ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องการละเมิดสิทธิในที่ดินของประชาชน และเรียกร้องการสนับสนุนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ไม่ทราบว่า ตอนนี้เอ่ยพรรคได้หรือยังครับ เพื่อไทยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ คงต้องบอกว่าวันนี้ เปึนอีกครั้งหนึ่งที่เหมือนกับเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่หลาย ๆ ท่านได้กล่าวไป เปึนเรื่องของ การรายงานติดตามการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนกรณีการละเมิดสิทธิในที่ดินทํากินหรือ ทรัพย์สิน หรืออื่นใดต่อพี่น้องประชาชนคนไทย ความจริงเรื่องดังกล่าวนี้ถ้าเราย้อนหลัง กันจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เปึนเรื่องที่เกิดขึ้นมา กรณีของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เกิดขึ้นมา ตั้งแต่ป้พุทธศักราช ๒๕๓๕ ย้อนหลังไปนานนะครับท่านประธาน แต่ก็เกิดว่าก็มีการ สืบสวนสอบสวนกันเกิดขึ้นว่าเปึนการละเมิดสิทธิเกิดขึ้น ป้นี้ป้พุทธศักราช ๒๕๕๒ นะครับท่านประธาน ย้อนหลังไปนี่กี่ป้ครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่มีอยู่ในฐานข้อมูล จริง ๆ แล้วก็ต้องบอกอย่างนี้ครับท่านประธานว่า ในเรื่องของสิทธิของพี่น้องประชาชนหรือ การละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชน เมื่อสักครู่ผมก็อยู่ในกรรมาธิการ ผมก็ได้มีโอกาสได้ พูดเรื่องนี้ จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าในเรื่องของสิทธิหรือเสรีภาพ การเกิดมาทุกคนมีสิทธิและ เสรีภาพอย่างยิ่งโดยธรรมชาติของความเปึนมนุษย์หรือเปึนสัตว์ แต่ที่มันขาดสิทธิหรือไม่มี สิทธินั้น เปึนเพราะว่าผู้ที่ออกกฎหมายมากําหนดสิทธิ ออกระเบียบโดยคิดว่าตนเองเปึน ผู้รู้ก็เลยออกระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้คนอื่นปฏิบัติตาม ในขณะเดียวกันเท่านั้นยัง ไม่พอเปึนเรื่องของการออกกฎหมายเพื่อที่จะได้ช่องทาง หรือเรียกว่าอาจจะมีโอกาสหรือ ได้เปรียบซึ่งกันและกัน ดังที่มีผู้กล่าวไว้ว่ากฎหมายออกจากชนชั้นใดย่อมเข้าข้างชนชั้น นั้น นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นในชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะบ้านเมืองของเรา ซึ่งหลายคนหลายท่านอาจจะเรียกว่าเปึนบ้านเมืองที่พัฒนาแล้ว หรือด้อยพัฒนาอะไรก็ ตามแต่ แต่ผมเห็นว่าควรต้องพัฒนาต่อไป เพราะหลายเรื่องที่พอเราย้อนหลังไป เราขุด เราเกลาเข้ามามันก็เจอไปทุกที่ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น แล้วผมเชื่อว่าท่านคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาตินั้น ท่านไปนําเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ในประเทศไทยเรา อย่างตัวอย่างมาสัก ๓ เรื่อง ๓ จังหวัด ผมเชื่อว่าเราขุดไปที่ไหน เดินไปตรงไหน ย่ําไป ตรงไหนมันเจอไปทุกที่ครับ แม้แต่ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดบ้านของกระผม คือ จังหวัดชัยนาทมันก็ต้องมี นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น กระผมอยากกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้ อยากจะบอกว่าเราคงไม่ได้อยากจะให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปศึกษาเพียงว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไรและมันแก้ไข ได้อย่างไร แต่อยากจะให้ทําไปมากกว่านั้น แนวนโยบายยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาใน เรื่องนี้มันต้องทําอย่างไรในชาติบ้านเมือง ถ้าเราไม่ทําเปึนยุทธศาสตร์การแก้ปัญหานั้น ผมเชื่อว่าท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ต้องทําตลอด เดี๋ยวก็เรื่องโน้นเรื่องนี้ ก็ร้องเข้ามา ยิ่งปรากฏว่ามีผู้ร้องเข้ามาแล้วได้ผล แล้วก็ท่านคณะกรรมการก็เข้าไป ตรวจสอบและเข้าไปดูแล ปัญหาต่าง ๆ มันเยอะมากเลย ท่านคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติก็คงจะทําไม่หมดหรอกครับ ทําได้บางเรื่อง บางอย่างและบางที่เท่า นั้นเอง เพราะว่าเรื่องต่าง ๆ นั้นพอผู้ได้ยินข่าวสาร ได้ทราบว่าท่านได้ทําได้เขาก็ยิ่งทํากัน ใหญ่ร้องเรียนกันมากขึ้น เพราะเรื่องที่ไปละเมิดนั้นมันเยอะเหลือเกิน มันมีมากเหลือเกิน อย่างเห็นได้ชัดในเรื่องของที่ดินทํากินจะเห็นได้ชัดเลย ป้ที่เรามีการประกาศในเรื่องของป์า สงวนป์าอะไรก็ตามแต่ในการที่จะคุ้มครอง เราก็บอกว่าคุ้มครองเพราะเหตุรัฐบาลใน สมัยนั้นบอก เดี๋ยวมันจะไม่มีที่สําหรับเปึนต้นน้ําลําธาร ไม่มีป์าไม่มีอะไร พี่น้องประชาชน จะบุกรุกเข้าไปอยู่ที่ดินอาศัยหมด ทั้ง ๆ ที่เขาไปอยู่กันมานานแล้ว แต่ปรากฏไปประกาศ ครอบคลุมเสียหมดเลย แล้วทุกวันนี้พี่น้องประชาชนก็เลยต้องอยู่อย่างนั้น ในพื้นที่จังหวัด ชัยนาทต้องบอกท่านประธานนะครับ ผมก็ขอร้องเรียนท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติไว้เลยช่วยดูแลด้วย วัด จังหวัดชัยนาทลองคิดดูยังอยู่ในป์าสงวนเลย ก็เพราะ อะไร เพราะวัดมันไปสร้างก่อน ท่านไปประกาศทีหลัง อย่างนี้ไปประกาศได้อย่างไรผมไม่ แน่ใจ หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านก็มาประกาศทั้งหมดเลยอย่างนี้ คลุมไปหมดเลยอย่างนี้แล้วถาม ว่าพี่น้องประชาชนเขาเสียโอกาสหมดแล้ว เขาเสียสิทธิหมดแล้ว เพราะฉะนั้นก็เรียนต่อ ท่านประธานครับว่าตรงนี้เมื่อไหน ๆ ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ทําก็ ขอให้ทําให้จังหวัดชัยนาทด้วย แล้วก็คืนสิทธิให้เขาด้วย ให้เหมือนกับกรณีอื่น ๆ ที่ได้ทํา นะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนท่านประธานครับว่านี่คือสิ่งที่อยากจะให้ทํา ดังเมื่อ สักครู่นี้ที่ได้กล่าวไปว่าท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องทําไปมากกว่านั้น ก็คือในเรื่องของการทําเปึนลักษณะของยุทธศาสตร์ ถ้าจะมีหนทางวิธีการอย่างไรก็คงต้อง ไปศึกษา หรือไม่อย่างนั้นก็หาผู้รู้ ผู้มีความเข้าใจในการที่จะทํามาในเรื่องนี้ว่า แล้วเราจะ ปัองกันได้อย่างไร แก้ไขได้อย่างไร แล้วก็จะฟุ๋นฟูอย่างไร นี่คือสิ่งที่ต้องทํา วิธีปัองกันไม่ให้ เกิดเรื่องละเมิดสิทธิจะต้องทําอะไรบ้าง