สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๑

ภราดร ปริศนานันทกุล อภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๒ และหารือเรื่องนโยบายของรัฐบาลที่จะดำเนินการในระยะเวลา ๔ ปีข้างหน้า โดยเฉพาะการชลประทาน พื้นที่ชลประทาน และการสร้างเขื่อนป้องกันอุทกภัย โดยเรียกร้องการการดำเนินการเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้เร็วขึ้น และเพิ่มงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาอุทกภัยหรือวาตภัย

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทย ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสกระผมได้ร่วมอภิปรายในเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ต้องบอก อย่างนี้ครับท่านประธานว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช เริ่มเข้าดํารงตําแหน่งและก็ได้แถลงนโยบายของรัฐบาลว่าในช่วงที่ ท่านจะดําเนินการต่อไปนี้ท่านจะทําสิ่งหนึ่งประการใดให้กับพี่น้องประชาชนบ้าง ตลอดระยะเวลาช่วง ๔ ป้ที่กําลังจะถึงต่อไปนี้ในรัฐบาลของท่าน ท่านจะทําสิ่งหนึ่ง ประการใดให้กับประเทศไทยบ้าง มีหลากหลายนโยบายครับ แบ่งเปึน ๘ นโยบายหลัก

นโยบายที่ ๑ เปึนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่รัฐบาลประกาศว่า ในช่วงป้แรกจะต้องลงมือทํานโยบายเร่งด่วนตรงนี้ให้สัมฤทธิผล ทีนี้ลองมาดู ในงบประมาณส่วนที่ผมได้รับเอกสาร ส่วนแรกผมคงต้องพูดถึงนโยบายเร่งด่วน ข้อ ๑.๑๘ ที่ทางรัฐบาลได้แถลงเอาไว้ นั่นก็คือเรื่องของการขยายพื้นที่ชลประทานและเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบชลประทาน รัฐบาลตระหนักเปึนอย่างดีว่าช่วงป้นี้และช่วงในป้ต่อไปจะเปึนป้ที่ เปึนโอกาสของคนไทยทั้งประเทศ เพราะว่าช่วงนี้อยู่ในช่วงที่พวกเรายอมรับกันทุกคนครับว่า เปึนวิกฤติที่ชาวโลกเขาเรียกกันว่าเปึนวิกฤติอาหารของโลก ประเทศไทยเปึนประเทศ เกษตรกรรม เราทําการเกษตรเปึนหลักครับ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าเปึนโอกาสที่สําคัญ อย่างยิ่งสําหรับพี่น้องเกษตรกร เรื่องน้ํา เรื่องชลประทานเปึนปัจจัยหลักที่พี่น้องเกษตรกร ใช้ดําเนินชีวิต มาดูงบประมาณป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่รัฐบาลได้จัดสรรเอาไว้ให้กับ กรมชลประทานครับ เปรียบเทียบกับป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ ป้นี้ได้รับการจัดสรร ๓๕,๖๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากป้ที่แล้ว ๒ ล้านบาท ๒ ล้านบาทครับท่านประธานสําหรับภารกิจที่ยิ่งใหญ่ เหลือเกินสําหรับรัฐบาลชุดนี้ สําหรับคําสัญญาที่รัฐบาลได้มอบเอาไว้ให้กับประชาชน ตอนที่แถลงนโยบาย บอกว่าจะเพิ่มพื้นที่ทางการเกษตร คือพื้นที่ทางการเกษตร ทุกวันนี้ ประเทศไทยมีพื้นที่ทําการเกษตรทั้งสิ้น ๑๓๐ ล้านไร่ แต่อยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานเพียง ๒๘ ล้านไร่เท่านั้นครับท่านประธาน ส่วนอีกเกือบ ๑๐๐ ล้านไร่ที่เหลืออยู่นอกเขต ชลประทานทั้งนั้น พี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่เหลือไม่ได้รับการดูแลอย่างจริงจัง จากรัฐบาล ผมดีใจที่ท่านนายกรัฐมนตรีตระหนักถึงความสําคัญในส่วนนี้ และท่านก็ได้ บอกว่าท่านกําลังจะใช้เทคโนโลยีจากประเทศจีนเพื่อที่จะมาดูแลพี่น้องเกษตรกรดูแล เรื่องน้ําในส่วนนี้ แต่ไหนล่ะครับเงินงบประมาณที่ท่านจะนํามาให้กับพี่น้องเกษตรกร ไหนล่ะครับเงินงบประมาณที่ท่านกําลังจะเอาไปทําระบบชลประทานที่สมบูรณ์แบบ ให้กับพี่น้องเกษตรกร ผมยังไม่เห็นในงบประมาณป้ ๒๕๕๒ แล้วก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้เห็น งบประมาณในส่วนนั้น รัฐบาลประกาศว่า ๔ ป้ต่อไปนี้จะต้องเพิ่มพื้นที่ทางการเกษตร จาก ๒๘ ล้านไร่ เพิ่มเปึน ๕๐ หรือ ๖๐ ล้านไร่ นั่นหมายความว่าอีก ๔ ป้ข้างหน้า เราจะต้องเพิ่มพื้นที่ทางการเกษตรอีก ๒๐-๓๐ ล้านไร่ เฉลี่ยแล้วป้หนึ่ง ๕-๗ ล้านไร่ แต่วันนี้ผมดูในคําแถลงของท่านนายกรัฐมนตรีที่ประกาศเอาไว้เมื่อวานนี้ ในยุทธศาสตร์ ที่ ๑.๑๖ สรุปสั้น ๆ ว่างบประมาณป้ ๒๕๕๒ รัฐบาลสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ ๑๗๒,๐๐๐ ไร่ แล้วที่บอกว่าเฉลี่ยป้หนึ่ง ๕-๗ ไร่ส่วนที่เหลือหายไปไหนครับ บอกว่า ๔ ป้ จะเพิ่มเปึน ๕๐-๖๐ ล้านไร่ แต่ป้หนึ่งเพิ่มได้ ๑ แสนกว่าไร่ แล้วจะทําอย่างไรครับ พี่น้องเกษตรกรจะต้องรอไปอีกกี่ป้ รอไปอีกกี่ชาติครับ ระบบชลประทานของประเทศไทย จึงจะสมบูรณ์แบบ

