อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องบทบาทของกรมประชาสัมพันธ์ และเรียกร้องการปฏิรูปให้กรมประชาสัมพันธ์ยึดหลักการเป็นกลางและไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมือง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 การเปิดให้บริษัทเอกชนเข้ามารับเหมา บริหารข่าวและรายการของช่อง 11 และความโปร่งใสในโครงการจัดตั้งสํานักข่าวแห่งชาติของรัฐบาล และยังหารือเรื่องงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและปัญหาการลงทุนในโรงพยาบาล
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะ ใช้เวลาภายใน ๕ นาทีนี้จะแตะเข้าไปใน ๔ กระทรวงที่ตั้งใจไว้ก็คือ สํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และกระทรวงสาธารณสุข
สํานักนายกรัฐมนตรีมีหน่วยงานเดียวที่จําเปึนต้องพูดถึงก็คือ กรมประชาสัมพันธ์ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของรัฐมนตรีคนไหน ตั้งงบไว้ ๑,๕๑๕ ล้านกว่าบาท เพิ่มขึ้นจากป้ที่แล้วประมาณ ๑๗๐ ล้านบาท บทบาทหลัก ของกรมประชาสัมพันธ์ในวันนี้ก็คือบทบาทของการเปึนองค์กรสื่อสารมวลชนของรัฐ แต่การจะดํารงบทบาทนี้ได้อย่างสง่างามก็คือต้องมีหลักยึดที่เข้มแข็ง นั่นก็คือว่า กรมประชาสัมพันธ์ต้องทําหน้าที่อย่างถูกต้องเปึนกลางแล้วก็เปึนธรรม ไม่หวั่นไหว และไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลหรือเครื่องมือ เปึนเครื่องมืออํานาจทางการเมืองใด ๆ ถ้ายืนหยัดในสิ่งนี้ไม่ได้ ผมคิดว่าบทบาทของกรมประชาสัมพันธ์ในการเปึนองค์กรสื่อสารมวลชนของรัฐก็ไม่มี ความหมาย วันนี้กรมประชาสัมพันธ์ถูกอํานาจทางการเมืองเข้าไปย่ํายีจนหาความพอดีไม่ได้ หาจุดที่ลงตัวของตัวเองไม่ได้ กรมประชาสัมพันธ์ต้องตั้งหลักใหม่ของตัวเองแล้วครับ แล้วก็ต้องเปึนองค์กรแบบอย่างของสื่อมวลชนในประเทศนี้ให้ได้ แต่น่าเสียดายครับ ท่านประธาน ไปดูในรายละเอียดงบประมาณของกรมนี้แล้วไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ในทิศทางที่ควรจะเปึนในหมวดงบรายจ่ายอื่นตั้งไว้ ๑๔๔ ล้านบาท มี ๓ โครงการที่จําเปึน ต้องตั้งข้อสังเกตไว้
อันแรก คือค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศตั้งไว้ ๙ ล้าน ๕ แสนบาท อันนี้ไม่มีรายละเอียด
อันที่สอง คือโครงการพัฒนาประสิทธิภาพสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ตั้งไว้ ๘๕ ล้านบาท เรื่องนี้จําเปึนต้องโยงถามไปถึงเรื่องของการเป่ดให้บริษัทเอกชนเข้ามารับเหมา บริหารข่าวและรายการของช่อง ๑๑ เปลี่ยนชื่อเปึนเอ็นบีที แล้วก็บอกว่าจะจ่าย ค่าตอบแทนให้กับกรมประชาสัมพันธ์ป้ละ ๔๕ ล้านบาท ในเฟสแรกแล้วก็จะเพิ่มอีก ในเฟสต่อ ๆ ไป เงิน ๔๕ ล้านบาทกรมประชาสัมพันธ์เองเขาบอกครับว่าจะไม่ส่งให้ กรมบัญชีกลาง แต่จะเอามาปรับปรุงเครื่องไม้เครื่องมือของช่อง ๑๑ เพราะฉะนั้นคําถาม ก็คือว่าทําไมยังต้องมาเบียดเบียนเงินงบประมาณแผ่นดินไปใช้จ่ายในการปรับปรุง เครื่องไม้เครื่องมือของช่อง ๑๑ อีก
