สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๑

จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ และแสดงความไม่มั่นใจต่อการบริหารงบประมาณของนายสมัคร สุนทรเวช นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาน้ำที่ไม่ได้เน้นไปที่การเกษตรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการอุปโภคบริโภคและการท่องเที่ยวด้วย นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นว่าแผนการแก้ไขปัญหาน้ำที่รัฐบาลนำเสนอไม่สมบูรณ์ และขาดความเห็นอกเห็นใจต่อประชาชน

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ พังงา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพังงา พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขอเรียนท่านประธานว่าผมมีเวลาแค่ ๖ นาที ถ้าสมมุติต้องเกินเลยไป ท่านผู้อภิปรายต่อไปคือท่านธีระชาติก็ยินดีให้ใช้เวลาของท่านส่วนหนึ่ง เพื่อท่านประธาน จะได้ไม่ต้องเตือนผมเวลาหมดเวลา ๖ นาที ขอบคุณครับ

ท่านประธานครับ กระผมได้ศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ก่อนอื่นต้องเรียนว่ารู้สึกเปึนห่วงแทนพี่น้อง ชาวไทย เหตุผลสําคัญเพราะว่าผู้นําที่จะบริหารงบประมาณดังกล่าวชื่อ นายสมัคร สุนทรเวช เหตุผลที่ผมไม่มั่นใจเพราะว่าเมื่อวานผมเพิ่งลงมติไม่ไว้วางใจท่านไป เพราะฉะนั้นเวลาภายในวันเดียวกระผมคงไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกลงได้ ณ ตอนนี้

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ในหนังสืองบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ การฟุ๋นฟูความเชื่อมั่นของประเทศ ๑.๑๖ แผนงานพัฒนาแหล่งน้ําเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบชลประทาน ๓๙,๐๖๘ ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ําเร่งด่วน รวมทั้งก่อสร้างและปรับปรุงระบบประปาภูมิภาค อีกสักครู่ผมจะมีตัวอย่างให้ท่านดู เกี่ยวกับโครงการดังกล่าว

อีกอันหนึ่งยุทธศาสตร์ที่ ๔ เสริมสร้างขีดความสามารถระบบส่งน้ํา สิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้เข้าใจว่าท่านสมาชิกท่านอื่นยังไม่ได้อภิปราย แล้วก็เข้าใจว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อคืนผมอยู่ฟังท่านพูดเรื่องน้ําตั้งแต่สามทุ่มจนถึงสี่ทุ่มท่านไม่อภิปราย เรื่องดังกล่าว มีโอกาสจะถามท่าน ท่านประธานสมศักดิ์ก็บอกว่าขอไว้ครั้งต่อไป ผมก็จะใช้โอกาสตรงนี้ในการอภิปราย ผมเข้าใจว่าปัญหา ณ วันนี้เกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ํา ในส่วนของรัฐบาลก็คือการขาดความเปึนเอกภาพในการจัดการเรื่องน้ํา ณ วันนี้เรารอให้ท่านนายกรัฐมนตรีทําคนเดียวไม่ได้ครับ รอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทําหน่วยงานเดียวทําไม่ได้ครับ รอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมหน่วยงานเดียวทําไม่ได้ครับ เหตุผลที่ทําไม่ได้เพราะว่ามีอยู่โครงการหนึ่ง เริ่มตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ มาถึงวันนี้ป้ ๒๕๕๑ โครงการเปึนง่อยครับ มีขาข้างเดียว มีแขนข้างเดียว ตัวไม่มี หัวขาด หางขาดครับ โครงการน้ํา ๒ วันที่เราพูดกันมาส่วนใหญ่เปึนน้ําเพื่อ การเกษตร แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่ได้พูดกันและสร้างรายได้ให้กับประเทศ ก็คือโครงการ น้ําเพื่อการท่องเที่ยว โครงการน้ําเพื่อการอุปโภคบริโภค ในส่วนของฝัืงอันดามัน จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ หารายได้ท่องเที่ยวเข้าประเทศป้ละแสนล้านบาท ผมเป่ดในหนังสืองบประมาณ เราได้โครงการศึกษาเรื่องน้ํา ๕๐ ล้านบาท ที่น่าเปึนห่วง ก็คือป้ ๒๕๕๒ จะได้แค่ ๑๐ ล้านบาทครับ โครงการดังกล่าวก็คือโครงการวางท่อส่งน้ํา จากเขื่อนรัชประภาไปเกาะภูเก็ต ซึ่งจะผ่านจังหวัดกระบี่และจังหวัดพังงา อันนี้เปึน แผนระยะยาวในการแก้ปัญหาเรื่องน้ํา แต่แผนระยะสั้นก็คืออ่างเก็บน้ําเขาหลัก-ลํารู่ ๑,๑๐๐ ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ ผมขออนุญาตโชว์ภาพให้ท่านประธานดูครับ นี่คือท่อส่งน้ําที่จะใช้สําหรับต่อเนื่องกับอ่างเก็บน้ําเขาหลัก-ลํารู่ ณ วันนี้ท่านประธาน อาจจะมองไม่เห็นเพราะหญ้าขึ้นคลุมหมดแล้วครับ การประปาส่วนภูมิภาคอนุมัติ โครงการแล้ว ๒๔๒ ล้านบาท ณ วันนี้การประปาส่วนภูมิภาคอนุมัติครับ แต่ชลประทาน ซึ่งต้องทําโครงการอีก ๑,๑๐๐ ล้านบาทจนบัดนี้ยังไม่เรียบร้อย เหตุเพราะว่าพื้นที่ดังกล่าว ส่วนหนึ่งติดอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลํารู่จนถึงวันนี้ยังไม่มีการใช้พื้นที่ดังกล่าว สําเร็จ ผมถามจากเจ้าหน้าที่ว่าสําเร็จเร็วสุดวันไหน เขาบอกว่าต้องเข้า ครม. ๓ ครั้ง เพื่อขอใช้พื้นที่ เปลี่ยนจากอุทยานมาเปึนป์าสงวนใช้เวลาเร็วสุดป้ครึ่ง ป้ครึ่งทําอ่างเก็บน้ํา ได้เลยไหม ยังไม่ได้ครับ ต้องขออนุญาตใช้จากอุทยานเปึนป์าสงวน ต้องขอใช้จาก ป์าสงวนอีกเร็วสุด ๖ เดือนครับ เร็วสุดเราได้ใช้น้ําป้ไหน ป้ ๒๕๕๓ อันนั้นคือเริ่มโครงการ ถ้าสําเร็จ ถ้ารัฐบาลยังเปึนชุดเดิมและให้ความจริงใจในการแก้ปัญหาเรื่องน้ํากับพี่น้อง ประชาชน แต่ถ้ารัฐบาลไม่จริงใจใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ ๔-๕ ป้ ผมคิดว่า ป้ ๒๕๖๐ เราก็ไม่ได้ใช้น้ํา เพราะฉะนั้นผมเปึนห่วงแทนพี่น้องคนไทย เปึนห่วงแทน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ที่เราตั้งความหวังว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาเรื่องน้ํา ซึ่งนับหนึ่งวันนี้ไม่ทราบสําเร็จอีก ๑๐ ป้ข้างหน้าหรือเปล่า นั่นคือประการที่ ๑

