สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๑

ฐิติมา ฉายแสง หารือเรื่องการจัดงบประมาณให้กับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปูพื้นฐานการศึกษาในด้านวิทยาศาสตร์ และการปรับปรุงผลลัพธ์การแข่งขันทางด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันคงจะเปึนผู้หนึ่งที่ร่วมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ แต่ก็คงจะมีข้อเสนอแนะ ดิฉันสนใจ ในเรื่องการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศคือ ส.ส. หลายคนก็คงจะสนใจในหลาย ๆ เรื่อง แต่ดิฉันสนใจเรื่องนี้เพราะว่าการจัดงบประมาณ ให้กับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปึนที่น่าสนใจมากว่าไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย ถ้าจะพูดถึงเพิ่มก็คงจะ ๒ ล้านบาทเท่านั้นเองนับจากป้ที่แล้ว นั่นหมายความว่าอะไร การจัดงบประมาณให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ ๘,๓๕๒.๘ ล้านบาท มันเท่ากับ ๐.๔๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมดที่ตั้งไว้คือ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมากในการที่เราจะช่วยกันยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ทีนี้เมื่อมาเทียบกับจีดีพี หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศถามว่ามันเปึนเลขอะไร อย่างไรบ้าง เลขที่ออกมาน่าเกลียดจริง ๆ เลขที่ออกมาก็คือว่า ถ้าเปรียบเทียบกับจีดีพีของประเทศแล้ว คือ ๐.๐๐๐๘๕ เปอร์เซ็นต์ มันน้อยมากจริง ๆ ทีนี้ถามว่าเรามาเทียบดูกับประเทศอื่นบ้างสิคะ ประเทศจีนเขาตั้งไว้ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ของเราเลข ๐.๐๐๐๘๕ ขอย้ําว่าตัวเลข น่าเกลียดมาก ทีนี้ถามว่าเกาหลีเขาเปึนอย่างไรบ้าง เกาหลีเมื่อ ๑๕ ป้ที่แล้วคือประมาณ ป้ ๑๙๙๓ หรือ ๒๕๓๖ เขาจัดเอ็กซ์โป (EXPO) เขาจัดเอ็กซ์โปนี่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเขานี่กล้าที่จะ บอกเลยว่า เขาจะทําให้เทคโนโลยีของประเทศเขาก้าวล้ําเกินประเทศญี่ปุ์นให้ได้ และแล้ว ๑๓-๑๔ ป้ เขาก็ทําได้ ปัจจุบันเราจะเห็นว่าบริษัทซัมซุงนั้นใหญ่โตมากแทบจะใหญ่โตกว่า โซนี่แล้วด้วยซ้ํา นั่นคือความสามารถที่เขาทําได้ ทีนี้มาดูประเทศไทยเราว่าประเทศไทยเรา เปึนอย่างไร ประเทศไทยเราตอนนี้ถือว่างบประมาณที่ตั้งไว้นี่ดูเหมือนว่าเราจํากัดจําเขี่ยกันล่ะ ต้องพยายามให้กระทรวงนั้นกระทรวงนี้ ดูงบประมาณของป้ ๒๕๕๒ จากเล่มที่พอสังเขป หน้าที่ ๑๑ ในหมวดแผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษานี่นะคะ ยิ่งบรรทัดล่าง ๆ นี่ บอกไว้ว่า จะเร่งรัดแก้ไขปัญหาขาดแคลนครู คณาจารย์โดยเฉพาะสาขาวิชาที่ขาดแคลน ฟังดูดี ทีนี้ถามว่าขาดแคลนอย่างไร ปัจจุบันนี้นะคะ โรงเรียนต่าง ๆ ขาดแคลนครู วิทยาศาสตร์เปึนอย่างยิ่งท่านประธานคะ ครูวิทยาศาสตร์นี่ถ้าเราไปดูตามโรงเรียนนี่นะคะ เราจะเจอว่าบางโรงเรียนไม่มีครูวิทยาศาสตร์เลย ครูก็มีจํานวนน้อยมากที่จะมาแก้ไข ปัญหา เพราะเสร็จแล้วนักเรียนมีหลายห้อง บางโรงเรียนมีนักเรียนชั้นประถม ป.๔ ป.๕ ป.๖ ก็แล้วกัน เราพูดช่วงชั้นที่ ๒ ก็แล้วกัน เราไม่พูดช่วงชั้นแรกเพราะยังเด็กเกินไป ครูด้านอื่น ๆ อาจจะพอสอนได้ แต่พอ ป.๔ ป.๕ ป.