สัญญาณมันจะเกิดขึ้น เกิดขึ้นได้อย่างไร มีสัญญาณใดเปึนตัวบ่งบอก เกิดปุ็บท่านรู้เลยไม่ต้องมาบอก เพราะมันเปึนอัตโนมัติใน การเตือน เหมือนกับไฟจะไหม้มันเตือนเลย ปู๋ดขึ้นมา ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติก็เข้าไปเลย ไม่ต้องรอให้ชาวบ้านร้องเข้ามา เพราะรอชาวบ้านร้องเข้ามาบางครั้ง ต้องขอกราบเรียนท่านประธานครับว่า มันช้าไปแล้ว อย่างเรื่องดังกล่าวพอร้องเข้ามา นี่จะ ๒๐ ป้แล้วท่านประธาน เรื่องเกิดขึ้นจะ ๒๐ ป้แล้ว ถ้าพูดถึงเปึนอายุความมันจะ หมดอายุความไปแล้ว มันฟัองไม่ได้แล้วท่านประธาน แต่เรื่องอย่างนี้ก็ต้องให้เครดิตกับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินะครับว่าท่านได้ใส่ใจและก็ทําเรื่องนี้เกิดขึ้น แล้วก็ ได้เห็นผล แต่อย่างไรก็ตามแต่การเยียวยา การดูแลนั้นอยากให้ทํา แม้แต่เรื่องที่เกิดขึ้นใน อดีตแล้วก็ตามแต่ แล้วเปึนเรื่องที่สังคมเราอาจจะบอกว่า โอ๊ยไม่ต้องทําก็ได้แล้ว แต่ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานครับว่าเรื่องดังกล่าวนั้น ถ้าไม่ได้กับตัวใคร ไม่ได้กับครอบครัวใคร บุคคลใด แล้ว ก็คงไม่ได้รู้รสชาติว่ารสชาติมันคืออะไร การเสียโอกาสนั้นเปึนเรื่องสําคัญ เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า ในเรื่องดังกล่าวนี้ อยากจะให้ดูนะครับ นอกจากการเยียวยาให้เขาแล้วจะเยียวยาได้มากน้อยขนาดไหน การเยียวยาคงไม่ได้เหมือนกับเยียวยาเหมือนกับอะไรนะน้ําท่วม แล้วก็ไปเอาพันธุ์ข้าวไป ให้เขาหรือชดเชยเงินไปให้เขาเล็กน้อยเท่านั้นเอง ถ้าอย่างนี้มันไม่คุ้ม ไม่คุ้มกับสิทธิหรือ โอกาสที่เขาได้มาพึงมีพึงได้และพึงกระทํา การให้เขามันต้องให้แบบดอกเบี้ยทบต้น แบบธนาคารคิดครับท่านประธาน ดอกเบี้ยทบต้นมันถึงจะคุ้ม ไม่อย่างนั้นมันไม่คุ้มมันทํา ไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือสิ่งที่อยากจะฝาก แล้วก็อยากให้ดําเนินการ แต่อย่างไร ก็ตามแต่ก็คงต้องขอกราบเรียนท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินะครับว่า นอกจาก ในจังหวัดชัยนาทแล้วคงมีจังหวัดอื่น ๆ อีกมากนะครับในการที่จะต้องดําเนินการต่อไป ผมเห็นด้วยกับท่านเปึนอย่างยิ่งในเรื่องหยิบยกเรื่องที่จะเอามาทํา โดยเฉพาะในเรื่อง ปัญหาที่ดินทํากินเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งเลย เพราะว่ามันเปึนโอกาส มันเปึนเรื่องที่อยู่ใน ปัจจัยหลักของความเปึนชีวิตของคน เพราะคนเราไม่มีที่อยู่มันไม่ได้ ที่อยู่ ที่อาศัยเปึนเรื่อง สําคัญ มันเปึนปัจจัยหลักนะครับ มันเปึนปัจจัยของการทํามาหากิน เปึนปัจจัยของโอกาส ในการที่จะทําให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในอาชีพหรือในลูกหลาน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ เห็นด้วยกับท่านที่หยิบยกเอามาทํา แม้ว่าจะทําได้ดังที่ผมกล่าวว่ามันไม่ได้ทั่วถึงหมดทุกที่ แต่อย่างไรก็ตามแต่ได้มีโอกาสได้ทําแล้ว แต่ก็อยากจะขอว่าตรงนี้ให้กําลังใจในการที่จะ ทําต่อไป แล้วก็ขอให้ทําเปึนในลักษณะของยุทธศาสตร์ด้วยจะดีมาก ขอกราบขอบคุณ ครับ