สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๑

อนุชา บูรพชัยศรี หารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม โดยเน้นการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งที่ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านคมนาคมอย่างบูรณาการ เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง และสนับสนุนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องโครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ และการยกเลิกโครงการทางด่วนเอ็มวัน และเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเรื่องการใช้พื้นที่ใต้ทางด่วนให้มีประสิทธิภาพ

นายอนุชา บูรพชัยศรี กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายอนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอรวบรัดเลยเนื่องจากเวลาค่อนข้างจํากัดนะครับ มีความประสงค์ ที่จะอภิปรายนโยบายการจัดสรรงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม ซึ่งสิ่งที่ สําคัญก็คือในเรื่องของการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งที่สําคัญเพื่อสนับสนุนและจัดให้มี โครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านคมนาคมอย่างบูรณาการ และสนับสนุนการพัฒนา ระบบโลจิสติกส์ เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง ท่านประธานครับ ผมเคยอภิปรายไปครั้งหนึ่ง ตอนที่ทางรัฐบาลได้แถลงนโยบายเมื่อตอนที่บริหารราชการแผ่นดินในสภาแห่งนี้ ตอนนั้น ก็อภิปรายไว้ว่าต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทยเราค่อนข้างจะสูง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี ด้วยราคาน้ํามันที่สูงขึ้นในปัจจุบันผมคิดว่าตัวโลจิสติกส์ตอนนี้ไม่ต่ํากว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีแล้ว เปึนตัวเลขที่น่าห่วงมากนะครับ คราวนี้มาดูโครงสร้างของ การขนส่งของประเทศไทยในปัจจุบันจะเห็นว่าเราคงใช้การขนส่งทางถนนเปึนหลักที่สูงถึง ๘๘.๕ เปอร์เซ็นต์ เปึนทางน้ําสัก ๘.๕ เปอร์เซ็นต์ เปึนทางรางสัก ๒.๘ เปอร์เซ็นต์และเปึน ทางอากาศ ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ คราวนี้จะทําอย่างไรให้งบประมาณของเราได้สามารถใช้ อย่างมีประสิทธิภาพนะครับผมคิดว่ารัฐบาลควรที่จะตั้งเปัาหมายที่จะเพิ่มสัดส่วน การขนส่งทางรางให้มากขึ้นอย่างน้อยจาก ๒.๘ เปอร์เซ็นต์ให้เปึน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ของโครงสร้างการขนส่งทั้งหมด หากดําเนินการอย่างนี้ได้แล้วเราจะสามารถ ลดงบประมาณรายจ่ายของประเทศได้อย่างมาก อย่างเช่น ลดน้ํามันได้อย่างน้อย ๓๐๐ ล้านลิตรต่อป้ ลดค่าซ่อมแซมถนนเฉลี่ยกว่า ๖,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ ลดต้นทุน อะไรต่าง ๆ อีกมากมายไม่ว่าจะเปึนการลดอุบัติเหตุ การลดระยะเวลาการเดินทาง รวมถึงมลภาวะต่าง ๆ แน่นอนเมื่อพูดถึงการขนส่งทางรางคงจะเกี่ยวข้องกับหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจอยู่ ๒ หน่วย ก็คือการรถไฟแห่งประเทศไทยและการรถไฟฟัาขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทย หรือที่เราเรียกว่า รฟม. คณะกรรมการพัฒนาระบบขนส่งทางราง และระบบขนส่งมวลชนที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานได้วางยุทธศาสตร์ไว้ใน การพัฒนาระบบขนส่งทางราง ซึ่งคิดเปึนวงเงินกว่า ๓๖๗,๓๑๒ ล้านบาท ซึ่งงบประมาณนี้ เปึนเงินที่จะใช้จากแหล่งเงินทุนอื่น ๆ ไม่รวมอยู่ในงบประมาณป้นี้ ป้ ๒๕๕๒ แต่ที่จัดสรร ให้การรถไฟมี ๙,๖๖๘ ล้านบาท และ รฟม. อีก ๗,๖๓๐ ล้านบาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมยัง เปึนห่วงนิดหนึ่งก็คืออยากให้ทางด้าน ๒ หน่วยงานนี้ได้มีการดําเนินการนโยบายที่ชัดเจน แล้วก็สอดคล้องกัน สิ่งที่ผมอยากจะเรียนก็คือในเรื่องของการวางมาตรฐานในเรื่องของ ระบบราง ความกว้างของรางที่ตอนนี้มีการพูดกันตลอดว่ามีเตอร์ เกจ (Meter gauge) หรือที่เราเรียกว่า ๑ เมตร ความกว้างของรางที่ปัจจุบันใช้อยู่ประมาณ ๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร หรือที่เรียกว่า สแตนดาร์ด เกจ (Standard gauge) ที่มีความกว้างอยู่ ๑.๔๓๕ เมตร อย่างไหนดีกว่ากัน ผมคงจะไม่ลงรายละเอียดลึกเพราะว่าทั้ง ๒ ระบบมีทั้งข้อดี ข้อเสีย แต่ที่เปึนห่วงเปึนอย่างมาก เพราะว่าปัจจุบันตอนนี้ได้มีการเริ่มการก่อสร้างรถไฟรางคู่ แล้วในภาคตะวันออกจากแหลมฉบังไปศรีราชา แล้วก็ไปฉะเชิงเทรา ระยะทาง ๗๘ กิโลเมตร ซึ่งใช้ขนาดความกว้างอยู่ที่ ๑ เมตร เพราะฉะนั้นถ้าเกิดจะตัดสินใจอะไร อย่างไรก็อยากให้รีบดําเนินการว่าจะใช้สแตนดาร์ดไหนกันแน่ จะเปึน ๑ เมตร หรือ ๑.๓๔๕ เมตร

