สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ มกราคม ๒๕๕๒

นริศ ขํานุรักษ์ หารือเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการครอบครองดินแดนของชาวเลและคนพื้นเพดั้งเดิม โดยขอให้รัฐบาลออกเอกสารสิทธิให้ครอบคลุมทุกแปลงและจัดแบ่งแนวเขตให้ชัดเจน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนของมหาวิทยาลัยทักษิณที่ละเมิดสิทธิของชาวบ้านในพัทลุง และขอให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการช่วยแก้ไขปัญหา

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้อ่านรายงานของ การละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้ง ๓ ฉบับนะครับ ของชาวอําเภอปัว น่าน ของดอนเมย อํานาจเจริญ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นะครับ ผมขออนุญาตสรุปอย่างนี้ครับว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะเรื่องที่ทํากินเปึนปัญหาโดยทั่วไปครับ เปึนปัญหาที่ กระจายอยู่ทุกภาค แล้วก็กระจายอยู่ทุกจังหวัด แล้วก็ผมคิดว่าครอบคลุมแล้วทั่วประเทศ ผมจึงเรียนท่านประธานไปยังกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าเปึนปัญหาโดยทั่วไปแล้ว ที่ท่านต้องให้ความสําคัญนะครับ ผมคิดว่าข้อเสนอความเห็นของกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติที่บอกว่ามาตรการแก้ไขปัญหา ๓ อย่างคือ ๑. ชดใช้ค่าเสียหาย ๒. พักชําระหนี้ และ ๓.เร่งรัดการรับรองสิทธิทํากิน ผมคิดว่าในรายงานของกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาตินั้น รัฐบาลที่ผ่านมาชดเชยความเสียหายเรื่องเดียว ๒ เรื่องไม่ได้รับการดูแลทั้ง ๆ ที่ผมคิดว่าเรื่องสําคัญที่สุดมากกว่าการชดเชยความเสียหายก็คือ การเร่งรัดออก เอกสารสิทธินะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมบอกว่าปัญหาการละเมิดสิทธิ มนุษยชนเปึนปัญหาทั่วไป ท่าน ส.ส. วัชระ เพชรทอง ได้กรุณาพูดเอาไว้ถึงชาวเล แล้วเรา ก็มีคนชาวเล ชาวเกาะ คนพื้นเพดั้งเดิม พวกซาไก เงาะป์า ที่ได้ประกาศเปึนอุทยาน แห่งชาติเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์า ไม่ว่าจะเปึนอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ประกาศที่ของ ชาวเล อุทยานแห่งชาติตะรุเตา สิมิลัน ที่ประกาศทับที่ของชาวเลคนพื้นเพดั้งเดิม แล้วก็ ซาไก พวกเงาะป์า ที่ประกาศเปึนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์าเขาบรรทัด โตนงาช้าง บาลาฮาลา ในจังหวัดยะลา นราธิวาส คนเหล่านี้ถูกละเมิดครับ คนเหล่านี้ถูกเอามาใช้เปึนเครื่องมือ วันนี้ใช้เปึนเครื่องมือเพื่อการท่องเที่ยว จับเขาแสดง ผมหดหู่ใจมากครับ ที่จริงเขามีความ เปึนมนุษย์ทัดเทียมกับเรานะครับ แล้วพื้นที่ที่เขาเคยอยู่ดั้งเดิมถูกประกาศเปึนเขตอุทยาน แห่งชาติ ถูกละเมิดนะครับ ผมคิดว่าผมได้เห็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ครับ ที่ได้ประกาศเรื่องการจัดแบ่งประเภทที่ดิน ระหว่างที่ดินของรัฐและของเอกชนให้ชัดเจน ระหว่างเร่งประกาศพื้นที่อนุรักษ์ นั่นหมายถึงรัฐบาลชุดนี้ครับ ตั้งใจว่าจะแบ่งเขตพื้นที่ ที่เอกชนกับที่รัฐให้ชัดเจนโดยเร็ว ผมคิดว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติใช้นโยบายนี้ เงื่อนไขนี้ ช่องทางนี้เถอะครับ ผลักดันรัฐบาลให้เร่งรังวัดแนวเขตที่ ที่ใดที่เปึนของเอกชน ครอบครองโดยชอบ ออกเอกสารสิทธิให้ครบทุกแปลง ให้ได้ทุกแปลง แต่ว่าที่ครอบครอง โดยมิชอบก็ต้องเอาคืนมาทุกแปลงเช่นเดียวกันนะครับ แล้วก็ผมได้ไปดูงบประมาณของ กรมที่ดินในเรื่องรังวัดแนวเขตนิดเดียวครับ ผมไปดูงบประมาณของกรมอุทยานแห่งชาติ เรื่องรังวัดแนวเขตนิดเดียวครับ ผมคิดว่าถ้าผมจะอภิปรายเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้ได้จัด งบประมาณ แล้วได้จัดการในระยะเวลาที่เหลือแบ่งแนวเขตให้ชัดเจนก่อน แล้วระยะเวลา ที่เหลือออกเอกสารสิทธิให้ครบถ้วน ร่นระยะเวลาเหลือสัก ๓ ป้ หรือเหลือสัก ๖–๗ ป้ ผมคิดว่า ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนจะได้รับการแก้ไขได้รับการคลี่คลาย แล้ววันนี้ ผมเชื่อมั่นในเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ว่าสามารถเอามาใช้แล้วทํางานได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเปึนภาพถ่ายทางอากาศ ดาวเทียม แล้วก็จีพีเอส (GPS : ระบบบอกพิกัดทาง ดาวเทียม) สามารถสอบสวนสิทธิคนที่เคยอยู่ตั้งแต่ดั้งเดิมให้เขาได้รับสิทธิในการอยู่แบบ ดั้งเดิมอยู่ต่อไปได้นะครับ ผมจึงขออนุญาตมนุษยชนว่า ขอได้ประสานรัฐบาลแล้วก็ฝาก ไปยังรัฐบาลนะครับ ขอให้ความสําคัญกับการรับรองแนวเขต การรับรองสิทธิและการ จัดแบ่งแนวเขต ผมคิดว่าแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธินี้ได้นะครับ

อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ที่จริงไม่โดยตรงนะครับ แต่ผมคิดว่าผมดูรายงานของ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์พบว่า ขณะนี้มหาวิทยาลัยใหม่ที่จะเป่ดขึ้นใหม่นี่ครับ ช่วงหลัง ๆ มีปัญหาเดียวกันหมดเลยครับ ๑. มหาวิทยาลัยต้องการพื้นที่ใหญ่และอยู่ใกล้เมือง ๒ อย่างนี้นะครับทําให้ละเมิดสิทธิมนุษยชนเรื่องที่อยู่นะครับ ที่บ้านผมก็เหมือนกันครับ มหาวิทยาลัยทักษิณที่มาอยู่ที่ป์าพะยอม ขอใช้พื้นที่ ๓,๐๐๐ ไร่ ขณะนี้ใช้จริง ๆ ไปสัก ไม่ถึง ๑,๐๐๐ ไร่ ครับ ยังปล่อยให้รกร้างไว้ แต่ว่าไล่ชาวบ้านออกไปแล้วนะครับ ละเมิด เขาไปแล้ว แต่ว่าใช้พื้นที่ได้นิดเดียว อีกพื้นที่หนึ่งที่ทะเลน้อย อยู่ใกล้เขตห้ามล่าทะเลน้อย ขอใช้พื้นที่ไว้ ๑,๔๐๐ ไร่ ขณะนี้ใช้ไม่ถึง ๕๐ ไร่เอง แล้วก็คนพัทลุงไม่ได้ร้องครวญคราง นะครับ เพราะว่าคนพัทลุงเสียสละเพื่อที่จะให้มีมหาวิทยาลัยแห่งนี้เข้ามาอยู่ ผมคิดว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนครั้งนี้จะได้รับการคลี่คลายหาก ๑. มหาวิทยาลัยแสดงตัว ทําตัว เปึนสมบัติของคนพัทลุงจริง ๆ ขณะนี้มหาวิทยาลัยใช้งบประมาณไปแล้ว ๑,๕๐๐ ล้านบาท คนพัทลุงยังมีความรู้สึกว่ายังไม่เปึนสมบัติอันแท้จริงของคนพัทลุง การแสดงว่า เปึนสมบัติที่แท้จริงของคนพัทลุงก็คือ มหาวิทยาลัยต้องพัฒนาจังหวัดพัทลุง ต้องเดินออก นอกรั้วมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาจังหวัดพัทลุงมากยิ่งขึ้น และเป่ดสอนในคณะที่คนพัทลุง ต้องการนะครับ ขณะนี้อยู่ ๓–๔ คณะ คนพัทลุงก็ต้องการล่ะครับ แต่ว่าต้องการมากกว่า นั้นนะครับ ฝากเรียนไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คนพัทลุงยังอยากเห็น การใช้พื้นที่เต็มแล้วก็เป่ดคณะที่ต้องการ เช่น แพทย์ศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ สาธารณสุข ศาสตร์ แล้วก็วิศวกรรมศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยทักษิณนะครับ ถือโอกาสตรงนี้นะครับ นอกจากจะอภิปรายเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้วขอฝากปัญหาของมหาวิทยาลัยทักษิณ ไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