สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๑

ปรีชาพล พงษ์พานิช หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยชื่นชมยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเรียกร้องการเตรียมการและเงินงบประมาณเพื่อลดผลกระทบและความสูญเสียจากภัยธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเสนอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการสาธารณภัย

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จังหวัดขอนแก่น ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานครับที่ให้โอกาสกระผมได้ทําหน้าที่ ของผู้แทนราษฎรอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งหลังจากนี้ผ่านสภาทั้ง ๒ สภาไปก็จะเปึน กฎหมายที่สําคัญในการกําหนดทิศทางการพัฒนาและการบริหารประเทศเพื่อให้ทุกข์สุข ของพี่น้องประชาชนต่อไป จากที่กระผมได้ศึกษาข้อมูลเอกสารงบประมาณ ซึ่งผมถือว่า เปึนลังขนาดใหญ่พอสมควรก็ต้องชื่นชมครับ ขอสนับสนุนรัฐบาลที่มีความกล้าหาญ ในการจัดสรรงบประมาณขาดดุลอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากในสภาพปัจจุบัน สภาพเศรษฐกิจซึ่งเราต่างทราบกันดีว่ามีสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออํานวยสักเท่าไรนัก มีผลกระทบต่อการขยายตัว สภาพเศรษฐกิจจากแฟคเตอร์ (Factor) ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของอัตราเงินเฟัอที่พุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตามภาวะของราคาน้ํามันแพงก็ดี ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้นก็ดี การชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการส่งออกก็ดี ในภาคบริการก็ดีหรือการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่มีแนวโน้มที่จะลดลง ท่านประธานครับ ภารกิจต่าง ๆ เหล่านี้ ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้แม้ว่าจะไม่เอื้ออํานวยต่อการบริหารประเทศ แต่ในฐานะที่รัฐบาลนั้นมีส่วนจะต้องเปึนหัวใจสําคัญในการดูแลทุกข์สุขของพี่น้อง ประชาชน จากที่ดูการจัดสรรงบประมาณป้ ๒๕๕๒ นี้ก็เห็นว่าทางรัฐบาลนั้นได้กําหนด ยุทธศาสตร์เพื่อเปึนกรอบในการจัดสรรงบประมาณไว้ ๘ ยุทธศาสตร์บวกกับ ๑ รายการ ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวนี้ก็นําเอานโยบายของรัฐบาลมาเปึนตัวตั้ง มีงบประมาณรายจ่าย ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ สูงถึง ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งเปึนรายจ่ายประจํา รายจ่ายลงทุน รายจ่ายชําระคืนต้นเงินกู้ รายจ่ายผู้ที่ใช้เงินคงคลัง ท่านประธานที่เคารพครับ จุดเด่นของงบประมาณป้ ๒๕๕๒ นี้ต้องขอชื่นชมรัฐบาลที่มียุทธศาสตร์ที่ค่อนข้างจะชัดเจน นอกจากจะสอดคล้องกับนโยบายของคณะรัฐบาลแล้ว ยังเปึนการสอดคล้องกับ แผนบริหารราชการแผ่นดิน ๔ ป้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ ด้วย แล้วก็มีกระบวนการที่เราเรียกว่า รีดิพลอย (Redeploy) หรือว่าการทบทวนภารกิจที่มองว่า ภารกิจไหนดีเราคงไว้ อันไหนไม่ดีเราก็ปรับลดลงไปนะครับ อีกทั้งมีการตรวจสอบ ประเมินผล ซึ่งจุดประสงค์สําคัญก็เพื่อให้การบริหารงบประมาณแผ่นดินซึ่งถือว่าเปึน ภาษีอากรของพี่น้องราษฎรใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพและสูงสุด

ประเด็นหนึ่งที่มีการพูดคุยกันหลาย ๆ วันผ่านมานะครับ มีการพูดถึง เรื่องของหลายคนมองว่างบของรายจ่ายลงทุนเปึนจุดอ่อนของงบประมาณป้ ๒๕๕๒ แต่ผมกลับมองไม่เหมือนกัน การที่รัฐบาลนั้นจัดสรรงบประมาณรายจ่ายลงทุนสูงถึง ๔ แสนกว่าล้านบาทนั้น จริง ๆ แล้วแน่นอนครับในเชิงถ้าเราเปรียบเทียบรายจ่ายลงทุน ป้ ๒๕๕๒ กับป้ ๒๕๕๑ มันลดน้อยกว่า ลดน้อยลง แต่อย่าลืมว่าความแตกต่างระหว่าง สภาพสังคม สภาพการเมืองของป้นี้กับป้ที่แล้วนั้นมีความแตกต่างกัน ข้อได้เปรียบของเรา ในวันนี้ก็คือเราเปึนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ฉะนั้นเราก็จะมีเงินกู้ที่จะมาเสริม ในโครงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของโครงการเมกะโปรเจกต์ก็ดีนะครับ ยกตัวอย่างเช่น โครงการแมส ทรานซิท (Mass transit) หรือว่ารถไฟฟัาก็จะมีเงินงบประมาณ เงินกู้เข้ามาอีก ๔-๕ แสนล้านบาท หรือเรื่องโครงการผันน้ําที่ท่านนายกรัฐมนตรีมีดําริถึงก็จะมีเงิน เข้ามาถึง ๓ แสนล้านบาท สิ่งเหล่านี้เงินงบประมาณเหล่านี้จะเปึนการกระตุ้นฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ เพิ่มสภาพคล่องแล้วก็แก้ปัญหาในปัจจุบันนี้ แต่แน่นอนครับการจัดสรรงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ก็มีข้อจํากัดเช่นกัน ซึ่งถือว่าเปึนจุดอ่อนครับ ยกตัวอย่างให้ฟังครับว่ารัฐบาล ปัจจุบันนี้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินในช่วงเปลี่ยนต่องบป้ ๒๕๕๑ นั้น มีการเริ่มใช้ มาตั้งแต่เดือนตุลาคม ป้ ๒๕๕๐ รัฐบาลเข้ามาเดือนกุมภาพันธ์รับภารกิจ รับปัญหา ที่สะสมไว้ แต่สิ่งหนึ่งนั้นที่ไม่ได้รับก็คือเงินงบประมาณ เงินที่ได้รับนั้นมีน้อยครับ อาจจะไม่เพียงพอ ทําให้เรื่องของนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลหลายนโยบายนั้นไม่สามารถ ขับเคลื่อนหรือดําเนินการได้ กลับกลายเปึนภาระของรัฐบาลปัจจุบันที่ต้องหางบมาเพิ่ม เพื่อให้การดําเนินนโยบายสามารถทําได้ พูดง่าย ๆ ก็คือเราต้องใช้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ เข้าไปทําภารกิจของป้ ๒๕๕๑ แล้วก็ป้ ๒๕๕๒ ด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นยังไม่พอนะครับ ข้อจํากัดของงบประมาณป้ ๒๕๕๒ นี้รัฐบาลยังต้องไป ใช้จ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังซึ่งรัฐบาลที่แล้วนั้นก่อหนี้ไว้สูงถึง ๒๗,๕๔๐ กว่าล้านบาท ฉะนั้นผมถือว่าถึงแม้ว่าจะมีข้อจํากัดหลาย ๆ ประการก็ตาม แต่โดยรวมผมถือว่า งบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ นั้นเปึนที่น่าพึงพอใจ

แต่ก็มีเหตุผลบางประการและบางหัวข้อที่ผมขอตั้งข้อสังเกตไว้ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งประเด็นเรื่องของด้านสาธารณภัย ถ้าท่านประธานจําได้เมื่อประมาณวันที่ ๓ เมษายนที่ผ่านมา ผมได้ตั้งญัตติด่วนเพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาถึงผลกระทบ ในการเตรียมความพร้อมกรณีที่รอยเลื่อนของเปลือกโลกในประเทศไทยนั้นเคลื่อนตัว ที่ผมให้ความสําคัญในเรื่องสาธารณภัยก็เพราะว่ามันเปึนเหตุการณ์ มันเปึนปรากฏการณ์ ทางธรรมชาติที่อยู่เหนือการควบคุมของมนุษย์ เราไม่รู้เลยว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไร เกิดขึ้นที่ไหน และจะมีขนาดความรุนแรงมากน้อยเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้ได้ก็คือ เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็อาจจะส่งผลกระทบก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนได้อย่างมหาศาล วันนี้เรื่องของสาธารณภัยนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว อีกต่อไปครับ เปึนเรื่องที่คนไทยทุกคนต้องรู้ ต้องทราบแล้วก็เข้าใจถึงปัญหา ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า รัฐบาลเองคงจะต้องเตรียมการ เตรียมมาตรการแล้วก็ หาเงินงบประมาณให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เตรียมการในการรับมือเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ให้แก่ทุก ๆ ฝ์าย เปึนการลดผลกระทบแล้วก็ความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นแก่ประเทศชาติ ประชาชนได้ในอนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ผมได้ดูงบประมาณเกี่ยวกับ ด้านสาธารณภัยนี่นะครับ เอกสารงบประมาณนี้แบ่งเงินงบประมาณออกเปึน ๒ กลุ่ม ใหญ่ ๆ ด้วยกันในการใช้จ่ายเงินเพื่อการสาธารณภัยนะครับ เปึน ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ

กลุ่มแรก คือกลุ่มเพื่อการปัองกัน อันนี้ก็เปึนการตั้งงบเพื่อปัองกันภัย ที่เคยเกิดขึ้นซ้ํา ๆ ยกตัวอย่าง เช่น ภัยแล้ง ภัยน้ําท่วม ภัยจากการจราจร ซึ่งภายใต้ กลุ่มเพื่อการปัองกันนี้หน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณก็มีกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ํา กรมทรัพยากรธรณี กรมอุตุนิยมวิทยา กรมปัองกันและบรรเทา สาธารณภัย กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท

อีกส่วนหนึ่ง งบประมาณของกลุ่มการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนด้านสาธารณภัย อันนี้คือเงินทดรองราชการเพื่อใช้จ่ายในกรณีที่ฉุกเฉินหรือที่เราเรียกว่า งบทดรอง นั่นเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นพูดง่าย ๆ ก็คืองบทดรองตรงนี้ก็เหมือนกับพ็อกเก็ต มันนี (Pocket money) ให้ส่วนราชการในท้องถิ่นนั้นสามารถมีเงินงบประมาณในการแก้ไขปัญหาของพี่น้อง ประชาชนได้อย่างทันท่วงที แล้วก็บรรเทาปัญหาของพี่น้องประชาชนในกรณีที่เกิดเหตุ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาของสาธารณภัยในประเทศไทยนั้นไม่ได้รับการแก้ไข มาอย่างยาวนาน สิ่งหนึ่งผมถือว่าเปึนต้นตอของการยับยั้งการพัฒนาระบบการบริการ จัดการสาธารณภัยในประเทศไทยก็คือเรื่องของภารกิจ เรื่องของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ครับท่านประธาน ทําไมผมถึงพูดอย่างนั้น เพราะว่า ณ วันนี้หน่วยงานที่ถือว่าเปึนแขนขา เปึนกลไกของรัฐในการบริหารจัดการด้านสาธารณภัยแทนรัฐบาลมีอยู่ประมาณ ๔-๕ หน่วยงาน กระจัดกระจายอยู่ใน ๓ กระทรวงด้วยกัน ปัญหาในเชิงบริหารนั้นมีอยู่ แน่นอน ฉะนั้นจากที่ผมได้ดูงบประมาณ ตรงนี้ผมเห็นว่าทางรัฐบาลเองกราบเรียน ไปถึงท่านรัฐมนตรีแล้วก็ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ผมอยากจะฝากว่าท่านน่าจะมีนโยบาย ในการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพื่อให้การทํางานนั้น เปึนเอกภาพ มีการสั่งงานที่เปึนบูรณาการ ซึ่งจากที่ผมดูแล้วก็น่าจะมีพระเอกเกิดขึ้นได้ ยกตัวอย่างให้ฟังครับ กรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย ผมเชื่อว่าภารกิจของ กรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยน่าจะตรงกับภาพรวมของการบริหารจัดการ เรื่องของสาธารณภัยในประเทศไทย แต่จากที่ผมได้ดูเอกสารงบประมาณกรมปัองกัน และบรรเทาสาธารณภัยได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้นเพียง ๒,๓๕๔ ล้านบาท เท่านั้นเอง เพิ่มจากป้ที่แล้วเพียง ๑๖๘ ล้านบาท ต้องกราบเรียนอย่างนี้เพราะว่างบตัวนี้ ๕๓ เปอร์เซ็นต์ก็กลายเปึนงบประจําไปแล้ว งบบุคลากรไปแล้ว อีก ๔๗ เปอร์เซ็นต์ เปึนงบที่มาปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย ฉะนั้นผมอยากจะฝากทางรัฐบาล และกรรมาธิการไปว่า ผมอยากให้กรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยเปึนเจ้าภาพ ได้รับอํานาจหน้าที่ในการบริหารโดยตรง เพื่อการทํางานที่มีประสิทธิภาพ แต่อํานาจ อย่างเดียวคงจะมีไม่เพียงพอครับท่านประธาน คงจะต้องใช้เงินงบประมาณในการลงทุน ด้านสาธารณภัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการลงทุนอาร์แอนด์ดีก็ดี การพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ระบบเตือนภัย การพัฒนาคนการให้ความรู้แก่พี่น้องประชาชน การเตรียม ความพร้อมและมาตรการต่าง ๆ เพื่อเผชิญกับเหตุการณ์ภัยพิบัติหรือว่าสาธารณภัย ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศของเราในอนาคตได้

ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ผมได้นําเรียนไปแล้ว ผมก็ขอฝาก ท่านประธานว่าประเทศไทยของเรานั้นควรจะต้องมีความจริงจังในเรื่องการจัดการ สักทีหนึ่ง ประเทศที่มีความเจริญแล้วล้วนแล้วแต่ใช้มาตรการในเชิงรุกในการบริหาร จัดการด้านสาธารณภัย หรือที่เราเรียกว่า โปรแอคทีฟ เมเนจเมนท์ (Proactive management) ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ์น ญี่ปุ์นเปึนประเทศหนึ่งที่ดูได้อย่างชัดเจนเลยว่าทําไมเขามี การพัฒนาการอย่างรวดเร็วแล้วก็ต่อเนื่อง ก็เพราะว่าเขาให้ความสําคัญเรื่องนี้ แต่ก่อนที่ เขาจะให้ความสําคัญเรื่องนี้นั้นเขาก็ได้รับภัยพิบัติก่อนหน้านี้ ทําให้เปึนบทเรียนราคาแพง ที่เกิดขึ้นกับประเทศญี่ปุ์น แต่สําหรับประเทศไทยผมเองอยากฝากไปด้วยความห่วงใย ฝากไปทางผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยพิจารณาในข้อประเด็น ในข้อสังเกตที่ กระผมได้นําเสนอไป ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง กราบขอบพระคุณครับ