๖ ช่วงชั้นที่ ๒ สมมุติว่าโรงเรียนนั้น มีห้องเรียนถึง ๑๒ ห้อง แต่เราพบว่ามีครูวิทยาศาสตร์เพียงคนเดียวเท่านั้นเอง ถามว่า ครูวิทยาศาสตร์นั้นจะไปดูแลนักเรียนได้ครบหรือคะ ในเมื่อสัปดาห์หนึ่งมากที่สุด ก็ ๓๐ ชั่วโมง ๕ วัน วันละ ๖ ชั่วโมง แล้วจะดูแลกันอย่างไร นี่คือพื้นฐานที่เราจัดไว้ไม่ดี เพียงพอค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะขอให้กระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสําคัญต่อการจัดหาครูที่ขาดแคลน ครูที่ขาดแคลนในที่นี้ดิฉันหมายถึง ครูวิทยาศาสตร์ ครูวิทยาศาสตร์เพื่อให้เด็กมีความสามารถมากขึ้น ปูพื้นฐานโรงเรียน ให้ทุกโรงเรียนได้มีมากขึ้น

กระทรวงอื่นล่ะคะเปึนอย่างไร กระทรวงมหาดไทยก็เช่นเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยก็จะมีทั้งองค์การบริหารส่วนตําบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือเทศบาล ซึ่งจะมีโรงเรียนอยู่ในเครือข่ายของเขาที่เขาต้องดูแล เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่า ทุกหน่วยงานเห็นความสําคัญของวิทยาศาสตร์มันจะทําให้เราไม่เสียชื่อเสียง ทีนี้ถามว่า เราเสียชื่อเสียงอย่างไร เราเสียชื่อเสียงอย่างนี้ว่า ผลการจัดลําดับความสามารถ ในการแข่งขันทางด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ ประเทศไทย เมื่อป้ ๒๕๕๐ อยู่ในลําดับที่ ๔๙ จาก ๕๕ ประเทศ ถามว่าแย่ไหม เกือบจะบ๊วย จริง ๆ แล้วก็เรียกว่าเกือบจะบ๊วย แย่มาก ทีนี้ถามว่าขีดความสามารถตรงนี้มันจะช่วยอย่างไร มันก็คือว่าเราควรที่จะปูพื้นฐาน การศึกษาอย่างที่ดิฉันบอกว่า ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ ด้านการวิจัย ด้านเทคโนโลยีเพื่ออะไร เพื่อที่จะขยับและยกระดับการจัดลําดับความสามารถในการแข่งขันทางด้านวิทยาศาสตร์ ของประเทศโดยด่วน เพราะฉะนั้นทําไมเราจะต้องมานําเข้าเทคโนโลยี ป้ ๆ หนึ่งเปึนเงิน ถึง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมเราต้องมานั่งทําอย่างนั้น ถ้าเราปูฐานให้ดี เรามารีบเร่ง แก้ไขปัญหาของชาติ เรามารีบเร่งที่จะสร้างคนของเราให้เก่ง เรามาร่วมด้วยช่วยกัน ที่จะทําให้ประเทศไทยของเราไม่ต้องอายเขามากไปกว่านี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเปึนกระทรวงที่สําคัญของประเทศในการที่จะช่วยพัฒนาให้ประเทศชาตินั้นเจริญ วิทยาศาสตร์เปึนวิชาที่สอนให้คนมีเหตุมีผล ปูพื้นฐานที่ดีได้ ประเทศไทยของเรา ก็จะเจริญมากขึ้น ท่านประธานที่เคารพคะ ประเทศอื่น ๆ เขาก้าวล้ํานําสมัยไปขนาดไหนแล้ว เรายังคงจะมาเปึนแบบนี้อยู่มันน่าอายเขา เพราะฉะนั้นดิฉันหวังว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการก็ดี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ดี หรือ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ดิฉันคิดว่าท่านมีความคิดที่เปึนวิทยาศาสตร์ ท่านเห็นด้วย กับหลาย ๆ เรื่องที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ท่านจะช่วยให้ประเทศไทยของเราเจริญก้าวหน้าขึ้นก็คือการจัดงบประมาณในป้หน้า ดิฉันคิดว่าการเพิ่มงบประมาณในป้นี้ก็คงจะทําไม่ได้ แต่ขอเถอะค่ะ ขอว่าป้หน้า เห็นความสําคัญของเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยให้มากกว่านี้ค่ะ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