่ม อย่างละเอียดว่ามีข้อเสนอเชิงนโยบายและปัญหา กฎหมายอย่างไรบ้าง ดิฉันจะนําเสนอต่อรัฐบาล ตั้งใจว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติจะพบกับท่านนายกรัฐมนตรีกับคณะรัฐบาล แล้วก็จะพูดเรื่องปัญหาที่ดิน พอดี ท่านได้ให้โอกาสดิฉันประชาสัมพันธ์ว่าเราได้ตรวจสอบไม่ใช่รายกรณี แต่ว่ามีข้อเสนอ มากมาย แล้วก็ตั้งใจว่าจะได้ช่วยนําเสนออีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นข้อเสนอเร็ว ๆ ตรงนี้ก็ คือว่า

ข้อที่ ๑. ขอความกรุณาท่านนายกรัฐมนตรีจัดตั้งคณะกรรมการกํากับ การแก้ไขปัญหาตามกรณีรายงานการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติที่จะถูกชะงักไปตั้งแต่รองนายกรัฐมนตรีไพบูลย์หมดวาระ ซึ่งถ้าท่านกรุณาตั้ง เรื่องจะง่ายขึ้น เพราะว่าดิฉันเองเข้าใจภารกิจของรัฐสภา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติเข้าใจอย่างมาก ไม่อยากจะรบกวน ถ้าท่านตั้งกลไกตรงนี้เราก็จะคลี่ปัญหา ช่วยกันว่ามันติดขัดตรงไหน แล้วเรื่องร้องเรียนท่านก็ช่วยกํากับสั่งการและแก้ไข เชิงนโยบายนะคะ ขอความกรุณาตั้งโดยเร็ว ความจริงท่านนายกรัฐมนตรีคนก่อน ท่านรับปากมาว่าจะรีบตั้ง พอดีเหตุการณ์ทางการเมืองก็ด้วยความเห็นใจนะคะ ทําให้ ท่านตั้งไม่ได้สักทีคาราคาซังกันอยู่ ก็อยากให้ท่านถือโอกาสนี้จัดตั้งให้เร็ว

ข้อที่ ๒ กฎหมายควรจะออกมาเพื่อจัดตั้งกองทุนชดเชยความเสียหาย ทางแพ่ง ในกรณีข้อบกพร่องจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งจะคล้าย ๆ กับกฎหมายชดเชย ผู้เสียหายในคดีอาญา ก็คือมีการจ่ายไปก่อน แล้วก็ค่อยไปว่ากันทีหลังเพื่อเยียวยา เสียหายต่อประชาชนนะคะ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่เราเสนอมาหลายครั้งต่อรัฐบาลหลาย ระลอก

ข้อที่ ๓ ก็คือว่า วันนี้กลุ่มคนที่แก้ปัญหาที่ดินได้อย่างง่ายที่สุด ดิฉันขอ อนุญาตนําเสนอนโยบายสั้น ๆ ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เสนอมา ในหนังสือ ๖ เล่มดังกล่าวว่า เปรียบเทียบกับที่นโยบายของรัฐพูดถึง ถ้าท่านแก้ปัญหาป์า ทับที่ทํากิน ที่ราชพัสดุทับที่ทํากิน ที่ทหารทับที่ทํากิน รวมทั้งที่สวนป์าและ อ.อ.ป. (องค์การอุตสาหกรรมป์าไม้) ทับที่ทํากินและที่สาธารณะทับที่ทํากิน เฉพาะเรื่องที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มงวด มีรายละเอียด มากมายเปึน ๑๐๐ เรื่องเกี่ยวพันกับผู้คนนับแสนครอบครัว ถ้ารัฐบาลกรุณาตัดสินใจมี นโยบายว่า แก้ปัญหาของกลุ่มคนที่ถูกทับซ้อนแล้วให้ ส.ป.ก. กับเขาหรือให้โฉนดกับเขา ตามฐานานุรูปของที่ของเขา ท่านจะแก้ปัญหาโดยไม่ต้องใช้งบประมาณ ด้วยการที่ สามารถจะแก้ปัญหาผู้คนนับแสนนับล้านคนที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ มีอยู่ในรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจํานวนมาก แล้วก็ยินดี แล้วก็ ตั้งใจจะพบต่อท่านนายกรัฐมนตรี

ข้อที่ ๔ ก็คือว่า วันนี้นะคะ ตัวอย่างง่ายที่สุดก็คือว่า วันนี้ที่กรมธนารักษ์ หลายเรื่องที่อยู่กับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รวมทั้งที่ทหารและกรมธนารักษ์ ทั่วไปของที่ราชพัสดุ มีกฎหมายเป่ดช่องให้สามารถเอาคืนเหมือนที่ท่านอภิปราย แล้วมอบให้กับ ส.ป.ก. เพื่อให้ ส.ป.ก. นําไปจัดสรรให้กับราษฎรในที่ที่ไม่ได้ใช้ เช่น ที่กรมธนารักษ์ ที่ทหาร ที่อะไรจํานวนมากเหมือนอย่างที่เมืองกาญจน์ก็มีปัญหาเหล่านี้ นะคะ อันนี้ขออนุญาตนําเสนอเปึนการเร่งด่วน แล้วคิดว่าจะตอบสนองต่อ ท่านนายกรัฐมนตรีที่กรุณาร่างนโยบายที่ดิน รวมทั้งเรามีข้อเสนออีกมากมายที่เกี่ยวข้อง นะคะ ว่าจะจัดการอย่างไรกับนโยบายที่คาราคาซังโดยไม่ต้องใช้งบประมาณ ส่วนนโยบายธนาคารที่ดินและการซื้อที่ดินเอกชนสนับสนุนในหลักการ แต่มีประเด็นที่ ท่านจะต้องตระเตรียมมาก แต่ประเด็นเร่งด่วนก็คือ แก้ปัญหาตามรายงานและข้อเท็จจริง ที่มีอยู่แล้ว เรื่องของป์า เรื่องที่ทหาร ที่ราชพัสดุ ดิฉันก็ขออนุญาตรบกวนเวลาต่อ ท่านประธานนะคะ แล้วก็ขอขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่ง คิดว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีทุกท่านจะกรุณาว่า วันนี้เรื่องไปไกลมากแล้ว ๓ เรื่องนี้เปึนเพียงกรณี ตัวอย่าง แต่ข้อเสนอของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็คือ ตั้งกลไกเร่งด่วน เพื่อรองรับเรื่องอีกประมาณ ๔๐๐ เรื่อง ที่อยู่กับรัฐบาลจะได้ไม่ต้องเข้าสู่รัฐสภาเปึน รายกรณีนะคะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