สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๑

สุกิจ อัถโถปกรณ์ หารือเรื่องงบประมาณกระทรวงพลังงาน และเรียกร้องการสนับสนุนให้กระทรวงพลังงานดำเนินการเพิ่มการผลิตพลังงานทดแทน

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็เปึนอีกผู้หนึ่งนะครับที่จะอภิปรายถึงงบประมาณของกระทรวงพลังงาน แต่เสียดาย ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็ไม่อยู่ ท่านนายกรัฐมนตรีก็เปึนผู้รู้ดีเรื่องพลังงาน ท่านก็ลุกขึ้นไปแล้ว กระทรวงพลังงานเปึนกระทรวงที่ได้รับงบน้อยที่สุดครับ แล้วก็ มีลักษณะของงบประมาณที่สะท้อนนโยบายงบประมาณส่วนรวมของรัฐบาลเปึนอย่างดี ก็คือเรื่องของความเรื่อยเป๋ือย โดยการจัดทํางบประมาณไม่ได้ดูถึงสภาวการณ์ที่เปึนจริง อยู่ในปัจจุบันสักเท่าไร อย่างเช่น ในภาวะวิกฤติพลังงานของโลกในขณะนี้น้ํามันแพง มาก ๆ นะครับ แต่การจัดงบประมาณก็ยังคงเปึนแบบเดิม ๆ ธรรมดา ไม่มีลักษณะที่จะมา แก้วิกฤติ ฉะนั้นผมขอทํานายไว้ได้เลยว่างบประมาณอันนี้จะไม่สามารถลดความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนได้ครับ ท่านประธานครับ ผมให้ความสนใจกับเรื่องพลังงานทดแทน จึงจ้องมองไปที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเปึนพิเศษ คิดว่าน่าจะ มีอะไรดี ๆ แต่แล้วก็ผิดหวังนะครับ ความจริงนี่ผมผิดหวังมาตั้งแต่การแถลงนโยบาย ของรัฐบาลมาแล้วเพราะว่านโยบายพูดถึงพลังงานทดแทนน้อยมากแล้วก็พูดอย่าง เลื่อนลอยด้วยครับ เพราะฉะนั้นพอนโยบายเปึนอย่างนั้นงบประมาณก็ดูเลื่อนลอยไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องของพลังงานทดแทนนี่จับจุดไม่ได้เลยครับ สะเปะสะปะไปอยู่ในหลาย ๆ กรม เกือบทุกกรมมีเรื่องของพลังงานทดแทนจับต้นชนปลายไม่ถูกครับ ผมก็ไม่ทราบว่า ถ้าเปึนอย่างนี้แล้วจะนําไปสู่วิธีการปฏิบัติที่เปึนเรื่องเปึนราวได้อย่างไร แล้วก็ไม่เข้าใจว่า ทําไมถึงไม่เอามารวมอยู่ในกรมเดียวกันนะครับ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้รับงบประมาณมากที่สุดในกระทรวงพลังงานก็คือ ป้นี้ได้ถึง ๑,๒๕๖ ล้านกว่าบาท ซึ่งก็ยังน้อยกว่าป้ที่แล้วซึ่งได้ถึง ๑,๔๐๐ กว่าล้านบาท น้อยลงไปถึง ๒๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ก็ทําให้ตกใจอีก เพราะขนาดป้ที่แล้วได้เยอะ ๆ ถึงวันนี้ยังไม่เห็นอะไรที่เปึนชิ้นเปึนอันเลยครับ เพราะฉะนั้นป้นี้ได้งบประมาณน้อยลงนี่จะเห็นอะไรครับ แล้วก็ตั้งวิสัยทัศน์ไว้สูงว่า จะเปึนผู้นําด้านพลังงานสะอาดระดับแนวหน้าของเอเชียภายในป้ ๒๕๕๔ ขอประทานโทษครับ ท่านเคยชายตามองไปยังประเทศเพื่อนบ้านของเราบ้างไหมครับว่าเขาไปกันถึงไหน ๆ แล้วนะครับ ดูเนื้อหาของงบประมาณก็ใช้ในการสร้างเขื่อนเสียส่วนใหญ่จึงไม่น่าสงสัย เลยครับว่าทําไมถึงต้องใช้เงินมากนะครับ แต่ที่ผมอยากเห็นก็คืออยากเห็นว่ากรมนี้ ลงมาทําอะไรกับพี่น้องประชาชน แล้วก็ให้ประชาชนได้เข้าถึงพลังงานทดแทนได้ ซึ่งอันนั้น ล่ะครับที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงก็หาไม่เจอครับ ไปเจอ อยู่หน่อยหนึ่งในงบของสํานักงานปลัดกระทรวงก็คือการตั้งแบบจําลองหมู่บ้านพลังงาน โดยจะทํา ๗๕ จังหวัด ก็พยายามหารายละเอียดอีกแต่ก็ไม่เจออีกนะครับ แต่บังเอิญ ก่อนหน้านี้ผมเคยได้อ่านคําให้สัมภาษณ์ของท่านรัฐมนตรีในหนังสือฉบับหนึ่งท่านบอกว่า จะทําหมู่บ้านพลังงานจังหวัดละ ๑ หมู่บ้าน ซึ่งถ้าตามความเข้าใจของผมก็คงจะเปึนเรื่อง ของการส่งเสริมการทําไบโอดีเซล เพราะว่าเอทานอลหรือแอลกอฮอล์นี่ไปส่งเสริม ชาวบ้าน ชาวบ้านก็ทําเปึนอย่างเดียวล่ะครับคือต้มเหล้าเถื่อน แต่ท่านบอกว่าจะส่งเสริม เปึนที่เรียกว่า ไบโอดีเซลชุมชน ซึ่งจะต้องมีเครื่องทําไบโอดีเซลราคาเครื่องละประมาณ ๓ แสนบาท ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่จะขอติงสักนิดหนึ่งท่านรัฐมนตรีผ่านไปทางท่านประธานว่า คือระวังว่าให้ไปแล้วมันจะกลายไปเปึนวัตถุโบราณประจําหมู่บ้าน เพราะว่าถ้าทําอย่างนั้น ท่านให้เครื่องไบโอดีเซลไปชาวบ้านมีวิธีเดียวก็คือต้องทําไบโอดีเซลจากน้ํามันเก่า ขอกราบเรียนนะครับว่าวันนี้น้ํามันเก่าหายากเย็นครับ เพราะว่าไม่มีแล้วครับ มีการแย่งกันซื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวบ้านไปซื้อสู้เจ้าใหญ่ ๆ ไม่ได้หรอกครับ อย่างเช่น บางจาก บางจากส่งคนไปกว้านซื้อเลยครับ เพราะฉะนั้นระยะแรก ๆ ได้เครื่องไปก็ตื่นเต้นกันดีแต่ต่อไปก็จะกลายเปึนวัตถุโบราณ ประจําหมู่บ้าน ซึ่งผมมีประสบการณ์เรื่องนี้มาพอสมควรครับ ผมจึงขอเสนอแนะ เพื่อให้โครงการนี้เปึนไปได้บ้างก็คือ ในหมู่บ้านที่เขามีการปลูกปาล์ม ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านให้เครื่องหนีบลูกปาล์มขนาดเล็กไปดีกว่า เครื่องหนีบลูกปาล์มขนาดเล็กให้ชาวบ้าน เขาไปหนีบลูกปาล์มกันเองแล้วเอาน้ําที่เขาหนีบออกมาได้ทําไบโอดีเซลอย่างนี้จะได้ผล ยั่งยืนแล้วก็ใช้เงินน้อยกว่าครับ ความจริงเรื่องของการส่งเสริมไบโอดีเซลหรือว่า พลังงานทดแทนนี้จะเกี่ยวพันไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็คือเรื่องของการส่งเสริม การปลูกพืชพลังงาน แต่เมื่อกี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ตอบเรื่องนี้มาพอสมควรแล้ว แต่ปาล์มจริง ๆ แล้วถึงแม้จะกินน้ํามากก็จริงแต่ไม่ทําให้ดินเสีย เพราะฉะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องกลัว เพราะว่ารากปาล์มมันไม่ได้ลงลึกมากมายอะไร ถึงเวลา แล้วที่รัฐบาลจะต้องมาใช้ความฉลาดในการแบ่งพื้นที่ระหว่างพืชพลังงานกับพืชอาหาร เริ่มต้นเสียทีสิครับ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วเราจะตามชาวบ้านเขาไม่ทัน ผมก็ต้อง ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