สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๑

รัชดา ธนาดิเรก วิพากษ์วิจารณ์การจัดสรรเงินงบประมาณที่ไม่เหมาะสมและไม่บูรณาการในการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเรียกร้องการจัดสรรงบประมาณให้กับโครงการฟาร์มตัวอย่างเพื่อช่วยเหลือประชาชน และเรียกร้องการรายละเอียดการใช้จ่ายเงินอุดหนุนของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันเองขอใช้เวลาเพียงแค่ ๗ นาที ส่วนอีก ๒ นาทีขอมอบให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่เหลือในการอภิปรายงบประมาณครั้งนี้ ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตต่องบประมาณของ กระทรวงมหาดไทยที่จัดสรรให้แก่การแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่ รัฐบาลได้กําหนดให้การแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้นั้นเปึนนโยบายเร่งด่วน แล้วก็มี แผนงานรองรับก็คือแผนแก้ไขปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งบรรจุไว้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ ๑ คือยุทธศาสตร์ฟุ๋นฟูความมั่นคงของประเทศ ภายใต้แผนงาน แก้ไขปัญหาความไม่สงบนี้รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้ทั้งหมด ๒๑ ,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่ง ๒๑ ,๐๐๐ ล้านบาทนี้มีหน่วยงานในระดับกรมหรือสํานักงานเข้ามามีส่วนร่วมถึง ๒๓ กรม สําหรับกระทรวงมหาดไทยนั้นมี ๓ กรมหลัก ๆ ที่มีแผนงานบรรจุไว้อย่างชัดเจน ว่าเปึนกรมที่จะต้องเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ซึ่งได้งบประมาณรวมกันทั้งหมด ๒ ,๑๐๐ ล้านบาท แสดงให้เห็นว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะปฏิเสธความรับผิดชอบที่จะไม่ลงพื้นที่ ในจังหวัดชายแดนไม่ได้ เพราะว่ากระทรวงมหาดไทยนั้นมีบทบาทหลักได้รับงบประมาณ ไปถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมดที่จัดสรรให้แก่การแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ในเรื่องของงบประมาณนั้นจากการที่ดิฉันและเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้ลงพื้นที่ ไปยังจังหวัดยะลา ปัตตานีและนราธิวาส พบว่าในระดับนโยบายนั้นมีความเหมาะสม รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่ผลในทางปฏิบัติที่เกิดขึ้น ก็คือว่าชาวบ้านที่นั่นบอกว่างบประมาณลงมาเปึนแบบเบี้ยหัวแตก กระทรวงโน้นหย่อน มานี่นิดโน่นหน่อย คนโน้นทําคนนี้ทํา บวกกับการบริหารราชการที่เจ้าหน้าที่ลงไปขาด ความต่อเนื่อง คนหนึ่งทําโครงการไปได้ ๑ ป้ อีกคนมาต่อ เพราะฉะนั้นจึงไม่เห็นผลสัมฤทธิ์ ที่เกิดขึ้นในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง อย่าว่าแต่จะบูรณาการงบประมาณ บูรณาการ โครงการและการทํางานระหว่างกระทรวงเลยค่ะ แค่สังเกตในงบประมาณของ กระทรวงมหาดไทยแล้วก็ซ้ําซ้อน สับสน แล้วก็ไม่บูรณาการเลย ดิฉันเองจะขอยกตัวอย่าง งบประมาณที่จัดสรรให้กับหน่วยงาน ๓ หน่วยงานด้วยกัน สํานักปลัดกระทรวงมหาดไทย เปึนหน่วยงานหนึ่งที่มีแผนงานโครงการภายใต้การแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สํานักปลัดกระทรวงมหาดไทยได้รับงบประมาณ ๔๖๓ ล้านบาท เปัาหมายของสํานัก ปลัดกระทรวงมหาดไทยก็คือจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการวางรากฐานการแก้ไขปัญหา อย่างยั่งยืน อันนี้คือเปัาหมายของสํานักปลัดกระทรวงมหาดไทยนะคะ แต่เมื่อพิจารณา แล้วว่า ๔๖๓ ล้านบาทที่กระทรวงมหาดไทยเอาไปใช้เอาไปทําอะไร ๔๖๓ ล้านบาทนั้น จัดสรรให้ ๔๓๗ ล้านบาทไปซื้อกล้องซีซีทีวี (CCTV) ดิฉันไม่ได้ปฏิเสธในเรื่องของความสําคัญ ในการซื้ออุปกรณ์ในการปฏิบัติหน้าที่หรอกค่ะ แต่ว่าเงินตั้ง ๔๖๓ ล้านบาทเพื่อวัตถุประสงค์ ให้มีการวางรากฐานการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน แค่ซื้อกล้องซีซีทีวีแล้วการแก้ไขปัญหาจะ เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนหรือคะ สํานักปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ได้กรุณาเจียดเงินให้อีกก้อนหนึ่ง ก็คือ ๙ แสนบาท ๙ แสนบาทนี้เอาไปทําอะไร เอาไปใช้จ่ายในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และประเพณีของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดิฉันไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย เข้าใจปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้จริงหรือเปล่า เพราะว่าปัญหาหนึ่ง ที่เกิดขึ้นและเรายังไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะยาวก็คือการสร้างความสมานฉันท์ ในพี่น้องทั้งไทยพุทธ ไทยมุสลิม การส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม การทําให้ชาวไทยพุทธ และมุสลิมมีความเข้าใจถึงวัฒนธรรมประเพณีของชาวมุสลิมที่มีเชื้อสายมลายูนั้น เปึนสิ่งจําเปึนอย่างยิ่ง แต่จัดสรรงบประมาณให้ ๙ แสนบาท เฉลี่ยแล้วก็จังหวัดละ ๓ แสนบาทจะเอาไปทําอะไรได้

