หญิง พูนภิรมย ลิปตพัลลภ ชี้แจงนโยบายพลังงานทดแทนโดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้จาก 4.7% เป็น 10% ในปี 2554 และ 20% ในปี 256 พร้อมขยายพื้นที่ปลูกพืชพลังงานและส่งเสริมการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเสนอให้รัฐสนับสนุนผ่านกองทุนน้ำมันและ ธ.ก.ส. ผู้พูดยังหารือเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนการใช้เอ็นจีวีถึง 20% ยืนยันความสะดวกในการเข้าถึงสถานีบริการที่เพิ่มขึ้น และชี้แจงว่าปัญหาขาดแคลนถังไม่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากมีสต็อกของ ปตท. เพียงพอ พร้อมเน้นย้ำนโยบายตรึงราคาเอ็นจีวีตามมติ ครม.
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พลโทหญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน ขอชี้แจงให้ทราบถึงนโยบายที่มีท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้มีข้อสงสัย
อันแรก เรื่องการส่งเสริมพลังงานทดแทน เรายังเดินหน้าต่อไปค่ะ เดิมเปัาหมาย ที่เราตั้งอยู่ประมาณ ๔.๗ เปอร์เซ็นต์ เราจะเพิ่มเปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในป้ ๒๕๕๔ แล้วก็จะ เพิ่มให้ได้ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในป้ ๒๕๕๖ อย่างเช่นตัวไบโอดีเซล ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้น จะเห็นได้ว่ามีผู้นิยมใช้ได้มากขึ้น เรามีเปัาหมายที่จะเพิ่มพื้นที่ผลิตให้ได้อีก ๒.๕ ล้านไร่ ในป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๔ แล้วก็เพื่อจะให้ผลิตบี ๑๐๐ ได้ ๓ ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งในการนี้ ธ.ก.ส. ได้ส่งเสริมเพื่อจะเพิ่มผลผลิตต่อไร่ แล้วก็เพื่อจะขยายพื้นที่โดยการให้เงินกู้ ดอกเบี้ยต่ําวงเงิน ๓,๕๐๐ ล้านบาท แล้วในการนี้กระทรวงพลังงานก็ได้สนับสนุนเงิน จากกองทุนน้ํามัน ๕๐๐ ล้านบาทร่วมด้วย แล้วก็ตัวพลังงานทดแทนอีกตัวหนึ่งก็คือ แก๊สโซฮอล์ แก๊สโซฮอล์ตอนนี้ไม่ว่าจะเปึน อี ๑๐ อี ๒๐ มียอดการใช้สูงขึ้นถึง ๘.๓ ล้านลิตร ต่อวัน แล้วปลายป้นี้ถ้าเกิดขึ้นได้ เรามี อี ๘๕ เพิ่มเข้าไปอีกตัวหนึ่ง ยอดการใช้ก็จะเปึน ๑๐-๑๒ ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเท่ากับว่าเราสามารถจะทดแทนน้ํามันเบนซินได้ถึง ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอันนี้ดิฉันขอยืนยัน ที่มีท่านสมาชิกได้ห่วงใยว่าวัตถุดิบพร้อมแน่ ๆ ตอนนี้เรามีกําลังผลิตเอทานอลอยู่ ๑.๒ ล้านลิตรต่อวัน แล้วก็สามารถจะเพิ่มขึ้นได้เปึน ๑.๕ ล้านลิตร แล้วในอนาคตก็จะได้ถึง ๘ ล้านลิตรต่อวัน แล้วก็ทางกระทรวงพลังงานเอง โรงกลั่นพร้อมที่จะผลิตน้ํามันอี ๘๕ แล้วก็ ปตท. บางจากก็พร้อมที่จะนําร่องเป่ด สถานีบริการใน กทม. ก่อนประมาณ ๓๐ แห่ง ราคาเอทานอล อี ๘๕ จูงใจ ดิฉันก็คิดว่า ราคาควรจะต้องถูกกว่าเบนซิน ๙๕ ไม่น้อยกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ปัญหาสุดท้าย ที่เหลืออยู่ก็คือเรื่องรถยนต์ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของภาษีสรรพสามิตในตัวราคาหรือว่า ภาษีสรรพสามิตของรถยนต์เอง ถ้ายังไม่จูงใจพอดิฉันก็จะได้นําเรื่องเหล่านี้หารือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปค่ะ
