สมเกียรติ ศรลัมพ์ หารือเรื่องการจัดงบประมาณที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐ และเรียกร้องการปรับปรุงแผนงานต่าง ๆ เพื่อให้การจัดงบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของตํารวจ และขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการใช้สมาร์ทคาร์ดเป็นเกทเวย์ในการเข้าสู่ฐานข้อมูลของกระทรวง ทบวง กรม และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาไอซีทีเพื่อการพัฒนาประเทศชาติ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สัดส่วน เขต ๒ พรรคเพื่อแผ่นดิน จากการที่ผมได้อ่านงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ที่ท่าน ทางรัฐบาลแจกไปให้ประมาณลังใหญ่นั้นนี่ จะเห็นได้ว่างบประมาณของเรานั้นนี่นะครับ จัดทําโดยภาวะจํากัดที่รัฐธรรมนูญได้มีขอบเขตจํากัดว่าการทํางบประมาณนั้นจะต้องให้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ แล้วก็นโยบายหลักของรัฐ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทําให้รัฐบาล ไม่สามารถเสนอแนวคิดริเริ่มใด ๆ ได้มากมายนักเหมือนในรัฐธรรมนูญฉบับอดีต แต่อย่างไรก็ตามผมก็ขอชื่นชมทางรัฐบาลได้สามารถจัดทํางบประมาณได้แยกแยะ ยุทธศาสตร์นโยบายในกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ตลอดจนสิ่งที่มิติใหม่ ๆ ที่รัฐธรรมนูญ ได้กําหนดคือว่าจัดทําในแง่พื้นที่ของจังหวัด สิ่งเหล่านี้เองนะครับ ผมคิดว่าเปึนมิติที่ผมจะ ฝากกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ผู้ว่าราชการจังหวัด สิ่งนี้จะเปึนการเทียบเคียงงบประมาณ ที่ผ่านจังหวัดกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดว่างบประมาณทั้ง ๒ ส่วนนี้งบประมาณใดบ้าง ที่จะสามารถที่จะแก้ไขปัญหาสอดคล้องกับปัญหาประชาชนโดยแท้จริง ถ้างบประมาณ ที่ผ่านในส่วนของจังหวัดนั้นได้สามารถบูรณาการในยุทธศาสตร์จังหวัดในยุทธศาสตร์ของ ประชาชนได้อย่างสอดคล้องแล้วผมเชื่อว่าในอนาคตประชาชนจะพึ่งหวังงบประมาณ ที่ผ่านจังหวัด แล้วก็จะสามารถดึงงบประมาณที่ในส่วนกระทรวง ทบวง กรม ในระดับกลางที่จัดงบประมาณตามโครงสร้างฟังก์ชั่น (Function) หน้าที่นั้นมาสู่นโยบาย ของงบประมาณเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น ผมขอให้กําลังใจกระทรวงมหาดไทยว่า ต้องพัฒนากรอบโครงสร้างของงบประมาณที่ผ่านจังหวัดนั้นให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามเราจะเห็นได้ว่าการจัดงบประมาณนั้นนี่นะครับ ต้องสอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญแล้วยังจะต้องมีการปรับปรุงแผนงานต่าง ๆ ได้อีกมากมาย แล้วสิ่งที่สําคัญ ที่สุดการจัดงบประมาณครั้งนี้ยังจัดงบประมาณตามยุทธศาสตร์ถึง ๙ ยุทธศาสตร์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ยากลําบาก แต่ว่าเปึนสิ่งที่พัฒนาผมก็ขอให้เครดิตกับรัฐธรรมนูญ ของป้ ๒๕๕๐ นั้น ทีนี้เรามาดูถึงรายละเอียดของการจัดงบประมาณ เรามาดูผมจะขอยกตัวอย่าง เช่น งบของกรมตํารวจ กรมตํารวจป้นี้ได้งบประมาณมาก ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามจากเราได้เห็นภาพของตํารวจที่ได้ทํางานอย่างลําบากตรากตรํา ผมอยากจะให้รัฐบาลนี่ได้ทําอย่างไรที่จะให้เงินขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเข้าไปช่วย