ประเด็นถัดมาครับท่านประธาน ในส่วนของกรมโยธาธิการและผังเมือง ในส่วนนี้พันธกิจหลักของกรมโยธาธิการและผังเมือง พันธกิจหนึ่งนั่นก็คือการสร้างเขื่อน ปัองกันอุทกภัยน้ําท่วม การสร้างเขื่อนริมตลิ่งให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ริมตลิ่ง ชายฝัืงแม่น้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํา งบประมาณในป้นี้ของกรมโยธาธิการและผังเมืองครับ ท่านประธาน อยู่ที่ ๓๖๑ ล้านบาท ผมคํานวณคร่าว ๆ ให้ท่านประธานเห็นว่า เขื่อนในแม่น้ําเจ้าพระยาหรือแม่น้ําไหนก็แล้วแต่ การทําเขื่อน ๑ เมตรต้องใช้เงิน งบประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ บาท ด้วยเงินงบประมาณ ๓๖๑ ล้านบาท เราสามารถสร้างเขื่อน ได้ ๒,๐๐๐ กับ ๙ เมตร เพียงแค่ ๒ กิโลเมตรเท่านั้นครับท่านประธาน กับพื้นที่ริมตลิ่ง ของพี่น้องที่อยู่สองฟากฝัืงของแม่น้ํา ๒๕ ลุ่มน้ํา เราสามารถทําได้เพียงแค่ ๒,๐๐๐ กับ ๙ เมตร ซึ่งบอกเลยครับท่านประธานว่ามันไม่เพียงพอ อย่างไรก็ไม่เพียงพอครับ ผมมีเอกสารจากกระทรวงมหาดไทยซึ่งเปึนหนังสือเวียนให้กับกรมโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดทุกจังหวัด ข้อความเนื้อหาสรุปว่า พันธกิจ ภารกิจของการสร้างเขื่อนบํารุงรักษา ปัองกันตลิ่งได้ถ่ายโอนภารกิจหน้าที่ไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องถาม ท่านประธานครับว่าเมื่อโอนถ่ายภารกิจไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ไม่ได้โอนถ่ายเงินงบประมาณไปให้เขา ถามบอกว่าเขาจะไปลงมือสร้างได้อย่างไรครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งลองนึกภาพขององค์การบริหารส่วนตําบล ซึ่งเปึนองค์กรขนาดเล็ก องค์กรที่ดูแลเพียงแต่เฉพาะในตําบล ด้วยงบประมาณ การสร้างเขื่อนต่อ ๑ เมตร ๑๘๐,๐๐๐ บาท งบประมาณอย่างน้อย ๆ ๒๐๐-๓๐๐ เมตร ก็ต้องใช้งบประมาณถึง ๒๐-๓๐ ล้านบาท ส่วนเงินที่ถ่ายโอนให้กับท้องถิ่น เงินอุดหนุน ที่มีให้กับท้องถิ่นวันนี้มีเท่าไรครับ ถึงแม้ว่ามีเงินงบประมาณถ่ายโอนไปให้กับท้องถิ่น แต่ท่านประธานต้องดูศักยภาพของท้องถิ่นวันนี้ด้วย ถามว่ากับโครงการขนาดใหญ่ กับการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ถามว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีศักยภาพเพียงพอ หรือไม่ที่จะทําโครงการขนาดใหญ่นี้ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าโครงการใดก็แล้วแต่ ไม่ใช่เพียงแต่เฉพาะในส่วนของกรมโยธาธิการและผังเมือง ในส่วนอื่นก็เช่นกัน ในส่วนของกรมทางหลวงชนบทที่ส่วนหนึ่งก็โอนถ่ายไปให้กับท้องถิ่น ดูแล ด้วยศักยภาพของท้องถิ่นที่มีอยู่อย่างจํากัด เราไม่สามารถที่จะอํานวยความสะดวก เราไม่สามารถที่จะสร้างสิ่งอํานวยความสะดวกเหล่านี้ให้กับชุมชนได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าด้วยภารกิจใหญ่ ๆ อย่างนี้น่าที่จะต้องถ่ายโอนคืนกลับให้กับ หน่วยงานที่เขาดูแลรับผิดชอบโดยตรง เขื่อนก็โอนถ่ายคืนกลับไปให้กรมโยธาธิการ และผังเมือง ถนนก็ควรที่จะโอนถ่ายกลับคืนให้กับกรมทางหลวงชนบท จนกว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมที่จะดําเนินการในส่วนนี้