สําหรับเรื่องของเอ็นจีวี ซึ่งท่านจุรินทร์ได้แสดงความห่วงใยเอาไว้ ดิฉัน ขอเรียนให้ทราบว่าเปัาหมายของเรายังยืนยันว่าจะเพิ่มเอ็นจีวีให้ได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ทดแทน แล้วก็ที่เราตั้งเปัาเอาไว้นะคะว่าภายในเดือนกรกฎาคมนี้จะมีความสะดวกของเอ็นจีวี มากขึ้น ทุกอย่างเปึนไปตามเปัาหมาย เกินเปัาหมายด้วยบางส่วน อย่างเช่น สถานีบริการ รวมเราเพิ่มได้ถึง ๓๔ เปอร์เซ็นต์ ก็คือเพิ่มจากจํานวน ๒๐๖ สถานี แล้วก็จะเพิ่มได้ไปถึง ๓๕๕ สถานีในปลายป้ ขณะนี้ปริมาณรถขนส่งก็เพิ่มได้ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ คือตอนนี้ มีประมาณ ๔๙๖ คัน จะเพิ่มไปถึง ๙๓๕ คันในปลายป้ แล้วก็ปริมาณการใช้แก๊สเอ็นจีวี โดยรวม ทั้งหมดขณะนี้อยู่ที่ ๑,๙๒๕ ตันต่อวัน คือเพิ่มได้ถึง ๒๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ ในปลายป้นี้ก็จะเพิ่มได้ถึง ๒,๔๐๐ ตันต่อวัน แล้วก็ที่ท่านจุรินทร์ได้กรุณาห่วงใยว่า ตัวถังก็ดี หรือว่าตัวที่ว่าจะมีการขาดแคลน ดิฉันขอเรียนให้ทราบว่าการนําเข้าของถังเอ็นจีวี ในตอนนี้ ปตท. ไม่ได้นําเข้าแต่เพียงผู้เดียว มีบริษัทเอกชนบางรายนําเข้ามาด้วย แล้วตอนนี้ อย่างไรก็ดีถังไม่น่าจะขาดแคลน เพราะว่า ปตท. มีถังสต็อกอยู่ประมาณ ๑๔,๐๐๐ ถัง แล้วเรา ก็มีศูนย์การติดตั้งในขณะนี้ถึง ๑๐๐ เพิ่มขึ้นเปึน ๑๑๔ แห่ง ซึ่งสามารถจะติดตั้งรถเอ็นจีวีได้มากกว่าวันละ ๑,๐๐๐ คันโดยเฉลี่ย แล้วก็บริษัทที่จะ ตรวจสอบว่าการติดตั้งได้มาตรฐานตอนนี้ก็เพิ่มขึ้นเปึน ๔๗ บริษัท ซึ่งดิฉันคิดว่าเพียงพอกับ การติดตั้งเอ็นจีวีในปัจจุบัน ส่วนราคาของเอ็นจีวีนั้นเนื่องจากเปึนมติของ ครม. ในป้ ๒๕๔๙ ราคาจะยืนเอาไว้อยู่ที่ ๘.๕๐ บาทจนถึงปลายป้นี้ แล้วก็ขึ้นไปไม่เกิน ๑๒ บาทต่อกิโลกรัม ในป้ ๒๕๕๒ แล้วก็ไม่เกิน ๑๓ บาทต่อกิโลกรัมในป้ ๒๕๕๓ แล้วก็จะเปึนราคาที่ปรับไปตาม ความเปึนจริง ซึ่งในการนี้ถ้าเราคิดที่ราคาปัจจุบันนี้ก็จะพบว่าการใช้เอ็นจีวีต้นทุนเชื้อเพลิง จะตกอยู่ที่ประมาณ ๕๙ สตางค์ต่อกิโลเมตรเท่านั้นเอง หรือแม้แต่ว่าถ้าจะขึ้นไปเปึน ๑๒ บาทต่อกิโลกรัม ราคาต้นทุนเชื้อเพลิงก็จะอยู่ประมาณที่ ๘๖ สตางค์ต่อกิโลเมตร เท่านั้นนะคะ
ประเด็นสุดท้ายที่ท่านเชาวรินได้ห่วงใยว่าข้อมูลการขายแก๊สของ ปตท. ให้กับการไฟฟัาฝ์ายผลิตมีราคาสูงกว่าบริษัทอื่น ๆ นั้น ดิฉันขอเรียนให้ทราบว่าตามราคา ที่ท่านได้พูดถึงคือ ๑๗๒ บาท นั่นเปึนราคาที่ ปตท. ได้ขายให้กับการไฟฟัาฝ์ายผลิต ในป้ ๒๕๔๘ แล้วในขณะเดียวกันนั้นในป้เดียวกันนั้น ปตท. ก็ได้ขายให้กับบริษัทลูกของ ปตท. เองที่ราคา ๒๕๒ บาทแพงกว่า ซึ่งราคานี้ก็ถูกกําหนดโดย กบง. อันนั้นเปึนในอดีต ในปัจจุบันนี้ราคาของแก๊สจะต้องถูกกําหนดโดยคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน ปตท. ไม่สามารถกําหนดราคาเองได้ ดิฉันก็คิดว่าในภาพรวมเนื่องจากเวลาจํากัดก็คงเรียนได้เท่านี้ ขอบพระคุณมากค่ะ