ดูแลตํารวจบ้าง แต่การเข้าไปช่วยนั้นไม่ใช่เข้าไปแบบเหมือนกับของ กทม. ให้กันเปึน ๑๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ หรือว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือเทศบาล ให้ตํารวจเปึนก้อน เมื่อให้ไปอย่างนั้นมันจะสู่ผู้บริหารระดับสูงไม่ลงถึงระดับล่าง โดยแท้จริง ถ้าใครทําหน้าที่ของกรมตํารวจนะครับ เจ้าหน้าที่ฝ์ายที่ดําเนินการเกี่ยวกับ เทศบาลให้เลยครับ เปึนส่วนตัวของตํารวจนั้นนี่ถ้าสามารถให้ได้แก้ระเบียบเลยครับ ตํารวจจราจรให้อินเทนซีฟ (Intensive) เดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ในกรุงเทพมหานคร ทําไปเลยครับ เพื่อให้เขามีกําลังใจ เราจะได้ไม่เห็นภาพตํารวจมาไล่จับแล้วก็เพื่อที่จะ ให้เพิ่มเขาเรียกว่าอะไร ใบสั่งนะครับ สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่เราไม่อยากจะเห็นคนก็เดือดร้อน เพราะฉะนั้นแล้วอยากจะให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นสามารถดําเนินการได้ ทีนี้มาดูว่า ชีวิตของตํารวจนี่ครับ ป๋นก็ซื้อเอง มอเตอร์ไซค์ก็ซื้อเอง กระดาษก็ซื้อเอง แล้วการทํางาน ต่าง ๆ หนัก หน้าที่สูง แต่ว่ามีผลตอบแทนน้อย เพราะฉะนั้นผมขอฝากกราบว่าตํารวจนั้น ถ้าเราทําให้ตํารวจมีความสุข ตํารวจทํางานมีประสิทธิภาพ ผดุงความยุติธรรมให้กับสังคม ประชาชนจะมีความสุขเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เพราะฉะนั้นผมขอกราบว่าทําอย่างไรที่รัฐบาล จะเจียดจ่ายเงินนี่ให้ตํารวจได้เปึนสิ่งที่เหมาะสมและสมควรแก่ฐานะของตํารวจ ซึ่งปัจจุบันนี้น้อยมาก
กระทรวงสุดท้ายที่ผมจะขอยกตัวอย่างนะครับ คือกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยมีงบประมาณมาประมาณ ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เปึนงบการลงทุน ประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง ทีนี้ผมก็มานั่งคิดว่าทําไมกระทรวงมหาดไทย ต้องใช้งบประมาณเปึนจํานวนมาก เพราะกระทรวงมหาดไทยก็ไม่ได้สร้างนวัตกรรม โพรดักท์ (Product) ให้กับสังคมเหมือนกับกระทรวงทางเศรษฐกิจ ยิ่งได้งบประมาณมากขึ้นไปนั้นกลับจะเปึนปัญหา เพราะว่ากระทรวงมหาดไทยใช้อํานาจ แต่ผมได้คุยกับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยแล้วจึงทําให้เห็นว่ามีความจําเปึนครับ เพราะอะไร กระทรวงมหาดไทยจะเปึนดาต้า (Data) พื้นฐานของรากฐานของการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศชาติ เช่น ยกตัวอย่างงานของกรมที่ดินนะครับ ท่านเชื่อไหมครับว่า ในไม่กี่ป้ อีก ๒-๓ ป้ กรมที่ดินจะสามารถออกที่ดินเปึนดิจิตอล แม็ป (Digital map) ใครที่ จะโอนที่ดินไม่ต้องไปรอที่ในพื้นที่หรอกสามารถที่จะโอนทํานิติกรรมได้ทั่วประเทศ สิ่งเหล่านี้ ถ้าเกิดขึ้นจะทําให้การพัฒนาเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคมเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทําให้ผมเห็นว่ามีความจําเปึนเปึนอย่างยิ่ง
ประเด็นต่อมาครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดในปัจจุบันจะต้องมีการจัดการ เชิงกลยุทธ์ มีการบูรณาการ ผมคิดว่าที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานแล้วว่า ถ้าให้ผู้ว่า ราชการจังหวัดทํางานเชิงยุทธศาสตร์มาก ๆ จะทําให้การพัฒนานั้นเปัาถึงผลประชาชน มากที่สุด