ผมขอพักเรื่องโครงการนี้ไว้ แล้วผมขอฝากอีกประการหนึ่งสําหรับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ราษฎรส่วนหนึ่งต้องการเงินชดเชย ณ วันนี้ ในส่วนที่เขาจะไปสร้างอ่างเก็บน้ําในที่ของราษฎร เข้าใจว่ายังติดมติ ครม. ในการห้าม จ่ายเงินชดเชยก่อน ถ้าอ่างเก็บน้ํายังไม่เริ่มนับหนึ่งได้สร้าง ราษฎรรอนานแล้วครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ เซ็นรับรองค่าพืชผลหมดแล้ว ณ วันนี้ราษฎรเขารออยู่ครับ โรงแรม แถวเขาหลักคึกคักรออยู่ครับ ที่จะใช้น้ําจากโครงการอ่างเก็บน้ําดังกล่าว ฝากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังด้วยครับ

อีกเรื่องหนึ่ง ผมถือโอกาสตรงนี้เปึนตัวแทนของเกษตรกรพี่น้องชาวสวนยาง ทั้งหมด เพื่อจะพูดเกี่ยวกับเรื่องการสงเคราะห์สวนยาง ผมคิดว่า ณ วันนี้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์มองเห็นปัญหา แต่ยังแก้ไม่ได้อย่างเสร็จสมบูรณ์ ราคายางได้ราคาดีครับ กิโลกรัมเกือบ ๑๐๐ บาท บางช่วง ๖๐-๗๐ บาท เพราะฉะนั้น ๑๐๐ บาท เราจะจ่ายเงิน เข้ากองทุน ๒ บาท สมัยก่อนกิโลกรัมละ ๒๐ บาทขาย ๕ กิโลกรัมถึงจะได้ ๒ บาท ณ วันนี้ขายกิโลกรัมเดียวกองทุนได้เงิน ๒ บาทแล้วครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เปึนปัญหา ณ วันนี้เกี่ยวกับเรื่องราคาปุิย ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ยังไม่สามารถบูรณาการ ไม่สามารถจัดการปัญหาเรื่องปุิยให้แก่เกษตรกรได้ ณ วันนี้ชาวสวนยางจะไปเอา ยางสงเคราะห์ไปถึงเสร็จไม่ได้ปุิยครับ เหตุเพราะอะไรครับ ต้องจ่ายเพิ่มกระสอบละ ๓๐๐ บาท ขับกระบะไปเสียค่าน้ํามันไปกลับ ๑,๐๐๐ บาทเพื่อให้เอาปุิย ๑๐ กระสอบ ไปถึงไม่ได้ครับ กลับมาบ้านอีกรอบหนึ่งไปหาเงิน ๓,๐๐๐ บาทไปวางให้เขาก่อน เพื่อได้ปุิย ๑๐ กระสอบ จ่ายเพิ่มกระสอบละ ๓๐๐ บาทถึงจะได้ปุิยกลับมาบ้าน ไปกลับ ๒ รอบ ค่าน้ํามัน ๒,๐๐๐ บาท รวมแล้วเพิ่มกระสอบละ ๕๐๐ บาท นี่คือประเด็น ปัญหาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเข้าไปแก้ไข ผมแนะแนวอย่างนี้ครับ ณ วันนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องเพิ่มเงินสงเคราะห์กองทุนการทําสวนยางไร่ละ ๙,๐๐๐ บาท ที่ท่านทําตอนนี้ไม่พอแล้วครับ เดือนหน้าไร่ละ ๑๑,๐๐๐ บาท ผมว่าไม่พอ ถ้าปุิยยังขึ้นราคาไปอีก เพราะฉะนั้นท่านต้องมีแนวคิดในการจัดการ