ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ โต้แย้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับปริมาณน้ำตาลที่เหลืออยู่ในประเทศ และเรียกร้องให้แสดงเอกสารที่ควบคุมการค้าน้ำตาลทั่วประเทศ ชี้แจงว่าเงินที่เก็บมาจากการขึ้นราคาน้ำตาลถูกใช้ไปจ่ายหนี้โรงงานน้ำตาล ไม่ได้ใช้ไปช่วยเหลือเกษตรกรที่เดือดร้อน
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและท่านนายกรัฐมนตรี ได้เคยพูดเรื่องน้ําตาล ผมจะเอาประเด็นเรื่องน้ําตาลเรื่องเดียวครับ เพิ่งได้รับฟังความจริงที่เปึนข้อมูลที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพูด แต่ไม่ตรงกับที่ท่านเคยไปให้สัมภาษณ์ช่อง ๑๑ เดิม เอ็นบีที แล้วก็ไม่ตรงกันกับที่ ท่านนายกรัฐมนตรีเคยพูดออกรายการโทรทัศน์หลายครั้ง อย่างนี้ครับสรุปง่าย ๆ ท่านไปชี้แจงในสาธารณะทั้งหมด น้ําตาลเรามีอยู่ทั้งหมดขายไปแล้ว ๑๙ ล้านกระสอบ แล้วเหลืออยู่ ๑๑,๗๔๕,๕๑๖ กระสอบ ตามโรงงานต่าง ๆ ๔๐ กว่าโรงงาน เพราะฉะนั้น เอกสารของผมฉบับนี้ไม่ได้พิมพ์ขึ้นเอง มาจากกองทุน ผมจะอ่านว่านี่คือกองทุนที่ท่าน ควบคุมการค้าน้ําตาลทั่วประเทศ
๒. มีเอาไปขายอยู่แล้วค้างกระดานในวันที่ท่านประกาศขึ้นราคาน้ําตาล วันที่ ๓๐ เมษายนที่ผ่านมา เหลืออีก ๑,๓๑๐,๙๘๗.๘๑๐ กระสอบ ๑ กระสอบคูณด้วย ๑๐๐ กิโลกรัมก็จะเปึนกิโลกรัม รวมเบ็ดเสร็จแล้วจะมีน้ําตาลที่ท่านเคยให้สัมภาษณ์ มาตลอด ๑๓,๐๖๑,๕๐๓ กระสอบ นั่นคือข้อเท็จจริงนะครับ เอกสารให้ตรงกัน ปรากฏว่า ตรงนี้ถ้าคูณด้วยกิโลกรัมละ ๕ บาท ไปบวกค่าแวทมันจะได้เงินเข้ากองทุนไปใช้หนี้ กองทุนอีก ๖,๕๐๐ ล้านบาท คือเอา ๑๓ ล้านกระสอบตั้งคูณด้วย ๕ บาท ๕ คูณ ๓ ได้ ๑๕ ๕ คูณ ๑ ได้ ๕ คือ ๖,๕๐๐ ล้านบาท ถูกต้องนะครับท่านรัฐมนตรี ๖,๕๐๐ ล้านบาท ท่านบอกเอาไปใช้ในกองทุน โรงงานไม่เอา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๖ คูณ ๓ ได้ ๑๘ ๖ คูณ ๕ ได้ ๓๐ ก็คือ ๒,๑๐๐ ล้านบาท โรงงานก็ไม่เอา จะไปเอาทําไมครับ ก็มันเปึนหนี้อยู่ที่ธนาคาร เอาไปได้อย่างไรครับ เงินจํานวนนี้ก็คือไปใช้หนี้ให้กับโรงงาน ด้วยอีก ๒,๑๐๐ กว่าล้านบาท เขาจะบริหารกันอย่างไร ขาดทุนกัน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมยังไม่รู้เลยครับ แต่ว่าต้องพูดความจริงให้ชัดว่าเงินทั้งหมด ๖๓ ล้านคนที่ซื้อน้ําตาล กินกันกิโลกรัมละไม่เกินเท่าไร ๆ ล้วนแล้วเอาไปใช้หนี้ให้กับโรงงานน้ําตาลด้วยครับ ใช้หนี้เกษตรกรนี่เห็นใจ ไม่ว่าอะไร แต่นี่มันมีอย่างนี้ครับ เราสงสัยในนี้ เมื่อกี้ผมเรียน ถูกต้องนะครับ มันมีน้ําตาลที่ค้างกระดานป้ ๒๕๔๙ กับป้ ๒๕๕๐ เกิดขึ้นมา ๖๑๐,๘๒๘.