อรรถพร พลบุตร อภิปรายเรื่องงบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ และยังนำเสนอประเด็นที่ควรพิจารณาเพื่อประโยชน์ประชาชน โดยหารือเรื่องการขาดการดำเนินการของคณะกรรมการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีไปปฏิบัติหน้าที่ประธานของคณะกรรมการนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาทะเลสาบสงขลาอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ยังพูดเรื่องการแก้ไขปัญหาวิกฤติประมง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการลดราคาน้ำมันให้เหลือ 5 บาทต่อลิตร และหันไปใช้พลังงานใหม่และพลังงานทดแทน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงที่กำลังเผชิญกับวิกฤติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้สิน และตลาดสินค้าการประมง โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีและอธิบดีกรมประมงดำเนินการแก้ไขปัญหาการประมงที่สำคัญนี้ และหวังว่าผู้มีอำนาจจะดำเนินการอย่างจริงจัง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมคงไม่รบกวนเวลาถึง ๑๕ นาที เพื่อจะได้เอาเวลาตรงนี้ ไปกระจายให้พี่น้องผู้แทนราษฎรทั้งสภาได้พูดถึงปัญหาความเดือดร้อนในแต่ละท้องที่ คงจะรบกวนเวลาของสภาแห่งนี้ประมาณสัก ๗-๘ นาทีเท่านั้นครับ กระผมได้รับ มอบหมายให้เปึนผู้สรุปประเด็นการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่เนื่องจากเงื่อนไขของเวลาที่จํากัดแล้วผมเห็นว่าสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้อภิปรายประเด็นต่าง ๆ ของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้ครอบคลุมเนื้อหาไว้โดยบริบูรณ์แล้วก็คงจะไม่จําเปึน ต้องทําหน้าที่ตรงนี้ แต่ผมก็เชื่อว่าท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล คงจะได้นําประเด็นเหล่านี้ไปพิจารณา ด้วยความตั้งใจเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนต่อไป อย่างไรก็ตามมีอยู่ ๒-๓ ประเด็นที่ผมจะขออนุญาตท่านประธานสภาใช้เวลาอันน้อยนิดตรงนี้ฝากเอาไว้ เพื่อให้เนื้อหาการอภิปรายในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความครบถ้วน สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ประเด็นแรก คณะ ส.ส. ของจังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดพัทลุงได้ฝากประเด็นให้ผมกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังรัฐบาลว่า คณะกรรมการพัฒนาลุ่มน้ําทะเลสาบสงขลา ซึ่งทําหน้าที่ในการชุบชีวิตทะเลสาบสงขลา ซึ่งวันนี้ลมหายใจก็กําลังจะหมดลง ตั้งขึ้นมาสมัยก่อนมีท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ท่านไปประชุมครั้งเดียวแล้วไม่เคยไปประชุมอีกเลย วันนี้มีท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เปึนประธาน ท่านก็ยังไม่เคยไปทําหน้าที่ ประธานของคณะกรรมการพัฒนาลุ่มน้ําทะเลสาบสงขลาเช่นเดียวกัน คณะ ส.ส. ที่อยู่รอบทะเลสาบขอเรียนเชิญให้ท่านไปทําหน้าที่ตรงนี้นะครับ เพราะวันนี้ลมหายใจ ของทะเลสาบสงขลาภาวะความตื้นเขินบางที่เดินข้ามได้ครับ เปึนปัญหาที่ต้องดําเนินการ แก้ไขโดยเร่งด่วนจริง ๆ และถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไปถึงสงขลาจะเดินเลยไป ๓ จังหวัด ภาคใต้อีกสักหน่อยก็จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งสําหรับพี่น้องประชาชนที่นั่น
