สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๑

สมัคร สุนทรเวช หารือเรื่องราคาน้ำมัน Petroleum น้ำมันพรวดขึ้นมากและเรียกร้องให้รัฐบาลเค้นคอปตท.

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้คิดว่าจะมีท่านสมาชิก อภิปรายแล้วจะขึ้นเปึนการตอบโต้ แต่ไม่อยากทิ้งไว้ให้ยาวนานเกินไป ผมขึ้นมาชี้แจง ไม่ได้ตอบโต้ ท่านสอบถามมาก็อธิบายความกลับไป ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติจากจังหวัด ทางภาคใต้ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านอภิปรายผมนั่งอยู่ข้างในต้องใช้กระดาษ เอ (A) ๔ ๗ แผ่น ที่จะบันทึกคําอภิปรายของท่าน แต่ผมไม่ตอบโต้ทุกประเด็นครับ ฟังความแล้วก็ต้องมาสรุป เวลาที่สรุปรวมสุดท้ายก็จะให้เห็นประเด็นว่าคนเปึนรัฐบาล ทําอย่างไร คิดอย่างไร คนเปึนนักการเมืองฝ์ายควบคุมรัฐบาลคิดอย่างไร ตัวอย่าง ที่เห็นชัด ๆ เลยเหมือนกับ ปตท. เงอะงะจริง ๆ ทําอะไรต่ออะไร ตัวเลขต่าง ๆ เวลาที่ เขาทําเรื่องนี้เขาจะชักชวนให้คนใช้แก๊ส เพราะเขาคิดว่าน้ํามันมันจะแพง เขาก็ดําเนินการ ของเขามา แต่ว่าเวลาที่น้ํามันมันขึ้นนั้นคือกะกันว่าจะทําอย่างนี้ แต่มันพรวดขึ้นไป อย่างนั้นความเงอะงะก็เกิดขึ้นอย่างนี้ทันที แต่ก่อนนี้ตอนน้ํามันราคาลิตรละยังไม่ถึง ๒๐ บาท มันมีใครตัดสินใจ ใครสนใจเรื่องถังแก๊ส ใครตัดสินใจบ้างครับ วันนี้มันขึ้นมา ๔๐ กว่าบาท ตัดสินใจกันหมดไปยื้อแย่งกันหมด วันหน้าถ้าน้ํามันลิตรละ ๑๐๐ บาท มันจะต้องเกิดการจลาจลกันแน่ เพราะมันจะต้องหาทางอื่นทดแทน แต่การที่เขาจะมา ทดแทนเปลี่ยนแปลงนั้นมันก็มาช้า มันไม่ได้มารวดเร็วทันใจ อย่างบอกว่าไฮโดรเจนมา ก็ไม่ต้องใช้น้ํามัน ก็คิดกันทั้งนั้นละครับ รถบัสอเมริกาใช้แต่ป์านนี้ก็ยังไม่มาถึงเมืองไทย รถใช้แบตเตอรี่ก็รู้ว่าใช้ได้แต่ก็ยังไม่ยอมจะทําโรงงานไฟฟัาไว้สําหรับจะชาร์จ (Charge) แบตเตอรี่เพื่อจะได้ใช้ทีละร้อยกิโลเมตร ไปเชียงใหม่ต้องเปลี่ยน ๗ ลูก ก็ยังไม่มีใคร ตัดสินใจเพราะยังต่อต้านการสร้างโรงไฟฟัากันอยู่ รู้ชัดเจนเลยว่าต่อไปนี้รถที่กําลัง จะออกมาถ้าน้ํามันมันเกิดหมด มันก็ต้องไปที่แบตเตอรี่ ต้องไปที่ไฟฟัา แต่ว่าในขณะที่ แก๊สมันยังใช้ได้ ๒๐-๓๐ ป้ เขาก็เสนอระบบแก๊ส แล้วระบบแก๊สเขาก็เอาซีเอ็มจี (CMG) ซีเอ็มจีเขาไม่ชอบมีคําว่า คอมเพรสชั่น (Compression) เขามาเปลี่ยนเปึนเอ็นจีวี เราก็ชักชวนให้คนในบ้านเมืองนี้เปลี่ยนแปลง คนเปึนเจ้าของรถความรู้สึกไม่เหมือนกัน หรอกครับ คนรู้สึกก่อนเพื่อนที่ต้องการหากําไรคือแท็กซี่ เพราะฉะนั้นแท็กซี่ ๗๐,๐๐๐ คัน เขาเปลี่ยนเกือบหมด ไม่มีใครใช้น้ํามันแล้วเพราะมันทนไม่ได้ แล้วได้ประโยชน์ไหม ได้ประโยชน์แน่นอน เวลาที่มันขึ้นมาอยู่ ๒๐ บาท นั่นก็ ๘.