สุวิทย์ คุณกิตติ หารือเรื่องน้ำตาลค้างกระดานและเงินที่หายไปในกระบวนการจัดเก็บน้ำตาล และยืนยันว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะเข้ากองทุนและจ่ายหนี้ให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยทั้งหมด
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประทานโทษที่ต้องเอ่ยนาม ที่ท่านได้กรุณายกประเด็นในเรื่อง ของน้ําตาลที่ท่านได้เอ่ยถึงตัวเลข ท่านก็บอกว่าทราบดี ได้ลงไปตรวจสอบหลังจาก มีการปรับขึ้นราคาน้ําตาลแล้ว แล้วก็เห็นว่าไม่ได้มีประเด็นในเรื่องการทุจริต แต่ท่าน สงสัยว่าน้ําตาลค้างกระดานทั้งหมดที่ได้รวบรวมตัวเลขไว้ของท่านเอง ๑.๓ ล้านกระสอบ แล้วก็ทั้งหมดประมาณ ๒ ล้านกระสอบ แต่จริง ๆ แล้ว ๑.๓ ล้านกระสอบบวกอีก ๖ แสนกระสอบ ตัวเลข ๖ แสนกระสอบนั้นก็ใกล้เคียงกันก็ประมาณ ๑ ล้าน ๙ แสนกระสอบ โดยประมาณ ตัวเลขใกล้เคียงกัน ตัวเลข ๑.๓ ล้านกระสอบจริง ๆ แล้วถ้าคิดเปึนเงิน ที่จะเก็บได้จาก ๑.๓ ล้านกระสอบก็คือ ๖๕๐ ล้านบาท ไม่ใช่ ๖,๕๐๐ ล้านบาท อย่างที่ ท่านพูด เพราะว่ากระสอบละ ๑๐๐ กิโลกรัม ๑๐๐ กิโลกรัมกระสอบหนึ่งก็เท่ากับ ๑.๓ ล้านกระสอบ ก็คูณเข้าไปเท่ากับประมาณ ๑,๓๐๐ ล้านบาท ๑.๓ ล้านกระสอบ เท่ากับประมาณ ๑๓๐ ล้านกระสอบ ขอประทานโทษครับ ๑๓๐ ล้านกระสอบก็จะเปึนเงิน ๖๕๐ ล้านบาท แล้ว ๖ แสนกระสอบ ที่ท่านพูดถึงที่เปึนน้ําตาลค้างกระดานอีก ๖ แสนกระสอบ ประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท เงินทั้งหมดที่ท่านเปึนห่วงว่าแล้วมันหายไปไหน เงินจะไปไหน เงินทั้งหมดจะเข้ากองทุนทั้งหมดเลยครับ ไปใช้หนี้ธนาคาร ธ.ก.ส. ตามที่ ท่านได้บอก ไม่มีแม้แต่บาทเดียวที่จะไปที่โรงงานหรือไปที่ใครคนใดคนหนึ่ง แล้วทาง โรงงานเองซึ่งจริง ๆ แล้วควรจะได้รับ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ในคราวนี้ทางโรงงานก็ยอมว่า ให้เอาเงินในส่วนของโรงงานเองไปใช้หนี้ให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยใน ธ.ก.ส. ของกองทุน ที่เปึนหนี้อยู่ประมาณ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาทในขณะนี้ เพราะฉะนั้นในส่วนของเงินอีกประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่จะพูดถึงนั้น ผมอยากจะ เรียนว่าเปึนน้ําตาลป้ ๒๕๕๐/๒๕๕๑ ที่รอขึ้นงวดอีกประมาณ ๑๐ ล้านกระสอบ โดยประมาณ ซึ่งถ้าคิดเปึนเงินออกมาแล้วอีกประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น เงินในส่วนนี้เองก็จะส่งเข้ากองทุนทั้งหมดไม่แบ่งให้ใคร ไม่มีตกหล่นที่ไหนแน่นอน ไม่มีเงินตกหล่นที่ไหนอย่างแน่นอนในส่วนนี้ แล้วเงินทั้งหมดก็จะไปใช้หนี้กองทุน เมื่อใช้หนี้กองทุนแล้ว ถ้าเผื่อว่ามีเงิน การคิดคํานวณต้นทุนของราคาอ้อย แล้วการเพิ่ม ผลผลิตที่ท่านพูดถึงว่ารัฐบาลจัดงบประมาณให้น้อย จริง ๆ ก็น้อยตามที่ท่านว่า จริง ๆ แล้วถามผมว่าอยากได้เพิ่มไหม ผมก็อยากได้เพิ่มนะครับ เพราะว่า ๓๐ ล้านบาท ที่ท่านพูดก็เปึนส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ว่าส่วนสําคัญคือเรื่องของอ้อยนั้นผมอยากจะเรียน ท่านจุรินทร์ว่าเรามีเงินกู้ให้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย ซึ่งรัฐบาลโดย ครม. นี้ได้ให้ ความเห็นชอบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอในการเพิ่มวงเงินให้จาก ๑,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๒,๐๐๐ ล้านบาท เปึนเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ําประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ที่พี่น้อง เกษตรกรชาวไร่อ้อยจะสามารถกู้ยืมเงินจํานวนนี้ไปจัดระบบน้ําและการบริหารจัดการน้ํา ในไร่อ้อยซึ่งจะเปึนการช่วยกันเพิ่มผลผลิตตามวาระอ้อยแห่งชาติ ซึ่งรัฐบาลให้ ความเห็นชอบไปแล้วในช่วง ๓ ป้ที่จะเพิ่มผลผลิตอ้อยเปึน ๑.๕ เท่าของปัจจุบัน จากที่เฉลี่ยประมาณไร่ละ ๑๐ ตันเปึนไร่ละ ๑๕ ตัน แล้วความหวานจาก ๑๒ ซีซีเอส เปึนประมาณ ๑๓ ซีซีเอส เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็จะเพิ่มผลผลิตในเรื่องของอ้อย แล้วก็จะเปึนการเพิ่มผลผลิตในเรื่องของเอทานอลในส่วนนั้นด้วยนะครับ แต่ว่า อย่างไรก็ตามก็ต้องขอฝากท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ว่าคณะกรรมาธิการงบประมาณ ถ้าจะกรุณาเพิ่มงบประมาณให้ในส่วนของการเพิ่มผลผลิตก็จะเปึนพระคุณอย่างยิ่ง กระบวนการในการดําเนินการทั้งหมดได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะว่าในเรื่องของ การจัดสรรน้ําตาล ทางสํานักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ําตาลทราย โดยคณะกรรมการ ซึ่งดูแลในเรื่องของการจัดงวดการขึ้นงวดต่าง ๆ ก็มีการติดตามตรวจสอบทุกอาทิตย์ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการติดตามอย่างใกล้ชิดก็จะปัองกันในเรื่องของปัญหาการทุจริต ประพฤติมิชอบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่า กระบวนการทั้งหมด ที่ได้ดําเนินการมานั้นโปร่งใส แล้วก็สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนครับ ก็กราบเรียน ท่านประธานว่าในเรื่องของอ้อย ในเรื่องของน้ําตาลนั้นก็เรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้เปึนห่วงนั้นจะเข้ากองทุน แล้วกองทุนจะนําไปจ่ายหนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยทั้งหมดทุกบาททุกสตางค์ ไม่ไปไหนครับ ขอบคุณครับ