๐๑๓ กระสอบ ท่านไม่เคยชี้แจงตัวเลขตัวนี้เลย และอันนี้ไปประกาศขึ้นราคา น้ําตาล ใครได้ประโยชน์ตรงนี้ พวกผมมีความเห็นอย่างนี้ว่า ถ้าเกิดตรงนี้ตกหล่นเอา ขายอีก ๕ ขึ้นราคาเดียว แล้วก็เอาเงินไปเข้าอีก ๓๐๐ ล้านบาท เพื่อใช้หนี้เกษตรกรด้วย ใช้หนี้โรงงานน้ําตาลด้วย ก็ใครรับอานิสงส์ไปไม่ทราบ แต่ผมดูแล้วประชาชนเขาเดือดร้อน ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ประชาชนเขาเดือดร้อน ๖ แสนกระสอบ เอามาช่วยเขาได้ไหมครับ เพราะตัวเลขขายไม่ออกตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ ถึงป้ ๒๕๕๐ มา มาช่วยเขาเดือนละ ๑ แสนกระสอบ ให้คนที่ขายน้ําตาล ให้คนที่เขากินก๋วยเตี๋ยว กินกาแฟ ตอนเช้าจะทําขนมปังขายอะไร มีอาชีพทําขนมหวาน ได้มีโอกาสช่วยเหลือ ประชาชนในภาวะค่าครองชีพสูงได้ไหมครับ พวกเราได้ช่วยเงินไปแล้ว ๖,๕๐๐ ล้านบาท อ้ายตรงนี้นี่ช่วยกลับมาได้ไหมครับ นี่คือสิ่งที่ผมเพิ่งได้ฟังวันนี้นะครับว่าท่านเอาไป รวมด้วย ผมไม่เคยเห็น เพราะผมยังไม่ทราบว่าตัวเลขนี้ธนาคารที่เขาไม่ให้กู้ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าไม่มีเงินมาจ่ายหรือว่ามีตัวเลขที่ชัดเจนเขาจะไม่ให้กู้ จึงจําเปึนต้องมาเดือดร้อนพวกผม ประชาชนต้องมาเดือดร้อนอีก ๖๓ ล้านคน เพื่อที่จะ มาช่วยโครงการนี้ ถูกผิดอย่างไร ผมยังตัดสินไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ แล้วเรื่องเดียวครับ ท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านไปแก้คําสั่งกับ ท่านรัฐมนตรีหน่อย ท่านรัฐมนตรีประกาศขึ้นราคาน้ําตาลหลังจากที่ ครม. อนุมัติให้ขึ้น ราคาอ้อยเปึน ๘๐๐ บาท เขียนคําสั่งว่าอย่างไรครับ ด้วยคณะรัฐมนตรีมีมติวันที่ ๒๙ ให้ขึ้นราคาอ้อยเพื่อความเปึนธรรมกับผู้บริโภค จึงขอขึ้นราคาน้ําตาลอีกกิโลกรัมละ ๕.๓๓ บาท ผู้บริโภค ๖๐ กว่าล้านคน เขาได้รับความเปึนธรรมหรือ เพื่อความเปึนธรรม กับผู้บริโภค กระทรวงพาณิชย์ประกาศ โดยนายมิ่งขวัญเซ็นวันที่ ๓๐ หลังจากที่ท่าน ลงมติวันเดียว ไม่เคยมีประวัติศาสตร์ในการจัดการเรื่องนี้แบบนี้ครับ ผมไม่ได้กล่าวหา ท่านทุจริต แต่ว่างบประมาณที่จะเอาไปทําอะไรก็แล้วแต่ พวกเราได้พูดจากันอย่างที่ ท่านบอกใช้เวทีนี้พูดจากัน นี่คือข้อเท็จจริง ก็กราบเรียนท่านเพื่อเปึนประโยชน์ให้ ท่านนายกรัฐมนตรีรับไปพิจารณาด้วยครับว่า ๖๑๐,๐๐๐ กว่ากระสอบมาช่วยพี่น้อง ประชาชนได้ไหมครับ พวกผมทางฝ์ายนี้ผมทนความเดือดร้อนเขาไม่ไหว เขาบ่นมา มากครับ ขอบคุณครับท่านประธาน