๕๐ บาท มันขึ้นมา ๒๕ บาท นั่นก็ ๘.๕๐ บาท ขึ้นมา ๓๐ บาทก็ ๘.๕๐ บาท แต่บัดนี้มันขึ้นมา ๔๐ บาท เพราะฉะนั้น เขาประกาศล่วงหน้าไว้ไม่มีอะไรเสียหายหรอกครับ ถ้า ๔๐ บาทกับ ๑๓ บาท มันไม่มี ปัญหา เขาประกาศล่วงหน้าไปเปึนเดือน เขาประกาศไว้ครึ่งป้ว่าถึงวันที่ ๑ กรกฎาคม เขาจะขึ้นจะตามดูกันพวกกักตุนต้องเล่นงานมันก็เท่านั้นเอง แต่เขาบอกไว้ล่วงหน้า เขาทํางานมีกฎ มีเกณฑ์ เพราะฉะนั้นถ้าหากคนเราจะต้องให้เกียรติกันบ้างไม่แสวงหา โอกาส ก็ ปตท. นี่แหละครับที่จัดการขายหุ้นไป ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วไปลงทุนไปทํา ความเจริญเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์ เมื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ก็ต้องให้เกียรติ ตลาดหลักทรัพย์ว่าหลักการเปึนอย่างไร รัฐบาลก็ต้องคอยดูอยู่ เขาก็พิจารณา เขาก็ทํางาน เพราะเขาเปึนคนอยู่ในสังกัดของกระทรวงพลังงาน ทั้งหมดที่ทํากันมา อธิบายความชัดเจนว่าน้ํามันมันขึ้นพรวดพราดจริงไหมครับ ใครปฏิเสธบ้าง ใครจะคิด มันขึ้นมาวันนี้ ๑๔๐ บาทต่อบาร์เรล แล้วแต่ก่อนมันเท่าไรล่ะครับ ตอนเริ่มต้นพัฒนา พอมันเกิน ๒๐ เหรียญต่อบาร์เรล เขาก็เริ่มคิดกันแล้ว เกิน ๖๐ เหรียญบาร์เรล ก็เริ่มกระทํากันแล้ว ระยะหลังพรวดไม่กี่เดือนมันขึ้นเท่าไร มันไต่พรวด ๆ แต่ก่อน อยู่แค่ ๑๐๐ ตอนแค่ ๑๐๐ เขาก็เตรียมการบัดนี้มัน ๑๓๐-๑๔๐ เพราะอย่างนี้ คนอยากจะเติม เมื่อก่อนถ้าเขาทําไปเรื่อย ๆ ไม่เปึนปัญหามันพอดีกับความแพง แต่ถ้ามันค่อย ๆ ไต่ขึ้นไป อ้ายนี้มันพรวดพราด พรวดพราดคนหวาดหวั่นก็พรวดพราด แต่ก่อนคนแท็กซี่ตัดสินใจทําก่อน ๗๐,๐๐๐ คันทําไมทําได้ ก็เพราะคนแท็กซี่เขาทนไม่ได้ ต้องจัดการเขาไปเข้าคิวก่อนไม่มีใครไปแย่งเลย แล้วการเติมการอะไรเขารู้จังหวะ รู้เวลาเขา ถึงเวลาอย่างนี้ก็จะให้รัฐบาลไปเค้นคอ ปตท. เห็นว่าเขาไม่มีความสามารถ ผมไม่ตําหนิ หรอกครับ เพราะผมรู้จากเหตุผลว่าทําไมเขาถึงต้องชักช้า ทําไมต้องอย่างนั้น ทําไมต้อง ทั่วประเทศ ทําจากส่วนกลางขยาย ๆ ออกไปกว่าจะไปถึงจะส่งจะแทนต่าง ๆ เขาอธิบาย ใน ครม. เพราะฉะนั้นเรื่องราคาอะไรต่าง ๆ เรื่องกําไรเขาก็บอกเลยครับ เขากําไร ๖.๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วได้เงินเท่านี้เขาต้องใช้เพื่อการนี้เท่านั้น ๆ คือบอกว่าพอผมเปึนรัฐบาล บอกต้องการเอาชื่อเสียง บอกเอากําไรเอามาหมดเลยมาลดให้ประชาชน อ้ายโน่นก็เอามา อ้ายนี่ก็เอามาเพื่อประชาชน ผมเปึนนักการเมืองนะครับ รู้สึกเดือดร้อนแทนประชาชน เหมือนกันครับ แต่ไม่เอาใจประชาชนถึงขนาดอย่างที่ใครต่อใครชอบทํากัน ไม่เลยครับ ผมมาเปึนหัวหน้ารัฐบาลก็เปึนหัวหน้ารัฐบาลที่แปลกคือไม่เอาใจประชาชน แต่อธิบาย ให้ประชาชนฟังว่ามันคืออะไร จะต้องแก้ไขอย่างไร มันมาแค่ไหนอย่างไร ทั้งหมดนี้พูดกัน ด้วยเหตุผล งบประมาณวิจารณ์ได้ครับ อ้ายโน่น อ้ายนี่ เรียกต่าง ๆ อย่างเมื่อกี้ที่บอกว่า ไปทําแล้วพัฒนาอะไรต่าง ๆ ไม่กี่สิบล้านบาท แต่มันไปอยู่ในงบอื่นที่จะไปทําน้ําหยด ไปช่วยอ้อยต่าง ๆ มันอยู่ในงบการเกษตร มันไปอยู่อันอื่น ไม่ใช่ไปพัฒนาตรงนี้ พัฒนา พลังงานได้ตรงนี้ แต่ที่พัฒนาจริง ๆ มันอยู่งบอื่นเขาเอามาวางเอามาเรียง ต้องเห็นครับ งบประมาณพูดมาบอกว่าสัมมนาอะไรกันตั้ง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ใช่สํานักนายกรัฐมนตรี พัฒนาอยู่คนเดียว แต่มัน ๒๐ กระทรวง การพัฒนาก็เพื่อให้คนมีความรู้มากขึ้น เรื่องพรรค์อย่างนี้บางสิ่งบางอย่างได้คนที่เขามีความรู้ แต่การสัมมนาเขาบอกอย่างไร ไม่เขียนเปึนคําสั่งหรอกครับ แต่บอกแนวทางเลยให้ไปสัมมนา คุณช่วยไปสัมมนา เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน ทําไมต้องกระซิบอย่างนั้น ก็โรงแรมมันจะตายกัน เขาเรียกว่ามันไม่พีค (Peak) มันพีคเดือนตุลาคม นี่แปลว่าเขาใส่เงิน ลงไปอย่างนี้ให้มีการพัฒนาความรู้เบื้องต้น แต่ว่าไปทํางาน หน้าเขากําลังไปเที่ยวกัน โรงแรมแพง ๆ ดันไปพัฒนานั่นล่ะครับมันทําไม่เปึน แต่ผมทําเปึนครับ ผมไปสัมมนา ที่เชียงใหม่ ผมบอกเลย ๔ เดือนเราจะช่วย ตอนนั้นเขาทํางบประมาณไว้แล้ว แต่อธิบายมา ผมจะอธิบายไปให้ฟัง สําหรับ ๒๐ กระทรวงแล้วเขาต้องไปสัมมนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ คนจะขึ้นตําแหน่งตรงนั้น ๆ ต้องเรียน แล้วเขาก็ไปสัมมนา แล้วมันก็จะได้ประโยชน์ ผมไม่อยากให้ใครต่อใครฟังแล้วคนเปึนรัฐบาลนั่งหัวโด่อยู่ไม่ฟัง ผมไม่ยอมอย่างนั้นเลย ผมต้องให้คนที่บ้านได้ฟังเท่าเทียมกันว่าเมื่อกล่าวหาอย่างนี้ก็ต้องหักล้างอย่างนี้ ไม่ใช่โต้วาทีนะครับ แต่ต้องอธิบายความว่าระหว่างคนเฝัาดูวิพากษ์วิจารณ์กับคนทํางาน