อีกประเด็นหนึ่งครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ได้ชี้แจงหลายประเด็นที่เกี่ยวกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ท่านไม่ได้กล่าวถึง เรื่องราวของกรมประมง ทั้ง ๆ ที่ท่าน ส.ส. ประพร เอกอุรุ แห่งจังหวัดสงขลาก็ได้อภิปราย ไปได้สาระมากอยู่พอสมควรนะครับ ผมก็ขออนุญาตอภิปรายเพิ่มเติมในส่วนของ กรมประมง เพื่อให้ประเด็นในส่วนนี้มีความลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ กรมประมงตั้งงบประมาณไว้ ๓,๑๑๒ ล้านบาท คิดเปึนร้อยละ ๔ ของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เมื่อพวกเรา ส.ส. ฝัืงทะเลทั้ง ๒๓ จังหวัดได้รวมกันตรวจสอบลงไป ในรายละเอียด เราไม่พบโครงการหรือแผนงานใด ๆ เลยที่เปึนนัยสําคัญที่สอดคล้อง กับภาวะวิกฤติของประมงที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ เวลาที่จํากัดลงรายละเอียดไม่ได้ครับ แต่ว่าสิ่งที่มองเห็นมีข้อความอันเดียวเปึนวิสัยทัศน์ของการจัดทํางบประมาณของ กรมประมงในป้นี้ ข้อความบอกว่า มุ่งสู่การเปึนผู้นําทางการประมงอย่างยั่งยืนในภูมิภาค เพื่อการกินดีอยู่ดีของประชาชน วันนี้น้ํามันดีเซลลิตรละ ๔๑.๑๔ บาท จะเปึนผู้นํา อย่างยั่งยืนในภูมิภาคได้อย่างไรครับ วันนี้แห อวนของพี่น้องชาวประมงปากหนึ่ง ๖๐๐ กว่าบาท ไม่มีทางที่จะเปึนผู้นําในภูมิภาคที่ยั่งยืนได้อีกต่อไป แค่วันพรุ่งนี้จะมีน้ํามัน ออกเรือไปในทะเลยังเปึนเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ ถ้าจะบอกว่าวันนี้ประมงวิกฤติอย่างไร ผมเชื่อว่าถ้าพูดไปเจ้าหน้าที่ที่ทําภาษามือแปลอยู่ตรงนี้ทํามือไม่ถูกหรอกครับ เพราะว่า มันเดือดร้อนแสนสาหัสจริง ๆ ๔ เดือนที่ผ่านมา ท่านที่เคารพครับ พวกเราเหนื่อยกันมาก ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เหนื่อยมากครับและตั้งใจในการแก้ปัญหา ผมยอมรับ พวกเรา ๑๔ ส.ส. ประมงยอมรับ ท่าน พลโทหญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานทํางานหนัก แล้ว ส.ส. ๒๓ จังหวัดฝัืงทะเลของ พรรคประชาธิปัตย์ก็ทํางานหนักเช่นเดียวกัน วันที่มีการเผาเรือที่อําเภอสิชล ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช คุณพิมพ์ภัทรา ไม่ว่าจะคุณสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ไม่ว่าจะ ท่าน ส.ส. สาคร เกี่ยวข้อง แห่งจังหวัดกระบี่ ไม่ว่าจะ ส.ส. ประพร เอกอุรุ ที่จังหวัดสงขลา โทรศัพท์ประสานงานติดต่อกันตลอดเวลาทั้งวัน ทําอย่างไรเหตุการณ์อย่างนี้จะไม่เกิดขึ้น เรือประมง เผาเรือนี่มันที่สุดของชีวิตแล้วครับ มันเหนื่อยร่วมกันทั้งหมด แต่สิ่งที่ต้อง กราบเรียนตรงไปตรงมาว่า ในวันแรกที่รัฐบาลนี้ทําหน้าที่บริหารประเทศตามรัฐธรรมนูญ คือวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ส.ส. ฝัืงทะเลประชาธิปัตย์ก็ทําหน้าที่ วันแรกในการแก้ไขปัญหาวิกฤติประมงเช่นเดียวกัน วันนั้นได้มีการอภิปรายนโยบาย ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปัญหาวิกฤติประมง และนํามาสู่โครงการที่เรียกว่า โครงการน้ํามันม่วง น้ํามันพิเศษสําหรับประมงลิตรละ ๒ บาทครับ วันนั้นราคาน้ํามันดีเซล ๒๙ บาท ๑๔ สตางค์ ดูเปึนเรื่องที่น่ายินดี แต่สิ่งที่ น่าเสียดายก็คือว่า จากวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ กว่าที่โครงการน้ํามันม่วงจะผ่านการอนุมัติ ของคณะรัฐมนตรีใช้เวลา ๙๖ วัน มากกว่า ๓ เดือนนะครับ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการน้ํามันม่วงลดราคา ๒ บาท วันที่แถลงนโยบายน้ํามัน ๒๙.