อีกงบประมาณหนึ่งของกรมโยธาธิการ กรมโยธาธิการได้รับงบประมาณ ประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท มีเปัาหมายก็คือพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ การพัฒนาชุมชนให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และรองรับการประกอบอาชีพ ของประชาชน ดูตอนแรกดิฉันก็ดีใจค่ะ เพราะว่ากรมโยธาธิการได้จัดสรรงบประมาณให้ ๓๕ ล้านบาท เพื่อการดําเนินงานในเรื่องของโครงการฟาร์มตัวอย่างที่อําเภอรามันและ อําเภอธารโต ท่านประธานคะ สิ่งที่พี่น้องชาว ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือการมีกินมีใช้ และได้ประกอบศาสนกิจที่ตนเองต้องการ เขาไม่ได้กระเหี้ยนกระหือรือที่จะเปึนมหาเศรษฐี หรอกค่ะ ดังนั้นโครงการฟาร์มตัวอย่างจึงมีความจําเปึนต่อการสร้างอาชีพ ต่อการดํารงชีวิต ของเขาเปึนอย่างยิ่ง แต่ทําไมให้เพียงแค่ ๓๕ ล้านบาท ทําไมไม่ทําอีก ๔๔ อําเภอที่เหลือ ใน ๓ จังหวัดชายแดน งบประมาณของกรมโยธาธิการที่เหลือเอาไปทําอะไร เอาไปปรับปรุง ภูมิทัศน์ที่บึงระหา เอาไปปรับปรุงภูมิทัศน์ที่สวนนก ดิฉันไม่ปฏิเสธถึงความสําคัญในเรื่อง ของการปรับปรุงภูมิทัศน์หรอกค่ะ แต่ ณ ปัจจุบันนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่ ๓ จังหวัดแล้ว เพราะเขากลัว ดังนั้นการปรับปรุงภูมิทัศน์ที่ใช้งบประมาณถึง ๔๗ ล้านบาทชะลอไปก่อน ได้ไหมคะ เอางบประมาณ ๔๗ ล้านบาทตรงนี้ไปจัดให้โครงการฟาร์มตัวอย่างหรือ โครงการเศรษฐกิจพอเพียงที่เปึนสิ่งจําเปึนของพี่น้องประชาชน จัดสรรงบประมาณแบบนี้ ดิฉันว่ามันแสดงถึงความไม่เข้าใจปัญหาของผู้บริหารในกระทรวงนี้อย่างชัดเจนนะคะ

อีกส่วนหนึ่งที่ดิฉันตั้งข้อสังเกตก็คืองบของกรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ได้อยู่ในแผนงานการแก้ไขความไม่ สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดแล้วดิฉันเห็นว่ากรมนี้มีความสําคัญ งบประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่ไม่ได้เขียนในรายละเอียดเลยค่ะว่าเงินอุดหนุน จะเอาไปใช้ทําอะไร มีอยู่เล็ก ๆ เขียนว่าเงินอุดหนุนสําหรับส่งเสริมคุณภาพชีวิตของ ประชาชนในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็มีอีกนิดหนึ่งบอกว่าเงินอุดหนุนสําหรับ ชดเชยรายได้ที่ลดลงจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ให้เท่าไรคะ จาก ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กรมส่งเสริมนี้จะเห็นความต้องการของพี่น้องประชาชนและคิดว่าจะจัดสรรให้ถูกต้อง ตามความจําเปึนได้หรือยังคะ ขอบคุณค่ะ