มันเหมือนกับพี่เลี้ยงนักมวยกับนักมวยมันต้องให้นักมวยได้อธิบายว่า ทําไมตรงนั้น ถึงไม่ต่อย ทําไมตรงนี้หมัดจึงร่วงตกไปอย่างนั้น ต้องให้นักฟุตบอลอธิบายกับโค้ช (Coach) ครับ โค้ชยืนสั่งจะเก่งอย่างไรก็ตามแต่ มึงไปวิ่งอยู่ข้างในเปึนอย่างไร มันลิ้นห้อย อย่างไร ทําไมลูกนี้มันถึงเด้งอย่างไร มันเอาเท้าแหย่ไปหน่อยเดียวก็เข้า แล้วถ้าเปึนโค้ช ถึงไหม อันนี้เหมือนกันเลยครับเปรียบเทียบ ผมขอเรียนว่าเมื่อเช้านี้ ท่านประธาน ต้องขออนุญาตนิดเถอะครับ เมื่อเช้าเขาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องฟุตบอลเยอรมันกับสเปน เขาวิพากษ์วิจารณ์ดี เขามาเทียบการเมืองว่าเยอรมันมันเก่าแก่มันอย่างโน้นอย่างนี้ เขาก็เปรียบกับนายกรัฐมนตรีสมัคร สเปนคนหนุ่มรุ่นใหม่นักฟุตบอลใหม่ ๆ ต้องเชียร์สเปน เขาบอกว่า ๒ อันนี่ต่างคนต่างมีดี เขาวิเคราะห์วิจารณ์เอาการเมืองไปเทียบกับกีฬา เห็นไหมครับว่ามันจะชิงชนะเลิศมันยังมีว่าคนนี้เปึนอย่างไร ๆ เขาวิจารณ์เหมือนกันเลย ผมนี่ละนายกรัฐมนตรีอายุ ๗๓ หัวหน้าฝ์ายค้านอายุ ๔๔ แล้วเขาเปึนอย่างไรครับ ในสภาก็ต้องสู้กัน ข้างนอกก็ต้องคุยกันการเมืองล่ะครับ แต่ว่าทั้งหมดทั้งปวงต้องให้ ประชาชนคนกลางได้รู้ว่าให้เขานั่งสับโขกโป็ก ๆ นั่งมุดหัวยังไม่ตอบอะไรไม่ได้ครับ สําหรับนายกรัฐมนตรีอย่างผมไม่ได้เลยผมต้องชี้แจง แล้วก็ชี้แจงด้วยเหตุผล แล้วเหตุผล เปึนอย่างไรก็ไม่ใช่เอาเสียงข้างมากลากไป คนฟังจะรู้ว่าเปึนอย่างไรเวลาใช้ถ้อยคํา เหมือนกัน จะตายอยู่แล้วบ้านเมืองจะตายอยู่แล้ว นั่นเปึนสํานวนครับ แต่ข้อเท็จจริง ยังไม่ถึงขนาดนั้น ยังพออาศัย ยังพอปรับได้ ตัวเลขที่น่าชื่นใจคือการใช้น้ํามันเบนซิน น้ํามันดีเซลมันลดหมดครับ ลดไป ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เพราะอะไรครับ เพราะมันแพง นี่โดยอัตโนมัติ แล้วอย่างไรถึงจะแย่งถังกัน มีงานที่จะเอาถังแก๊สไป ก็เพราะอยากจะ ติดแก๊ส เมื่อก่อนบอกแท็กซี่ติดแก๊สมันเสี่ยงมันจะตายคนนั่งมีลูกระเบิดอยู่ข้างหลัง วันนี้แย่งถังแก๊สกันแล้วเราปล่อยให้เข้าธรรมดาไม่ได้ครับ ต้องอิตาลีถึงจะชั้นหนึ่ง กําลังตรวจสอบของจีนราคาครึ่งเดียว แต่มันโอเคไหม ถ้ามันโอเคเราก็สนับสนุน มันมาเร็วเกินคาดครับ ของอะไรถ้ามาเร็วเกินคาดก็จะมีบรรยากาศอย่างที่ท่านสมาชิก ฝ์ายค้านได้อภิปรายมาทั้งหมด ขออภัยนะที่จะไม่เข้าไปในรายละเอียดทั้งหมด ไม่ต้องการ ใช้เวลา ให้เวลาสําหรับท่านฝ์ายค้านจะว่ากันไปจนค่ํา ผมจะตอบอีกทีตอนจบสุดท้าย ขอบคุณครับ