เรื่องสุดท้ายนิดเดียวครับท่านประธาน อันนี้เปึนนโยบายเร่งด่วน อีกประการหนึ่งที่ทางรัฐบาลได้ประกาศไว้ นโยบายเร่งด่วนที่ ๑.๑๑ เรื่องการประกัน ความเสี่ยงให้กับพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานคงจะเห็นหลายป้ที่ผ่านมา ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา เราเกิดปัญหาอุทกภัย เราเกิดปัญหาวาตภัย พี่น้องเกษตรกรที่ได้ลงทุนกับการเกษตร ไปแล้ว เมื่อประสบปัญหาอุทกภัย รัฐบาลให้การช่วยเหลือก็แต่เพียงว่านําเงินงบประมาณ ต่อ ๑ ไร่ ๔๑๔ บาทชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกร ถามบอกว่าเพียงพอสําหรับพี่น้อง เกษตรกรหรือไม่ ต่อ ๑ ไร่ ผมพูดคร่าว ๆ สําหรับการทํานาข้าวอย่างไรก็ไม่เพียงพอครับ ข้าวปลูกขณะนี้ ๑ ถัง ๒๔๐ บาท ไร่หนึ่งต้องใช้ ๒ หรือ ๓ ถัง เฉพาะค่าข้าวปลูกอย่างเดียว ก็ไม่พอแล้ว ไม่ต้องไปดูเรื่องปุิย ไม่ต้องไปดูเรื่องยา ไม่ต้องไปดูเรื่องอื่นหรอก เอาแต่เรื่อง ค่าพันธุ์ข้าวปลูกก็ไม่เพียงพอแล้ว เพราะฉะนั้นผมเห็นว่ารัฐบาลควรที่จะต้องมาดูแล งบประมาณในส่วนนี้เพิ่มให้กับพี่น้องเกษตรกร

สุดท้ายครับท่านประธานเวลาผมหมด ผมบอกอย่างนี้ด้วยเงินงบประมาณ ทั้งหมดต้องบอกไหมว่าเปึนภาษีอากรของพี่น้องประชาชนคนไทยที่ร่วมกันจ่ายให้กับ รัฐบาลทั้งประเทศ ผมอยากจะเห็นเงินงบประมาณก้อนนี้ตอบสนองความต้องการให้กับ พี่น้องประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผมฝากรัฐบาลชุดนี้พร้อมกับฝากทาง คณะกรรมาธิการที่กําลังจะตั้งขึ้นให้ช่วยกันพิจารณาในส่วนนี้ กราบขอบพระคุณครับ