๑๔ บาท แต่วันที่อนุมัติ ๓๗.๖๔ บาท ลดแล้วยัง ๓๕ บาท ส.ส. ฝัืงประชาธิปัตย์ ยื่นขอให้ลดราคาตอน ๒๙ บาท เหลือ ๒๗ บาท ได้มา ๓๕ บาท เปึนเรื่องที่เจ็บปวดจริง ๆ แต่อย่างไรก็ดีในวิกฤติก็ยังมีความหวังนะครับ ผมต้องขอบคุณรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ในการประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ท่านเห็นด้วยกับ ข้อเสนอของพวกเราประชาธิปัตย์ ส.ส. ฝัืงทะเลที่ให้นําปัญหาของประมงเข้าไปสู่ การช่วยเหลือของโครงการน้ํามันราคาถูกของ ปตท. ที่ลดราคา ๓ บาท ช่วยเหลือ ๖ เดือน เดือนละ ๑๒๕ ล้านลิตร ๖ เดือน ๗๓๒ ล้านลิตรครับ ลดราคาต่ํากว่าตลาดทั่วไป ๓ บาท การช่วยเหลือของ ปตท. ขสมก. ออกไปแล้ว ๑๘๐ ล้านลิตร เหลือ ๕๒๒ ล้านลิตร ในช่วงเวลา ๖ เดือน ถ้าได้น้ํามันราคา ๓ บาทของ ปตท. ตรงนี้มาบวกกับโครงการ น้ํามันม่วง ๒ บาท เราจะลดราคาให้พี่น้องชาวประมงได้ทันทีลิตรละ ๕ บาท ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันนั้นก็เห็นด้วยในหลักการและได้มี การนําเสนอไปสู่คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ เพราะอยากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล คนที่เราให้ความเชื่อถือผลักดัน เรื่องนี้ให้สําเร็จให้จงได้นะครับ น้ํามันประมงที่ลดราคาลิตรละ ๕ บาทจะทําให้พี่น้อง ชาวประมงพอจะมีชีวิตรอดได้ครับ แต่วิกฤติการณ์ของพี่น้องชาวประมงทั้งประเทศ จะรอดได้จริง ๆ อยู่ที่พลังงานใหม่ อยู่ที่พลังงานทดแทน จะลดราคาอย่างไรน้ํามันดีเซล น้ํามันเบนซินมันขึ้นไปจนกู่ไม่กลับแล้วครับ เราต้องหันไปหา พลังงานใหม่ พลังงานใหม่ ตรงนี้ก็คือแอลเอ็นจี (LNG) หรือก๊าซเอ็นจีวีเหลว ซึ่งเมื่อทําให้เย็นลงติดลบ ๑๖๐ องศาเซลเซียส ก็จะกลายเปึนของเหลวแล้วก็จะสามารถจุได้มากขึ้น ถังขนาดเดียวกันจุเพิ่มขึ้นได้ ๖ เท่า ราคาลิตรหนึ่ง ๘.๕๐ บาท ตรงนี้คือความหวังในอนาคตของพี่น้องชาวประมง ขอให้กระทรวงพลังงานโดยท่าน พลโทหญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ เร่งขยายระบบขนส่ง ก๊าซธรรมชาติที่ท่านประกาศว่าจะทําให้สําเร็จภายใน ๓ ป้ นับจากป้นี้อีก ๓ ป้ทําให้สําเร็จ เงินลงทุน ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท และท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ได้กระทําดังที่ ได้ประชุมร่วมและรับปากกับ ส.ส. ฝัืงทะเลประชาธิปัตย์ นั่นคือการอนุมัติเงินกองทุน สงเคราะห์เกษตรกร ๑,๐๐๐ ล้านบาท ให้พี่น้องชาวประมงกู้ไปโดยไม่เสียดอกเบี้ย ผ่อนคืนในระยะยาวเพื่อไปปรับเปลี่ยนระบบเครื่องยนต์และระบบถังเชื้อเพลิงมาใช้ เชื้อเพลิง ๘.๕๐ บาท อย่างนี้พี่น้องชาวประมงมีชีวิตรอดได้
สุดท้ายผมก็ฝากสิ่งเหล่านี้เอาไว้นะครับ เรื่องราวการปรับโครงสร้างหนี้สิน เรื่องราวของตลาดสินค้าการประมง เวลาคงไม่พอที่จะพูดแล้วนะครับ ฝากความหวัง เอาไว้ ผมก็หวังในตัว ๒-๓ ท่านนี้แหละครับ ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ท่านทํางานหนักครับ ท่านพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ พลังงานทํางานหนัก ท่านอธิบดี กรมประมงคนเก่ง คนที่ใหญ่ไปกว่านั้นผมไม่หวังนะครับ คนที่ใหญ่ไปกว่านั้น ๔ เดือน ที่ผ่านมาเปึนนายกรัฐมนตรียังไม่เคยพูดถึงปัญหาประมงแม้แต่ประโยคเดียว ผมหวัง รัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และพลังของ พี่น้องชาวประมงโดยทั่วไปครับ รายละเอียดมากไปกว่านี้จะแปรญัตติในวาระ ๒ กราบขอบพระคุณครับ