สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๑

จตุพร พรหมพันธุ์ หารือเรื่องงบประมาณแผ่นดินไทย และวิจารณ์การใช้งบประมาณของรัฐบาลปัจจุบัน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า บรรยากาศการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายค่อนข้างที่เปึนบรรยากาศเหมือนงานเลี้ยงเพิ่งเลิกเพราะว่าพี่น้อง ประชาชนรวมกระทั่งพวกเราที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นเอาพลังกันทั้งหมด ไปว่ากันตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ว่าเรื่องพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายนั้น ถือว่าเปึนเรื่องสําคัญสําหรับการกําหนดชะตากรรมอนาคตของประเทศในป้ ๒๕๕๒ ขอเรียนกับท่านประธานนะครับว่างบประมาณแผ่นดินของประเทศไทยนั้น ตั้งแต่ก่อนมา ส่วนใหญ่เราจัดทํางบประมาณแบบขาดดุล แปลความกันว่ามีรายรับน้อยกว่ารายจ่าย แต่ว่าก่อนที่ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ในสมัยรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ จะถูกยึดอํานาจ ๒ ป้ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ประเทศไทยสามารถจัดทํางบประมาณที่เรียกว่างบประมาณ สมดุลได้ครั้งแรก ๒ ป้ติดต่อกัน แปลความกันว่าประเทศชาติต้องการใช้งบประมาณ แผ่นดินเท่าไร ประเทศไม่ต้องไปกู้ใครมาอีกสามารถหารายได้เข้าประเทศเท่ากับรายจ่าย ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ปรากฏว่างบประมาณป้ ๒๕๕๑ ที่รัฐบาลชุดนี้ใช้โดยไม่ได้ทํา เพราะว่าคณะรัฐประหารโดยสมาชิกสภานิติบัญญัติที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐประหาร ได้มาทํา หลังจากประเทศไทยมีงบประมาณสมดุล บรรยากาศประเทศไทย ไม่เปึนประชาธิปไตยเพราะมีรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร จากงบประมาณสมดุล ในป้ต่อมานั้นกลายเปึนว่างบประมาณแผ่นดินขาดดุลไปทันที ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ ป้ ๒๕๔๔ ถอยหลังไป รัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ได้รับเลือกตั้งมา ประเทศไทยเปึนหนี้ไอเอ็มเอฟ (IMF) อยู่ ๔๗๐,๐๐๐ ล้านบาท คนที่เปึนนายกรัฐมนตรี เวลานั้นไม่มีประเทศไหนเขากล้าเชิญนายกรัฐมนตรีประเทศไทยไปเยือนประเทศเขา เพราะเขาดูถูกว่าเดี๋ยวมันมาเยือนเดี๋ยวมันจะมายืมสตางค์ประเทศเขา แปลความว่า หน้าตาในนานาชาตินั้นประเทศไทยค่อนข้างจะเปึนที่น่ารังเกียจ แต่ว่าเหตุที่ พันตํารวจโท ทักษิณ รัฐบาลชุดนั้น เขาสามารถแก้ไขปัญหาวิกฤติผ่านไปได้ นโยบายทุกข้อเอามาปฏิบัติได้ ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟก่อนครบกําหนด ๒ ป้ ประกาศปลดแอกประเทศไทยออกจากไอเอ็มเอฟนั้น เพราะประเทศเราไม่มีสถานการณ์หรือวิกฤติการณ์ทางการเมือง รัฐบาลมีความมั่นคง ก็สามารถที่ฟุ๋นฟูประเทศได้ แต่สถานการณ์ปัจจุบันท่านประธานที่เคารพ จากการขาดดุล ในป้ที่แล้วซึ่งมาใช้ป้นี้ ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ป้นี้รัฐบาลจัดทํางบประมาณก็ขาดดุลต่อ เพราะพรรคพวกผมเปึนนักธุรกิจอธิบายความเลยว่าประเทศที่เปึนเผด็จการนั้น ถ้าถูกยึดอํานาจป้ครึ่งความเสียหายไม่ต่ํากว่า ๒ เท่า คือ ๓ ป้ ถ้าสถานการณ์ทางการเมือง ไม่ปกติอาจจะถอยไป ๔ ป้มากกว่านั้น ป้นี้ขาดดุลไปถึง ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท นี่เปึนวิกฤติที่น่ากลัวครับท่านประธาน เพราะว่าผมไม่แน่ใจว่าป้ ๒๕๕๓ ถ้าสถานการณ์ ทางการเมืองเปึนแบบนี้ วิกฤติการณ์เรื่องการทํางบประมาณนั้นมันจะถอยหนักเข้าไปอีก หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพแต่ว่าก็เปึนโอกาสของรัฐบาล รัฐบาลชุดนี้เข้ามา รัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ ใช้งบประมาณไปบางส่วนแล้วแต่ว่าป้ ๒๕๕๒ จะไปอธิบายความอย่างนี้ ไม่ได้ เพราะฉะนั้นทุกนโยบายมันจะแก้ไขปัญหาวิกฤติทางการเมืองได้ ผมอยากจะเรียน ผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านประธานคงจะจําความกันได้ว่า การแก้ไขปัญหาความยากจนที่เปึนหัวใจหลักนั้น รัฐบาลของ พันตํารวจโท ทักษิณ ที่ต้องเอ่ยชื่อนั้น ก่อนหน้านี้เวลาที่นักการเมืองพูดถึงคนจนมักพรรณนาถึงความทุกข์ยาก แต่ถามว่าใครจนอย่างไร จนจํานวนเท่าไร จนเพราะเรื่องอะไร จนเพราะไม่มีที่ทํากิน จนเพราะติดคุก ออกมาจากคุกไม่มีงานทํา จนเพราะไม่มีที่ทํากินตกงานสารพัดของความจนไม่มีใครอธิบายความได้ เปึนวาจา สวยหรูของนักการเมืองกันมาโดยตลอด แต่ว่าการแก้ไขที่เปึนวิทยาศาสตร์นั้นคือมีคนไป ขึ้นทะเบียนคนจนเอาไว้ ๘ ล้านคน ผมไม่แน่ใจว่าวันนี้ถ้ารัฐบาลประกาศจะเอา ๘ ล้านคน บัญชีเดิมใน ๑๒ ล้านคนปัญหา หรือประกาศขึ้นทะเบียนคนจนใหม่ รัฐบาลจะแก้ไข ปัญหาให้ตรงจุด ท่านประธานที่เคารพ ในสถานการณ์เวลาที่จํากัดนี้นะครับ ผมเอง ได้ติดตามงบประมาณแต่จะอธิบายอยู่ไม่กี่ที่ เอางบประมาณส่วนที่กระทรวงที่คน ไม่เคยสนใจคนไม่เคยไปแตะต้อง แต่วันนี้กลายเปึนไฮไลท์ (Highlight) ของสังคม กลายเปึนกระทรวงที่คนมีการติดตาม มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากที่สุด นั่นคือกระทรวง การต่างประเทศที่ใช้งบประมาณไป ๘,๒๑๒ ล้านบาทเศษนี่ล่ะครับ ที่จะใช้งบ ในป้ ๒๕๕๒ ชะตากรรมของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งไม่ว่าการอภิปรายงบประมาณ การอภิปรายไม่ไว้วางใจในเวลาปกตินั้นใครก็จะไม่พูดถึงกระทรวงนี้ แต่ผมเห็นว่าวันนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะต้องอยู่ในสถานะที่ต้องทําประชาสัมพันธ์ในเชิงรุก แปลความว่า ต้องเป่ดความจริงหงายไพ่ให้พี่น้องประชาชนทั้งชาติเขาได้แลเห็นกันทั้งหมด ใครสงสัย ตรงไหนต้องพาพี่น้องประชาชนคนสงสัยไปดูกันทุกที่เพื่อจะคลายใจ เมื่อวานนี้สรุปการอภิปราย ไม่ไว้วางใจเสร็จเรื่องเขาพระวิหาร ท่านประธานเชื่อผมไหมครับว่าวันนี้ยังไม่จบ เวทีกลุ่มพันธมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับมติพรรคให้ไปขึ้นได้คนเดียวนั้นก็ไปขึ้นเวทีปราศรัย ก็ไปตอกย้ําเรื่องเขาพระวิหารเหมือนเดิม การยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญก็จะมีการยื่นกันต่อ การที่จะปลุกเร้าทางสังคมก็ยังเกิดขึ้นกันต่อ ผมบอกว่าวันนี้เราจะอภิปรายเปึนการชําแหละ ไม่ใช่แล้ว แต่ต้องมีการชําระประวัติศาสตร์ให้ครบถ้วนกันทุกมุม ที่ผมอธิบายความอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อวานนี้ ๒-๓ วันติดต่อกัน ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครัฐบาล ไม่มีหน้าที่อธิบายความ แต่ผมเองต้องการให้กระทรวงการต่างประเทศ ที่ผมบอกว่าวันนี้ นายนพดล ปัทมะ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการนั้นจะใช้วิธีการแบบผู้ดี อธิบายแบบไม่ครบถ้วนด้วยวิธีการความเกรงใจทางการทูตต่อไปอีกไม่ได้ ท่านประธาน ที่เคารพ ผมเองนี่นะครับก็มีคนไปค้นและต้องการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เอาความจริงกันมาแสดง ที่ต้องเป่ดเรื่องเขาพระวิหารทั้งหมด เหตุที่เกิดขึ้นตั้งแต่ป้ ๒๕๐๓ ป้ ๒๕๐๔ ป้ ๒๕๐๕ จนกระทั่งสูญเสียเขาพระวิหาร หรือปรากฏการณ์หลังจากนั้น ไปทําอะไรกับใครไว้อย่างไร เจรจาความกันไว้อย่างไร ต้องเอามาเป่ดกันให้หมด ผมยกตัวอย่างนี่นะครับว่า วันนี้กระทรวงการต่างประเทศเก็บทุกเรื่องเอาไว้ แต่กระทรวง การต่างประเทศไม่เคยหยิบยกเอกสารหนังสือทางราชการนํามาใช้ให้เปึนประโยชน์ ในการอธิบายความให้กับพี่น้องประชาชน ผมยกตัวอย่าง เช่นว่าหนังสือของ สํานักงบประมาณลงวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๐๔ และบันทึกหัวหน้ากองกฎหมายลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๐๓ และหนังสืออธิบดีกรมการเมืองลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๐๓ เปึนเรื่องที่การอนุมัติเดินทางไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อไปประชุมกับ เซอร์แฟรงก์ ซอสคิส ทนายความในคดีเขาพระวิหารที่เดินทางไปวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๐๔ มีการเบิกค่าเครื่องบิน มีเบี้ยเลี้ยงวันละ ๓๖ เหรียญ มีค่ารับรองของทนายความ เช่น หนังสือ สอท. ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ ๗๔/๒๕๐๕ ลงวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๐๕ เช่น ค่าเครื่องบินเดินทางไปกลับ และค่าอื่น ๆ ที่เดินทางไปราชการที่มิลาน เปึนเงิน ๔๐๓.๕ กิลเดอร์ ซึ่งเปึนหน่วยเงินในเวลานั้น ซึ่งเปึนหน่วยเงินของเนเธอร์แลนด์วันนี้ ก็ใช้นะครับ ๓. เช่น หนังสือที่กระทรวงการต่างประเทศ ที่ ๐๒๐๓ ๑๑๕๐๗/๒๕๐๕ ลงวันที่ ๓