ในเรื่องของโครงการอีกอันหนึ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตนําเรียนเสนอ ก็คือโครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ (Airport rail link) โครงการนี้เปึนโครงการจากสถานีรถไฟ มักกะสันไปสนามบินสุวรรณภูมิ ก็เปึนห่วงโครงการนี้ว่าจะประสบความสําเร็จมากน้อย เท่าไร หรือจะเปึนโครงการที่จะสร้างภาระเพิ่มเติมให้กับการรถไฟ เพราะเข้าใจครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะเห็นด้วยกับโครงการนี้หรือไม่ ก็คงไม่อยากจะ แสดงความคิดเห็นมากนัก เพราะโครงการนี้เปึนโครงการที่ริเริ่มแล้วก็เร่งรัดในรัฐบาล ตอนที่ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรี พูดถึงโครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ ก็อดจะพูดถึงโครงการทางด่วนเอ็มวัน (M ๑) ไม่ได้ ก็ดําเนินการโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับจัดสรรงบประมาณ ๙,๔๑๘ ล้านบาท ก็อยากจะบอกว่าควรที่จะยกเลิก ผมเองเคย คัดค้านในตอนที่สมัครเปึน ส.ส. ณ วันนี้เปึน ส.ส. แล้วก็อยากจะขออภิปรายว่ายังยืนยัน ในโครงการนี้อยากให้ยกเลิกนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งที่คิดว่าไม่ต้องเสียงบประมาณมาก ก็คือเรื่องของ การทางพิเศษที่จะให้พื้นที่ใต้ทางด่วนนําไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพให้กับทาง กทม. ผมเคยส่งหนังสือไปถึงแล้วก็ไปพบท่านรัฐมนตรีเองที่กระทรวง ก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่า ท่านรัฐมนตรีจะเร่งดําเนินการพิจารณาเรื่องของพื้นที่ใต้ทางด่วนก่อนที่จะมีการปรับ คณะรัฐมนตรีในเร็ววันนี้นะครับ กราบขอบพระคุณครับ