ทีนี้อีกประการหนึ่ง กรมสุดท้ายคือกรมการปกครองที่ดูแลเรื่อง บัตรประชาชน เราจะเห็นได้ว่าบัตรประชาชนที่ได้รับมาสมาร์ท คาร์ด (Smart card) นี่นะครับ ผมรับมาครั้งแรกผมก็รู้สึกว่าธรรมดา ผมก็ไม่ได้ใช้อะไรมากมายนัก ผมได้ สอบถามท่านอธิบดีกรมการปกครองเห็นว่าสมาร์ท คาร์ดยังไม่ทั่วถึง แล้วเชื่อว่าป้นี้ คงจะเพิ่มมากขึ้นแล้วก็ทั่วถึง แต่แม้ทั่วถึงแล้วสมาร์ท คาร์ดก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์ ได้อย่าง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่ากระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ นั้น ยังไม่ได้ใช้สมาร์ท คาร์ด อย่างเต็มที่ แม้กรมสรรพากรปัจจุบันนี้ก็ยังมีบัตรของตัวเอง กรมแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข หรือกรมตํารวจ ยังมีหลายอย่างที่ผมได้ไต่ถามว่าทําไมกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ จึงไม่ใช้สมาร์ท คาร์ด ท่านบอกว่าต้องไปติดต่อแล้วก็มีการทําเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกัน สิ่งเหล่านี้ เช่น สํานักงานสุขภาพแห่งชาติ หรือว่าบัตรทหารผ่านศึก หรือบัตรเกี่ยวกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมอยากให้รัฐบาลถือเรื่องการใช้สมาร์ท คาร์ดเปึนพันธกิจ ของชาติ ให้นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีระดับสูงสั่งการให้ทุกกระทรวง ทบวง กรมเข้ามาใช้สมาร์ท คาร์ด เพราะสมาร์ทคาร์ดจะเปึนเกท เวย์ (Gate way) ทําให้เข้าสู่ ฐานข้อมูลทุกกระทรวง ทบวง กรม ท่านลองคิดดูสิครับว่าถ้าเราสามารถใช้สมาร์ท คาร์ด เข้าเกท เวย์ ค้นไฟล์ (File) ของกรมแรงงาน ของกระทรวงสาธารณสุข ของตํารวจอาชญากรรม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะทําให้เกิดผลในการพัฒนาเปึนจํานวนมาก ท่านผู้มีเกียรติครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การจัดทํางบประมาณในป้นี้ผมคิดว่าเปึนการจัดทําในภาวะ จํากัด ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะต้องพัฒนาแล้วก็เกิดขึ้นในป้ ๒๕๕๓ อีก เพราะฉะนั้นแล้ว ผมอยากให้ข้าราชการตั้งใจแล้วก็ทํางบประมาณนี้ให้สมบูรณ์ แล้วเมื่องบประมาณ สมบูรณ์แล้ว ผมเชื่อในวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ พวกเราจะช่วยกันท้วงติง ติติง แล้วก็วาง บรรทัดฐานในการทํางบประมาณในป้หน้า เช่น ผมจะเข้าไปรับผิดชอบจากที่ดู คือกระทรวงไอซีที หรือว่างานไอซีทีของกรม ของทุกกระทรวง ทบวง กรมนั้น ผมจะเห็น ได้ว่าไอซีทีนั้นจะเปึนอนาคตในการพัฒนาประเทศชาติ ที่จะทําให้รากฐานการพัฒนานั้น มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งสําคัญ แล้วก็เราจะทําบรรทัดฐาน ว่าการที่จะซื้อซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ นั้น ทุกกระทรวง ทบวง กรมต้องสามารถบูรณาการใช้ ประสานสอดคล้องกันได้ แล้วสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นในการพัฒนาประเทศชาติ ผมขอฝากนะครับว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าเราทําอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาไอซีทีอย่างมี ประสิทธิภาพ ไอซีทีจะเปึนอนาคตในการพัฒนาประเทศชาติ ขอบคุณครับ