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของกรมการจัดตั้งสํานักข่าวแห่งชาติของรัฐบาล ขอย้ําว่าเขาใช้ คําว่า โครงการจัดตั้งสํานักข่าวแห่งชาติของรัฐบาล ใช้เงิน ๕๐ ล้านบาท คําถามคือว่าทําไมต้องเปึนสํานักข่าวแห่งชาติของรัฐบาล ประเทศที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย เขาไม่มีสํานักข่าวแห่งชาติของรัฐบาลหรอกครับ มีแต่ประเทศคอมมิวนิสต์หรือประเทศ ที่เปึนเผด็จการเท่านั้นที่จําเปึนจะต้องมีกระบอกเสียงของตัวเอง ของรัฐบาลเองที่จะมี สํานักข่าวแห่งชาติของรัฐบาล ประเทศไทยเวลานี้มีสํานักข่าวอยู่ ๒ แห่งก็คือสํานักข่าว กรมประชาสัมพันธ์และสํานักข่าวไทยของ อสมท วันนี้เมื่อกรมประชาสัมพันธ์จะแยก โครงสร้างออกเปึนโทรทัศน์ส่วนหนึ่ง วิทยุกระจายเสียงส่วนหนึ่ง แล้วก็สํานักข่าวของรัฐ จะมาเปึนของรัฐบาลอีกส่วนหนึ่ง แต่ว่าน่าสังเกตว่าทุกส่วนนี้จะให้บริษัทเอกชนเข้ามา รับเหมาทําข่าวทั้งสิ้น ซึ่งเปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วง
ของกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีงบมาก ถึง ๑๓๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ไม่ใช่เปึนงบของตัวเองหรอกครับ แต่เปึนงบที่รอการถ่ายโอน ไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ คําถามก็คือว่าในเมื่อรัฐบาลต้องจัดเม็ดเงิน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่แล้วนี่ ทําไมจะต้องมาผ่านกับกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นอีกทอดหนึ่ง ทําไมไม่จัดงบองค์กรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปโดยตรง วันนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒ แห่ง ก็คือกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาได้รับ การจัดสรรงบประมาณโดยตรงอยู่แล้ว ทําไมองค์กรปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่อื่น ๆ เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือเทศบาลนคร จึงจะจัดงบให้โดยตรงไม่ได้ เรื่องของ งบเอสเอ็มแอลกับงบพัฒนาจังหวัด อันนี้ผ่านไปก่อนเนื่องจากเวลามีน้อยครับ
เรื่องกระทรวงกลาโหม มี ๒ เรื่องที่จะต้องตั้งข้อสังเกตอยู่ในส่วนของกองทัพบก คือเรื่องแผนงานสร้างความปรองดองของคนในชาติและฟุ๋นฟูประชาธิปไตย ฟังดูแล้ว เปึนเรื่องใหญ่นะครับ น่าจะมีโครงการรองรับที่ดูเข้มแข็งน่าสนใจ แต่ปรากฏว่าไปดู รายละเอียดแล้วพบว่ามีเพียงโครงการเดียวครับ คือโครงการจัดคอนเสิร์ตรักชาติ จัดงบไว้ ๓๐ ล้านบาท ตั้งใจว่าจะทํา ๓๐ ครั้ง ครั้งหนึ่ง ๑ ล้านบาท ผมก็นึกไม่ออก จริง ๆ ครับว่าคอนเสิร์ต ๓๐ ครั้งทั่วประเทศในเวลา ๑ ป้นี่จะสามารถสร้างความปรองดอง คนในชาติและฟุ๋นฟูประชาธิปไตยได้อย่างไร นายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมน่าจะตอบคําถามนี้ได้ครับ
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องศึกษาวิชาทหารครับ อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยบัญชาการ กําลังสํารองวันนี้งบประมาณน้อยมากครับ นักศึกษาเรียน ร.ด. ต้องไปเข้าคิวแย่งกันข้ามป้ เรื่องแบบนี้งบประมาณจะต้องเพิ่มขึ้นน่าจะจัดให้
สุดท้ายคือกระทรวงสาธารณสุข ตั้งข้อสังเกตนิดเดียวคืองบลงทุนครับ การก่อสร้างต่าง ๆ ปรากฏว่ามีงบก่อสร้างเพื่อสวัสดิการของนักศึกษาและบุคลากร ทางการแพทย์ การก่อสร้างอาคารบริการผู้ป์วยของโรงพยาบาล ซึ่งเปึนโรงพยาบาล ขนาดใหญ่ แล้วก็กระจุกตัวอยู่ในบางจังหวัด ภาคใต้มีปัญหาเรื่องโรงพยาบาลแออัด ยัดเยียดมากครับ แต่ว่าไม่มีงบประมาณเข้าไปขยายส่วนนี้เลย แล้วที่น่าตกใจก็คือ ไม่มี งบประมาณก่อสร้างโรงพยาบาลชุมชนแม้แต่แห่งเดียว วันนี้ทั่วประเทศครับ ๗๐ อําเภอ ทั่วประเทศยังไม่มีโรงพยาบาลระดับอําเภอ ก็ปรากฏว่ารัฐบาลไม่ได้สนใจตั้งงบอันนี้เลย กระทรวงสาธารณสุขต้องทบทวนเรื่องนี้ครับ ขอบคุณครับ